ชูวิทย์ จี้ อนุทิน บอก ต้นทุนน้ำมันจริงให้คนไทยรู้ ลั่น จะบีบไข่ไอ้โม่ง ก็ต้องทำ

ชูวิทย์ จี้ อนุทิน แจงต้นทุนน้ำมันจริง สงสัย มีน้ำมันดิบล่วงหน้า 3 เดือน แต่อิงราคาเพื่อนบ้าน ลั่น จะบีบไข่ไอ้โม่งนายทุน คายกำไรคืนประชาชน ก็ต้องทำ  

(29 มี.ค. 69) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองคนดัง โพสต์เฟซบุ๊ก วิจารณ์ปัญหาเศรษฐกิจในตอนนี้อย่าง น้ำมัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนคนไทย จี้ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ชี้แจง ต้นทุนน้ำมันจริง ให้ชัดเจน ก่อนหน้าขึ้น 6 บาทน้ำมันหมดเกลี้ยงทุกปั๊ม แต่พอราคาขึ้น มีน้ำมันเติมสบาย สงสัย มีโรงกลั่น 6 แห่ง มีน้ำมันดิบล่วงหน้า 3 เดือน แต่อิงราคาน้ำมันเพื่อนบ้าน จะบีบไข่ไอ้โม่งนายทุน คายกำไรคืนให้ประชาชนได้ ก็ต้องทำ  

โพสต์ระบุว่า

สงครามของคนไทย  

มีคนจำนวนมากถามถึงผมว่าหายไปไหน 

สังขารของผมก็เช่นเดียวกับผู้ป่วยมะเร็งทั่วไปที่มีขึ้นมีลง เพราะเป็นการรักษาแบบประคับประคองไม่ใช่การรักษาให้หาย 

จึงมีช่วงที่ผมต้องไปเข้าเงียบเพื่อให้จิตใจนิ่ง ส่งผลให้ร่างกายไม่ทุกข์ทรมานมาก  

เรื่องสำคัญของบ้านเมืองขณะนี้ คือ “น้ำมัน“ 

จริงอยู่ว่าสภาวะสงคราม อิหร่าน-สหรัฐ อิสราเอล ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงทั่วโลก 

นายกฯ หนู ออกมาขอโทษว่าคาดผลของสงครามผิดว่าจะจบเร็ว จึงตรึงราคาน้ำมันไว้ 15 วัน  

แต่เมื่อสงครามไม่ได้จบอย่างที่คาด ทำให้ต้องปล่อยราคาน้ำมันลอยตัวขึ้นถึง 6 บาท ในครั้งเดียว 

และเมื่อราคาขึ้น ทุกปั๊มกลับมีน้ำมันให้เติมสบายๆ ทันที 

ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าชาวบ้านต่อคิวเติมน้ำมันยาวเหยียด ท้ายสุดเจอป้าย “น้ำมันหมด“ 

อย่างนี้มันน่าสงสัยในหัวอกของประชาชนว่ามีการกักตุนน้ำมัน และสวาปามผลต่างบนความเดือดร้อนของประชาชน 

ราคาน้ำมันขึ้นเพราะสงคราม ประชาชนทั่วไปเข้าใจได้  

แต่สิ่งที่น่าสงสัย ในเมื่อเรามีโรงกลั่นถึง 6 แห่ง รับน้ำมันดิบจากต่างประเทศล่วงหน้ามาแล้วถึง 3 เดือนในขณะที่ยังไม่มีสงคราม 

เท่ากับปัจจุบันยังมีน้ำมันดิบเพียงพอต่อความต้องการของคนในประเทศด้วย “ต้นทุนเดิม” 

แต่ทำไมเราถึงต้องอ้างอิงราคาน้ำมันที่สิงคโปร์ในปัจจุบันที่มีสงครามแล้ว มาเป็นฐานในการปรับขึ้นราคาตอนนี้? 

รัฐบาลควรชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ “ต้นทุนราคาน้ำมันที่แท้จริง” มากกว่า “ต้นทุนทิพย์“  

พ่อค้าทุกคนย่อมสามารถแจงต้นทุนสินค้าที่ตัวเองขายได้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะขายลูกชิ้น หรือขายน้ำมัน  

แต่น้ำมันกลับเป็นเรื่องยุ่งยาก และเกรงที่จะชี้แจง “ต้นทุนที่แท้จริง“ ให้ประชาชนทราบ  

หากรัฐบาลไม่สามารถชี้แจงต้นทุนน้ำมันที่ขายให้ประชาชนได้ ก็ย่อมเป็น “การค้าที่ผิดปกติธุระ“ 

คือขายโดยมี ”นายทุนใหญ่” ผู้บงการอยู่เบื้องหลัง แอบทำกำไรมากเกินกว่าที่ควรได้บนความเดือดร้อนของประชาชนคนไทย 

คิดฐานราคาน้ำมันของวันที่มีสงครามตอนนี้ ทั้งที่ต้นทุนน้ำมันที่ได้มาเป็นราคาก่อนช่วงสงคราม 

มันจึงเป็นการ “ตั้งราคาที่ไม่เป็นธรรม“ อย่างยิ่งกับประชาชน  

เหมือนซื้อหุ้นตอนถูก แล้วรอจังหวะขายตอนราคาขึ้น 

แต่นี่เป็นความเดือดร้อนของประชาชน ไม่ใช่จะมาเก็งกำไรใส่กระเป๋าเอาตอนนี้ 

ผลต่างของต้นทุนช่วงที่ไม่มีสงคราม กับตอนมีสงครามกลายเป็น “กำไรมหาศาล“ ที่เข้ากระเป๋าใคร? 

รัฐบาลต้องมีความจริงใจในการชี้แจงให้ชัดเจน  

หากจะบีบไข่ให้ “ไอ้โม่งนายทุน” คายกำไรคืนให้ประชาชนได้ นายกฯ หนู ก็ต้องทำ  

ในสถานการณ์เช่นนี้ผมว่าประชาชนจะเข้าใจได้ง่าย หากยอมพูดออกมาตรงๆ  

นายกฯ จะได้รับการยกย่องแทนการถูกตำหนิ  

แต่การให้คุณพิพัฒน์เป็นหนังหน้าไฟมาฟังคำแนะนำจากประชาชนคงไม่น่าเป็นสิ่งที่ควร  

เพราะนอกจากคุณพิพัฒน์เป็นผู้มีความรู้เรื่องน้ำมันดี มีประสบการณ์มากมายเพราะค้าขายน้ำมันจนร่ำรวย  

ยังเป็นนักการเมืองที่ได้รับเลือกจากประชาชนมาทำหน้าที่อีกด้วย  

แม้การเลือกระหว่าง “นายทุน“ กับ ”ประชาชน” จะยากลำบากสำหรับนักการเมือง 

แต่เมื่อถึงเวลาบ้านเมืองวิกฤตนักการเมืองทุกคนต้องเลือกประชาชนมากกว่านายทุน 

เพราะประชาชนจำนวนมากเลือกพรรค เลือก สส. ของภูมิใจไทยมากสุดจนได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล 

อย่าให้ประชาชนบอกว่า “คิดผิดที่เลือกมา” 

ประชาชนอย่างพวกผมต้องพึ่งรัฐบาลในขณะนี้ หากท่านทำพัง ประชาชนก็พังไปด้วย 

มันถือเป็น “สงครามของคนไทย“ ที่ต้องเอาตัวรอดไปวันๆ 

ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์