อสส. ยื่นอุทธรณ์ “ทักษิณ” คดีหมิ่นเบื้องสูง หักมติกก. 8-2 ไม่อุทธรณ์

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

17 พฤศจิกายน 2568

อสส. ยื่นอุทธรณ์ “ทักษิณ” คดีหมิ่นเบื้องสูง หักมติกก. 8-2 ไม่อุทธรณ์

จากกรณี ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย ถูกสำนักอัยการสูงสุด (อสส.) ยื่นฟ้องมาตรา 112 กรณีให้สัมภาษณ์สื่อโทรทัศน์เกาหลีใต้ (20 พ.ค 58) ซึ่งมีถ้อยคำที่เข้าข่ายพาดพิงถึงสถาบัน กระทั่ง 22 ส.ค. 68 ศาลอาญา พิจารณายกฟ้อง นาย ทักษิณ ชินวัตร จากคดีดังกล่าว เนื่องด้วยไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้ลงโทษจำเลย นั้น ล่าสุดมีควาบคืบหน้าคดีดังกล่าวอีกครั้ง แม้ดูเหมือนจะจบไปแล้ว

วันนี้ (17 พ.ย. 68 ) มีรายงานความคืบหน้าในการพิจารณาการยื่นอุทธรณ์คดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ของ นายทักษิณ ชินวัตร กรณีให้สัมภาษณ์สื่อเกาหลีใต้เมื่อปี 2558 ซึ่งมีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน โดยเป็นอำนาจของอัยการสูงสุด เนื่องจากเป็นคดีนอกราชอาณาจักร ที่เดิมมีการยื่นขยายระยะวลาต่อศาลอาญาครั้งที่ 2 ไปถึงวันที่ 21 พ.ย. 68 ที่จะถึงนี้นั้น 

ล่าสุดมีรายงานว่า เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นายอิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุด ได้มีความความเห็นว่า การกระทำนายทักษิณ เป็นความผิดตามฟ้อง เห็นควรที่จะยื่นอุทธรณ์คดีให้ศาลอุทธรณ์เป็นผู้พิจารณาต่อไป ซึ่งขั้นตอนต่อไปคำสั่งให้อุทธรณ์ของอัยการสูงสุด ซึ่งถือเป็นคำสั่งเด็ดขาด จะถูกส่งไปยังอัยการสำนักงานคดีอาญา 8 เจ้าของสำนวนเพื่อยื่นอุทธรณ์คดีต่อศาลอุทธรณ์ต่อไป  

เดิมการพิจารณาอุทธรณ์สำนวนคดีนี้ เมื่อช่วงเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ อัยการสูงสุดท่านที่แล้ว มีคำสั่งให้นำเรื่องการจะยื่นอุทธรณ์นี้ เข้าสู่การพิจารณากลั่นกรองของคณะกรรมการพิจารณาคดี 112 ของอัยการ 

ซึ่งขณะนั้น นายอิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุดคนปัจจุบัน (รองอัยการสูงสุด ณ ขณะนั้น) เป็นประธานคณะกรรมการ ซึ่งในครั้งนั้นทางคณะกรรมการดังกล่าวได้ประชุมพิจารณา มีมติ 8-2 เห็นควรไม่อุทธรณ์ และส่งให้นายไพรัช พิจารณาแล้ว แต่จนพ้นตำแหน่งอัยการสูงสุด นายไพรัช ไม่ได้มีความเห็นว่าจะอุทธรณ์คดีหรือไม่ จนอำนาจในการพิจารณาอุทธรณ์คดีไปที่อัยการสูงสุดคนปัจจุบัน   

สำหรับคณะกรรมการพิจารณาคดี 112 คือคณะกรรมการที่อัยการสูงสุดตั้งขึ้นมา พิจารณาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพทั่วราชอาณาจักร ประกอบไปด้วย รอง อสส.ที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาเป็นเลขานุการ โดยตำเเหน่ง  ในส่วนคณะกรรมการ มาจากอัยการ (อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ) เช่น อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ ,อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาธนบุรี เเละอธิบดีอัยการสำนักงานอาญาอื่น ๆ เพราะถือว่าเป็นสำนักงานที่ต้องรับคดีประเภทนี้โดยตรง นอกจากนี้ ยังมีอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน เนื่องจากบางคดีมีสำนวนที่เป็นคดีนอกราชอาณาจักร รวมถึงผู้ตรวจการอัยการบางคน เเละมีระดับรองอธิบอัยการบางสำนักงาน รวมกว่า 10 คน ขึ้นอยู่กับอัยการสูงสุดในขณะนั้นตั้งขึ้น 

เเต่สำหรับคดีนี้ ตามขั้นตอนคดี 112 ของนายทักษิณ เป็นคดีนอกราชอาณาจักรอำนาจพิจารณายื่นอุทธรณ์เป็นของอัยการสูงสุด การพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาคดี 112 จึงเป็นการกลั่นกรองให้อัยการสูงสุด ไม่ใช่การสั่งคดีเหมือนในชั้นพิจารณาคดี 112 ทั่วไป 

ส่วนที่ก่อนหน้านี้ที่ศาลอาญายกฟ้องคดี ศาลให้เหตุผลว่าเนื่องจากมองว่า คนที่ได้รับฟังคลิปวิดีโอ ล้วนเข้าใจตรงกันว่าจำเลยให้สัมภาษณ์โจมตีการยึดอำนาจ และรัฐประหาร โดยพาดพิงถึงนายสุเทพ กับนายทหารชั้นผู้ใหญ่ และองคมนตรีเท่านั้น ไม่ได้พาดพิงหรือสื่อความหมายถึงสถาบันว่าอยู่เบื้องหลังการปฏิวัติรัฐประหาร การสืบพยานหลักฐานโจทก์ไม่สมกับภาระการพิสูจน์ในคดีอาญาว่าจำเลยกระทำความผิด จึงรับฟังไม่ได้ยกฟ้อง