“ชูวิทย์” ซัด “ส้ม” มีอำนาจคุมบอร์ด สปส. หมด กลับหาเสียงโจมตี ซ้ำ เสนอชื่อ “ธนาธร” ร่วมอนุฯ หวังแทรกแซง
บวรวัฒน์ อีจัน
5 กุมภาพันธ์ 2569

(4 ก.พ. 69) ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองคนดัง โพสต์วิดีโอบนเฟซบุ๊ก แฉแหลก พรรคประชาชน มีอิทธิพลต่อเสียงฝั่งผู้ประกันตนในบอร์ดประกันก้าวหน้า อีกทั้งเคยเสนอชื่อ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เข้าเป็นอนุกรรมการการลงทุนสินทรัพย์นอกตลาด ถึง 2 ครั้ง หวังแทรกแซง ซ้ำเงินเพิ่ม 125 บาท พรรคส้มอนุมัติเอง พร้อมแนะคนเลือกตั้ง 8 ก.พ. นี้คิดให้ดี

ระบุว่า
เริ่มจากความเป็นมา ม. 33 คือพนักงานเอกชนกินเงินเดือนทั่วไปอยู่ใน ม.33 ส่วนผู้ประกันตน ม.39 คือคนที่ลาออกจากพนักงานทั่วไป คือเป็นพนักงานเอกชน ม.33 ลาออก และยังจ่ายประกันสังคมอยู่ ม.39 นะครับ
ส่วนผู้ ม.40 คือพวกอิสระ เป็นพวกฟรีแลนด์ ค้าขายวินมอเตอร์ไซด์ รับจ้างทั่วไปอันนี้คือ 3 กลุ่มด้วยกันแล้วแต่ว่าท่านจะอยู่กลุ่มไหนเงินเดือนที่ลาออกแล้วยังจะอยู่อิสระเข้าใจไหม
บอร์ดประกันสังคมประกอบไปด้วยผู้ประกันคน ซึ่งมาจากกลุ่มทั้งหมดนี้เป็นผู้ประกันคน ผ่านกระบวนการเลือกตั้ง โดยมีคน 150,000 คนเท่านั้น ไม่ถึง 1%ของทั้งหมดนี้คือ 20 กว่าล้านคน ผู้ประกันตนผ่านการเลือกตั้งทั้งหมด 7 คน ประกอบด้วย 6 คนที่มาจากพรรคส้ม และ 1 คนต่างหาก ตรงนี้คือทีมประกันสังคมก้าวหน้า ซึ่งเป็นของพรรคส้มชัดเจน
ส่วนที่ 2 นายจ้าง 7 คน ก็ผ่านการเลือกตั้งโดยมีการลงคะแนนเสียง 3,100 คน เป็นอิสระ 5 คน เป็นกลุ่มพัฒนาสังคม 2 คน รัฐมี 6 คน ซึ่งประกอบด้วย ปลัดแรงงาน กระทรวงการคลัง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานประกันสังคม โดยทั้งหมดนี้คือบอร์ดประกันสังคม รวมแล้วทั้งหมด 20 คน

เพื่อให้เข้าใจชัดเจน ผมจะแบ่งออกมาตาม 3 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มผู้ประกันตน 7 คน ฝ่ายนายจ้าง 7 คน ฝ่ายรัฐ 6 คน ทั้งหมดคือ 20 คนปรากฏว่าทีมสังคมก้าวหน้า มีการเลือกตั้งในสมัยพรรคก้าวไกล ในการเลือกตั้งครั้งแรก พรรคส้มและทีมสังคมก้าวหน้า ชัดเจนว่า 6 คน ที่ชนะในบอร์ดประกันสังคม ฝ่ายผู้ประกันตน คือทีมพรรคส้ม จาก 7 คน
ให้ดูตรงนี้นะครับ เมื่อการประชุมครั้งที่ 1 ช่วงเดือนมกราคม 2568 ทั้งหมดคือกรรมการในบอร์ด รายชื่อทีมประกันสังคมก้าวหน้า ที่ร่วมลงมติทั้งหมด 6 คน ในฝั่งพรรคส้มมีมติในที่ประชุม เห็นชอบหลักการ ร่างกฎกระทรวงค่าจ้างขั้นต่ำขั้นสูง ใช้เป็นฐานในการคำนวณ พูดง่าย ๆ 125 บาทที่ยายไอซ์น้ำแข็งพูดออกมา คุณพี่จะต้องจ่าย 125 บาท จาก 750 บาท จ่าย 125 บาทเป็น 875 บาท นั่นคือฝีมือของทีมประกันก้าวหน้า ซึ่งพรรคส้มเป็นคนอนุมัติเอง
ดังนั้นการที่ไอซ์ ไปพูดกับผู้ประกันตนว่า เดี๋ยวคุณพี่จะต้องจ่ายเพิ่มอีก 125 บาท กลายเป็นว่าพรรคส้มเป็นคนให้ขึ้นเอง แต่ไม่ยอมพูดเรื่องนี้ในเวลาปราศรัย ถือเป็นการหมดเม็ด เท่านั้นไม่พอ ได้เสนอชื่อ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งเกี่ยวข้องกับพรรคส้มในบอร์ดประกันสังคม จะต้องปราศจากการเมือง เพราะดูแลงบถึง 2.9 ล้านล้านบาท ด้วยงบประมาณมหาศาลอย่างนี้ ถ้าเกิดให้พวกนักการเมืองเข้าไป จะทำให้เอาการเมืองเข้าไปแทรกแซง ปรากฏว่าในบอร์ดทั้งหมด 6 คนของพรรคส้ม ได้เสนอชื่อ ธนาธร เป็นอนุฯ การลงทุนสินทรัพย์นอกตลาด
สินทรัพย์นอกตลาด หมายความว่ามีงบเป็นแสน ๆ ล้านในการลงทุน ซึ่งอาจจะเป็นลงทุนในกลุ่มทุนที่นายธนาธรจัดการก็ได้ สิ่งนี้คือผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างชัดเจน สมมุติง่าย ๆ ว่า ทักษิณ เป็นบอร์ดใน กสทช. ใช้ชื่อผลประโยชน์ทับซ้อนไหม ขณะที่นายธนาธร เป็นกลุ่มทุนจากไทยซัมมิท ซึ่งเป็นของนายธนาธรและครอบครัว และยังบวกด้วยพรรคส้มเป็นผู้นำจิตวิญญาณของพรรค ดังนั้นการเสนอชื่อธนาธร ไม่ใช่ครั้งเดียว โดยพรรคส้มเสนอไป 2 ครั้งไม่ผ่าน แต่ยังเสนออีกแสดงให้เห็นท่าที่ชัดเจนว่าการทำให้ธนาธรไปเป็นอนุฯ ในการลงทุนสินทรัพย์นอกตลาด อาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างไร ไปที่แผน 2 คือจะต้องเอาของกลุ่มนายจ้างด้วย ซึ่งผ่านการเลือกตั้งเช่นเดียวกัน โดยนายจ้าง 7 และถ้าผู้ประกันตนได้ 7 จะกลายเป็น 14 ใน 20 เท่ากับว่า พรรคส้ม Control Board ประกันสังคมทั้งหมดอย่างชัดเจน
ซึ่งสิ่งเหล่านี้เนี่ย ผมถามจริง ๆ ว่าที่ไอซ์พูดเนี่ย เข้าทางหมด เข้าทางพวกนี้หมด ดังนั้นแผนการต่อไปของพรรคส้ม คือจะเอาคุณนายจ้าง บวกผู้ประกันตน 14 คน โดยการเผอิญ ๆ รัก เห็นแล้ว มีการเปลี่ยนกฎจากเดิม 1 เลือกได้ 7 หมายความว่า ผู้ประกันตนทั้งหมด เลือกใน 150,000 เลือกได้ 7 คน เปลี่ยนเป็น 1 คนเลือก 1 คน หมายความว่า 1 คนใน ม.33 เลือกได้ 1 ม.39 เลือกได้ 1 ม. 40 เลือกได้ 1 ทำให้พรรคส้มไม่พอใจอย่างแรง เลยตีประกันสังคม เพราะถ้าเกิดใช้วิธีนี้ มันจะหาเสียงลำบากและจะทำให้ส้มเนี่ย ไม่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย เหมือนทีมประกันก้าวหน้า จะได้ 6 คน เพราะว่าเมื่อเป็น 6 คนมันเป็นทีม แต่ถ้าไปเลือก 1 ต่อ 1 มันไม่ได้ แผนการนี้เป็นแผนการกินรวบประกันสังคม ซึ่งมีความอันตรายอยู่ชัดเจน

ท่านลองดูสิครับ ถ้าเกิดทีมประกันสังคมก้าวหน้าชนะ นายจ้างชนะรวมกัน 14 เสียง 7 นายจ้าง 7 ผู้ประกันตนจาก 20 ของบอร์ด หมายความว่าลงคะแนนอะไรก็ชนะ ดังนั้นจริง ๆ แล้ว เค้กก้อนนี้ พรรคส้มต้องการโดยวิธีการหาเสียงโจมตีค่ำควรถึงผู้ประกันตน 750 บาท ทั้ง ๆ ที่ในบอร์ดของพรรคส้มนั่งอยู่ใน 20 คน มีอยู่ 6 คนก็เห็นชอบเห็นงามเพิ่ม 125 บาท ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นกระบวนการวางแผนของพรรคส้มโดยทั้งสิ้น แต่กลับเอาเรื่องบางเรื่องมาใช้โจมตี ส่วนบางเรื่องที่ตัวเองมีส่วนร่วมเว้นวรรค
ผมจึงขอเรียนให้กับผู้ประกันตนทุกคนทราบความจริง ดังที่ผมได้อธิบายชี้แจงมา หวังว่าท่านคงจะเข้าใจการเลือกตั้งในวันที่ 8 นี้ ท่านต้องตัดสินใจให้ดี ดูว่าเบื้องหลังเรื่องนี้ของพรรคส้มคืออะไร