ลมเปลี่ยนทิศ! เจ็ตหรู “ทักษิณ” เลี้ยวหัวกลางดึก จากสิงคโปร์ไปลงดูไบ

ตู๋ อีจัน

ตู๋ อีจัน

5 กันยายน 2568

ลมเปลี่ยนทิศ! เจ็ตหรู “ทักษิณ” เลี้ยวหัวกลางดึก จากสิงคโปร์ไปลงดูไบ


ลมเปลี่ยนทิศ! เจ็ตหรู “ทักษิณ” เลี้ยวหัวกลางดึก จากสิงคโปร์ไปลงดูไบ

เมื่อคืนวันที่ 4 ก.ย. 2568 โซเชียลแทบแตก! ทุกสายตาจับจ้องไปที่การเคลื่อนไหวของ อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร เมื่อเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวที่กำลังจะมุ่งหน้าสู่สิงคโปร์กลับ เลี้ยวหัวเข้าอันดามัน ทำเอาคนงงกันทั้งประเทศว่า “ทักษิณกำลังไปไหน?”

เครื่องเจ็ตลำนนี้ที่ทักษิณใช้ก็ไม่ธรรมดาเลยครับ ถูกตั้งฉายาว่า “เพนต์เฮาส์ลอยฟ้า” 2,700 ล้าน! เครื่องบินที่ทักษิณใช้เดินทาง ไม่ใช่แค่เครื่องบินไพรเวตเจ็ตทั่วไป แต่มันคือ Bombardier Global 7500 เจ็ตสุดหรูของมหาเศรษฐีและผู้นำประเทศ

  • บรรทุกผู้โดยสาร VIP ได้ 8 ที่นั่ง
  • ความเร็วสูงสุด 476 น็อต หรือ 882 กม./ชม.
  • พิสัยบินไกลกว่า 14,000 กม. บินไปยุโรป-ดูไบ ได้สบาย
  • ภายในคือที่สุดของความหรู: ห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องน้ำพร้อมเตียง

ราคาหนัก ๆ กว่า 2,700 ล้านบาท! ถูกขนานนามว่า “เพนต์เฮาส์ลอยฟ้า” ของท้องฟ้า

แต่คำถามที่ทุกคนอยากรู้เมื่อคืนก็คือทำไมไม่ลงสิงคโปร์?

เดิมทีคุณทักษิณมีคิวบินไปตรวจสุขภาพที่สิงคโปร์ แต่เหตุไม่คาดคิดเกิดขึ้น!

เพราะตอนออกจากไทยเจอ ด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ถ่วงเวลากว่า 2 ชั่วโมง
ทำให้ไปถึงสนามบิน Seletar สิงคโปร์ ไม่ทันปิด 4 ทุ่ม นักบินจึงต้องตัดสินใจ เปลี่ยนเส้นทางกลางอากาศ เลี้ยวไปลง ดูไบแทน

ชาวเน็ตเดากันวุ่นว่า หรือไปพักผ่อน? หรือมีนัดหมายลับทางการเมือง? หรือบินต่อไปตะวันออกกลาง? แต่สุดท้ายความจริงเปิดเผยว่าคุณทักษิณเลือกลงดูไบ เพราะที่นั่นเขามี ทีมแพทย์ประจำ ทั้ง หมอกระดูก-หมอปอด และยังมีเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันนานกว่า 2 ปี ตอนเครื่องจะเข้าดูไบ ยังต้องบินวนอยู่นาน เพื่อรอ “ไฟเขียว” ให้ลงจอดได้

สรุปคือ ไม่มีนัดลับ ไม่มีดีลลับ แต่เป็นแค่ “บินไม่ทัน” สิงคโปร์ปิดสนามบินก่อน คุณทักษิณยืนยันเองว่าจะกลับเมืองไทย ไม่เกิน 8 ก.ย. เพื่อไปศาลด้วยตัวเองในวันที่ 9 ก.ย. 2568


ลมเปลี่ยนทิศ ทักษิณ ขึ้นเจ็ตหรู เลี้ยวหัวลงดูไบ