เมื่อ “ภูมิใจไทย” เปิดเกมแค้น ไม่เอา “หวังศุภกิจโกศล” แผลเก่าครูใหญ่น้ำเงิน 

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

28 มีนาคม 2569

เมื่อ “ภูมิใจไทย” เปิดเกมแค้น ไม่เอา “หวังศุภกิจโกศล” แผลเก่าครูใหญ่น้ำเงิน 

ตีลังกาเล่าข่าว โดย กรรณะ 

ชะรอยจะเป็นคติประจำใจของ “ภูมิใจไทย” หรือไม่ก็ “เนวิน ชิดชอบ” ที่เมื่อไล่บี้ใครแล้วก็เอาให้ถึงที่สุดชนิดที่แม้ต่อให้ยอมศิโรราบอย่างไรเงื่อนไขก็ยังไม่หยุด ชนิดที่เอาไม่ให้เกิดได้อีกเลย 

เราได้เห็นมาแล้วกับ “กล้าธรรม” ที่แม้ “ผู้กองธรรมนัส พรหมเผ่า” จะยอมหมดทุกประการ สุดท้ายก็ไม่มีแม้แต่ที่ยืนในรัฐบาล 

และล่าสุดเรื่องนี้ก็กำลังเกิดกับตระกูล “หวังศุภกิจโกศล” ของ “กำนันป้อ – วีระศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล” 

“กำนันป้อ” ทายาทเจ้าสัว “บักเอี่ยม แซ่เฮง” เจ้าของอาณาจักรแป้งมัน “เอี่ยมเฮง” ที่มีมูลค่าการส่งออกกว่าหมื่นล้าน 

แถมด้วยอำนาจบารมีในการคุมตลาดแป้งมันในภาคอีสาน ซึ่งหมายถึงการเข้าถึงผู้คนในกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับแป้งมันได้ทั้งหมด รวมถึงเกษตรกร ข้อได้เปรียบนี้เรียกได้ว่าหอมหวลสำหรับเวทีการเมือง ใครไม่ชายตามองก็แปลกเกินไป เพราะนี่คือ “ดาวฤกษ์” ที่มีแสงในตัวเอง 

และในอดีตคน “ตาดี” และ “มือดี” และ “วาทะดี” ที่ไปชวน “กำนันป้อ” มาเล่นการเมืองก็คือ “เนวิน ชิดชอบ”  และจุดเริ่มต้นของระดับชาติก็คือ “ภูมิใจไทย” นี้เอง 

“หวังศุภกิจโกศล” ถือเป็นผู้เล่นใน “สเป็ก” ของ “ภูมิใจไทย” ที่เล่นการเมืองแบบบ้านใหญ่  ไม่เน้นกระแส ซึ่งก็ทำได้สำเร็จจริงๆ  

แม้จะเป็นสมัยแรกแต่ “ภูมิใจไทย” ก็ตอบแทนด้วยตำแหน่งรัฐมนตรีช่วย เริ่มจาก “รัฐมนตรีช่วยพาณิชย์” ก่อนจะให้เป็น “รัฐมนตรีช่วยคมนาคม” 

แต่จุดแตกหักก็มาถึงช่วงปลายยุค “รัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา” เมื่อ “กำนันป้อ” ตัดสินใจย้ายบ้าน ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี โดยให้เหตุผลเรื่องปัญหาสุขภาพ ก่อนจะส่งไม้ต่อให้ลูกสาวอย่าง “ปุ๋ง – สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล”  มาเล่นการเมืองในสีเสื้อ “เพื่อไทย” 

ซึ่ง “เพื่อไทย” เองก็ตอบแทน “หวังศุภกิจโกศล” ด้วยตำแหน่งรัฐมนตรี ทั้งกระทรวงท่องเที่ยวฯ กระทรวงอุดมศึกษาฯ  และ กระทรวงพัฒนาสังคมฯ  เรียกว่าแค่สองปีเธอเปลี่ยนสามกระทรวง แต่ก็ไม่ได้ลดชั้นเป็น “รัฐมนตรีช่วย” 

อย่างไรก็ตามก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาพอใจ เพราะการเปลี่ยนถึงสามกระทรวง มุมหนึ่งมองได้ว่าพวกเขาอาจเป็นแค่ตัวแปร ทำให้ “หวังศุภกิจโกศล” เริ่มตัดถนนสายใหม่ ด้วยการไปเปิดบ้านสำรองที่ชื่อว่า “พรรคไทรวมพลัง” 

แต่ตัวหลักอย่าง “ปุ๋ง” ยังคงอยู่กับ “เพื่อไทย” 

ตอนนี้เส้นเรื่องได้แบ่งเป็นสองทาง เส้นแรกคือ “หวังศุภกิจโกศล” ที่อยู่กับเพื่อไทยและมีบ้านสำรองที่ชื่อ “ไทรวมพลัง” อีกเส้นเรื่องคือความแค้นของ “ภูมิใจไทย” และ “เนวิน” ที่ถูกตีจาก และเฝ้ามองการเติบโตของ “หวังศุภกิจโกศล” 

และเส้นเรื่องทั้งสองมาบรรจบกันอีกครั้งหลังการเลือกตั้ง  เมื่อ “ภูมิใจไทย” เล่นเกมละเอียด กวาด สส. กว่า 190 เสียง กลายเป็นพรรคอันดับหนึ่ง 

ขณะที่ “ปุ๋ง” อยู่กับ “เพื่อไทย” และมี สส. โคราชแทบยกจังหวัด 8 คน และหากบวก “ปุ๋ง” ที่เป็นบัญชีรายชื่อ  “มุ้งหวังศุภกิจโกศล” ที่อยู่กับ “เพื่อไทย” ก็มีถึง 9 คน 

ขณะที่ “ไทรวมพลัง” ก็กวาด สส. มาอีก 6 คน  ทำให้ “มุ้งหวังศุภกิจโกศล” ที่มาจากสองพรรคมี สส. ถึง 15 คน 

ใครๆก็รู้ว่านี่คือตัวจริงเสียงจริง และรอวันโต แบบไม่แคร์พรรค และนี่เองที่ทำให้ทั้ง “แรงแค้น” และการตัดตอนเพื่อไม่ให้โตกว่านี้จึงเกิดขึ้น 

กับมุ้ง 9 สส. ใน “เพื่อไทย”  อาจจะเข้าไปจัดการหรือเอาออกจากรัฐบาลไม่ได้ แต่กับ “ไทรวมพลัง” นั้นเป็นอีกอย่าง 

6 สส. ไม่ใช่กลุ่มก้อนที่มองข้ามได้ แต่ “ภูมิใจไทย” เลือกจะไม่เอา และคล้ายกับยื่นไมตรีว่าลองโหวตเลือกนายกฯ ดูก่อนจะตัดสินใจอีกที คล้ายกับขอ “เช็กเปล่า” เพื่อวัดใจ 

ซึ่ง “ไทรวมพลัง” ทั้ง 6 คนก็ยกมือโหวตให้กับ “อนุทิน ชาญวีรกูล” แต่ชื่อตามโผ ครม. ก็ไม่ปรากฏออกมาว่ามีคนของ “ไทรวมพลัง” สักตำแหน่ง 

ขณะที่สถานการณ์จาก “บ้านหลัก” ใน “เพื่อไทย”   พรรคสีน้ำเงินก็เปิดเกมรุกไล่ เมื่อ “เพื่อไทย” เสนอ “สุดาวรรณ” ให้นั่งตำแหน่ง รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 

แต่แล้วก่อนที่จะมีการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี   กรมสอบสวนคดีพิเศษ ก็ออกหมายเรียก “กำนันป้อ” แบบยกบ้าน และแน่นอนว่ารวมถึง “มาดามปุ๋ง” ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และประมวลกฎหมายที่ดิน กรณีบุกรุกที่สาธารณประโยชน์หาดสวนยา ตำบลศรีวิเชียร อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อขุดบ่อกักเก็บน้ำของโรงงานเนื้อที่กว่า 16 ไร่ 

ซึ่งคดีนี้เป็นคดีที่ตกค้างมากว่า 6 ปี แต่ให้บังเอิญว่าต้องมาเรียกและแจ้งข้อกล่าวหากันก่อนที่จะมีการแต่งตั้งรัฐมนตรี 

ซึ่งทำให้คุณสมบัติของ “มาดามปุ๋ง” ถูกตั้งข้อสงสัยเรื่อง “จริยธรรม” ทันที และตามคาดแม้ “เพื่อไทย” จะดันชื่อ “มาดามปุ๋ง” แต่ที่สุดก็ไม่ผ่านการตรวจคุณสมบัติ ทำให้ที่สุดก็จะไม่ได้เป็นรัฐมนตรี แต่ทาง “เพื่อไทย” ก็ยังยืนยันจะส่งคนจากมุ้งนี้เป็นรัฐมนตรีแทน ซึ่งก็คือ “นิกร โสมกลาง” ก็ต้องดูว่า “ภูมิใจไทย” จะทำอย่างไรต่อไป 

แต่บอกเลยว่า “บ้านหวังศุภกิจโกศล” กับ “ภูมิใจไทย” น่าจะเป็นคู่ขนานและต้องมีการปะทะอีกเป็นระยะๆ