“อนุทิน” เบรก “พิพัฒน์” ยื่นลาออก ผอ.ศบก. มั่นใจ ไม่มีเอื้อผลประโยชน์
บวรวัฒน์ อีจัน
30 มีนาคม 2569

จากกระแสโซเชียลที่ถาโถมใส่ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) จากวิกฤติการณ์ขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาท ซึ่งมีส่วนร่วมกับภาครัฐ ในการตัดสินใจครั้งนี้ พร้อมถูกตั้งข้อครหาในการเกี่ยวข้องกับหุ้นส่วนที่โยงไปยังเครือบริษัทน้ำมัน จนล่าสุดมีการเปิดเผยว่า เจ้าตัวได้ยื่นลาออกตำแหน่งนี้แล้ว อย่างไรก็ตาม นายกฯ อนุทิน ได้เบรกความคิดนี้ทันที

วันนี้ (30 มี.ค. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ตัดสินใจยื่นใบลาออก จากผู้อำนวยการ ศบก. กล่าวว่า ท่านทำงานหนักมาก และยืนยันว่า ไม่มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนใด ๆ ทั้งสิ้น ท่านเคยเขียนใบลาออกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ตนไม่อนุมัติให้นายพิพัฒน์ออก เพราะเป็นคนทำงานที่รู้กลไก และเราต้องใช้ประสบการณ์ของบุคคลเหล่านี้ ทำประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน
นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ผู้สื่อข่าว ประชาชน รวมถึงนักวิชาการ คณะรัฐมนตรี นั่งทำงานกันขนาดนี้ เป็นใครก็ไม่กล้าคิดถึงประโยชน์ของตนเอง หากสมมุตินายพิพัฒน์ เพียงแค่คิดว่า มีนโยบายแบบนี้จะเกิดประโยชน์กับครอบครัวของท่าน ตนจับได้ ตนก็จะทราบ ขอรับรองว่าตนไม่มีทางยอมให้เกิดขึ้น เพราะตนไม่มีในเรื่องผลประโยชน์ และเรายังใช้ความเห็นใช้ประสบการณ์ของนายพิพัฒน์ ให้แนวทาง ซึ่งหลายแนวทางปฏิบัติออกมาได้ผลกับสถานการณ์
การให้บริการเติมน้ำมันในปั๊ม นายอนุทิน กล่าวว่า เกือบเข้าสู่ขั้นปกติแล้ว ถ้าบางคนจะไปถ่ายรูปจากปั๊มใดปั๊มหนึ่ง และบอกว่าปั๊มนี้ยังปิดอยู่ ตรงนี้ตนต้องบอกว่าดูภาพรวม ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ 76 จังหวัด ยกเว้นกรุงเทพฯ ต้องรายงานเข้ามาทุกเช้า เพราะตนบอกแล้วว่า ถ้าทุกจังหวัดบริหารสถานการณ์น้ำมันได้ การสัญจรไปมาช่วงสงกรานต์จะไม่มีปัญหา ถือเป็น KPI เป็นสิ่งที่ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องใส่ใจเต็มที่
มั่นใจในตัวนายพิพัฒน์ จึงให้มาทำหน้าที่ตรงนี้โดยไม่กังวลใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งกรรมการ ศบก. เป็นชุดเฉพาะกิจ และอีกเหตุผลหนึ่งคือ ตนตั้งใจจะให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นประธาน ศบก. ตั้งแต่แรก แต่ต้องมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมอยู่ในคณะกรรมการด้วย ซึ่ง นายพิพัฒน์เป็นรองนายกรัฐมนตรีคนที่ 1 โดยนายเอกนิติ กล่าวว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวจะขับเคลื่อนทุกอย่างให้ แต่ขอชื่อนายพิพัฒน์เป็นประธาน ซึ่งในการขับเคลื่อนของคณะกรรมการ จริง ๆ ตนไม่ได้อยู่ในคณะกรรมการ แต่ยังมาร่วมประชุมด้วยทุกบ่าย เพราะเราทำงานกันเป็นทีมเวิร์ค ส่วนตำแหน่งเอาไว้ให้กำกับดูแลงานในสังกัดของแต่ละคน

กรณี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ วิจารณ์การแก้ไขปัญหาราคาน้ำมัน ถือผิดมารยาทพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ท่านเป็นพรรคร่วม และตอนนี้ท่านไม่ได้เป็น สส.แล้ว ท่านคงพูดในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ซึ่งท่านอาจจะอยากให้ความเห็น ส่วนรัฐบาลจะปฏิบัติหรือไม่ เป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะตัดสินใจ แต่เความเห็นอะไรที่ส่งมา เรารับฟังหมด
ประชาชนคลายกังวลได้หรือไม่ ว่าสถานการณ์น้ำมันเริ่มคลี่คลายแล้ว นายอนุทิน กล่าวว่า เริ่มคลี่คลายตามลำดับ ไม่ใช่เพิ่งเข้ามาสู่สภาวะเป็นปกติวันนี้หรือเมื่อวาน แต่ดีขึ้นมาเรื่อย ๆ มีรายงานเข้ามาตลอด และมีการใช้เครือข่ายของบริษัทผู้ค้าน้ำมันในประเทศ โดยเขามีเครือข่ายในการนำเข้าน้ำมันดิบเข้ามา ทุกฝ่ายยังให้คำยืนยันว่า ยังไม่มีความผิดปกติใดๆ ในการนำเข้าน้ำมัน
นอกจากนี้ ยังมีการปฏิบัติ ปตท. นำร่องไปแล้ว คือการสั่งน้ำมันดีเซลสำเร็จรูปจากต่างประเทศเข้ามา และนำส่วนนี้ส่งต่อไปยัง สปป.ลาว ซึ่งจะยิ่งทำให้สร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้ ก่อนหน้านี้ ประชาชนตั้งข้อสงสัยว่าทำไมต้องส่งไป สปป.ลาว รัฐบาลให้เหตุผลแล้ว พร้อมกับรับฟังที่พี่น้องประชาชน ที่อยากจะให้เพิ่มความมั่นใจ ทาง ปตท. มีช่องทางที่จะนำเข้าน้ำมันดีเซลสำเร็จรูปเข้ามา และปันไปยัง สปป.ลาว และได้ราคาที่ตกลงกับ สปป.ลาว ยิ่งเป็นสิ่งที่น่าจะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนเพิ่มขึ้นไปอีก ปริมาณน้ำมันที่ฉีดเข้าไปในระบบก็มีมากขึ้น ถ้าใช้ไม่หมดก็สำรองเอาไว้ ซึ่งการสำรองน้ำมันก็มีตามกฏหมายอยู่แล้ว
กรณีที่มีการตั้งข้อสงสัยเรื่องการบริหารจัดการน้ำมัน จะทำให้เสียสมาธิในการทำงานหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ ตนไม่รู้สึกเสียสมาธิ แต่ที่ไม่ค่อยได้พูดเล่นชวนหัวกับผู้สื่อข่าวในช่วงนี้ เพราะตนเข้าใจว่าประชาชนมีความกังวล และมีความห่วงใยในสถานการณ์ ตนจึงต้องใส่ใจให้มากขึ้น เพราะมีหน้าที่ที่จะทำให้ความกังวลของประชาชนลดลงน้อยที่สุด
“จะบอกว่าอย่าห่วงใยเลย ก็พูดเต็มปากไม่ได้ เพราะเราไม่รู้ว่าคู่กรณีที่รบกันอยู่ในตะวันออกกลาง วันนี้บอกเปิด พรุ่งนี้บอกปิด วันนี้บอกหยุดยิง พรุ่งนี้บอกยิงกันใหม่ ตรงนั้นถือว่าเป็นปัจจัยที่ประเทศไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่สิ่งที่เราจะต้องบริหารจัดการให้ได้ คือต้องทำให้เกิดความมั่นใจว่าน้ำมันของเรา จะต้องไม่หายไปจากระบบ ซึ่งเรามีความมั่นใจอยู่” นายอนุทิน กล่าว
ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว