อดีต สส.พรรคส้ม โพสต์เดือด บอกเท้ง ไร้ภาวนะผู้นำ
ไนซ์ อีจัน
11 กุมภาพันธ์ 2569

อดีต สส.พรรคส้ม เดือด ซัดเท้ง ไร้ภาวะผู้นำ !
(11 ก.พ.69) น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กทม. พรรคประชาชน ได้โพสต์สตอรี่ในอินสตาแกรม ถึง เท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน
เธอโพสต์ว่า “ลาออกเถอะ ไร้ภาวะผู้นำ”

“คือคนไม่ได้มีศักยภาพในการเป็นผู้นำค่ะ
คุณเท้งคุณไม่ได้เป็นคนเก่งอะไรผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ไม่ได้แสดงความรับผิดชอบต่อหน้าที่ในการลาออกจากตำแหน่ง ตั้งแต่ตอนที่ยกมือให้ภูมิใจไทยแล้วล้มเหลวนี่ก๊อกหนึ่ง ก๊อกสองยังมีการคัดเลือกผู้สมัครฟอกเงินยาเสพติดสองหมื่นล้าน ก๊อกสามยังมีการปล่อยผ่านเรื่องเว็บพนันจนเรื่องมาเเรงทีหลัง คุณควรลาออกตั้งแต่สามเรื่องนี้เกิดขึ้นแล้วค่ะ
ถ้าเป็นจริยธรรมของนายกสากลทั่วโลกแต่คุณยึดติดกับตำแหน่งกระหายอำนาจทั้งทั้งที่ไม่มีศักยภาพจนมันเป็นแบบนี้
คนดีกว่าคุณมีหลายล้านคนทั่วประเทศค่ะคลายอำนาจซะเถอะตอนเลือกตั้งหัวหน้าพรรคก็ไม่มีแคนดิเดตคนอื่นนอกจากคุณคนเดียวแล้วจะมีทางเลือกอื่นเหรอคะเหมือนมัดมือชกทั้งทั้งที่ดิฉันก็ไม่ได้เห็นว่าคุณมี ศักยภาพตรงไหน”


อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เธอได้โพสต์ข้อความในอินสตาแกรมไว้ว่า
“กราบเรียนพี่น้องประชาชนผู้มีอำนาจสูงสุด ดิฉันไม่ผ่านการคัดเลือกเป็นผู้สมัคร ส.ส. ในนามพรรคประชาชนจากการพิจารณาของ คณะกรรมการบริหารพรรค และคณะกรรมการคัดสรร ผู้สมัครเป็นผลลัพธ์ของกระบวนการตัดสินใจภายในพรรคซึ่งดิฉันเคารพ
ในการตัดสินใจดังกล่าว และยอมรับกระบวนการคัดสรรด้วยความเข้าใจ อย่างไรก็ตาม การเคารพกระบวนการไม่จำเป็นต้องหมายถึงการละทิ้งการวิพากษ์โดยเฉพาะเมื่อการตัดสินใจทางการเมืองบางประการได้สร้างความผิดหวังอย่างลึกซึ้งต่ออุดมการณ์ประชาธิปไตยที่ผู้แทนจำนวนมาก – รวมถึงตัวดิฉันเอง – พยายามยึดถือมาตลอด
ตลอดวาระการทำงานในสภา ดิฉันได้ทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังและต่อเนื่องทั้งในและนอกสภา
ㆍการอภิปรายในสภา
ลุกขึ้นอภิปรายในญัตติสำคัญ ร่างกฎหมาย และการตรวจสอบฝ่ายบริหารอย่างสม่ำเสมอ
โดยเฉพาะประเด็นที่หลายคนเลือกเลี่ยงไม่ว่าจะเป็นสิทธิมนุษยชน คดีการเมือง
กระบวนการยุติธรรมที่เลือกปฏิบัติและบทบาทของรัฐไทยในเวทีระหว่างประเทศ
ㆍการตั้งกระทู้และติดตามคดีประชาชน
ดิฉันใช้เวทีสภาเป็นพื้นที่ตั้งคำถามแทนผู้ที่ไม่มีอำนาจต่อรอง
ตั้งแต่ผู้ต้องขังคดีการเมืองผู้ถูกละเมิดสิทธิคนไทยในต่างแดนไปจนถึงกรณีที่รัฐนิ่งเฉยต่อความอยุติธรรม
ㆍการลงพื้นที่จริง
เธอลงพื้นที่พบประชาชนอย่างต่อเนื่องไม่ใช่เพียงเพื่อสร้างภาพแต่เพื่อรับฟังปัญหาจริง และนำเสียงเหล่านั้นกลับเข้าสู่ระบบนิติบัญญัติหลายประเด็นที่พยายามผลักดัน
– การคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน เช่นสิทธิในที่อยู่อาศัยของคนจนเมืองและสวัสดิการเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งเป็นปัญหาใจกลางเมืองที่มีประชากรหนาแน่นค่าครองชีพสูง
– การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม
– การยืนหยัดให้ประเทศไทยเคารพหลักสิทธิมนุษยชนสากล
– สันติภาพในสามจังหวัดชายแดนใต้และชายแดนไทย – กัมพูชา
อาจ ยังไปไม่ถึงฝันในสภาชุดนี้ (ต่อ)”

