สวนดุสิตโพล เผย “ภูมิใจไทย” ได้เปรียบสุด แต่คนยังเลือก “พรรคประชาชน”

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

24 พฤศจิกายน 2568

สวนดุสิตโพล เผย “ภูมิใจไทย” ได้เปรียบสุด แต่คนยังเลือก “พรรคประชาชน”

ส่งสัญญาณถึงอนาคตการเมืองไทย ปี 2569 หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมา 2 พรรคตัวเต็งอย่าง พรรคประชาชน และพรรคเพื่อไทย ได้ประกาศไลน์อัพแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กับการเลือกตั้งครั้งต่อไป ท่ามกลางความสนใจจากประชาชน นั้น

(23 พ.ย. 68) “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สํารวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “พรรคการเมืองไทย พรรคใด ได้เปรียบ” กลุ่มตัวอย่าง 1,794 คน (สํารวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 19-21 พฤศจิกายน 2558

พบว่า พรรคภูมิใจไทย ถือเป็นพรรคที่มีความได้เปรียบมากที่สุดถึง 8 ข้อ ดังนี้

ด้านความพร้อมที่จะเป็นรัฐบาล ร้อยละ 41.36

ความพร้อมด้านทรัพยากร (ทุน) ร้อยละ 40.80

ความสามารถในการทํางานทางการเมือง ร้อยละ 35.79

ขณะที่ พรรคประชาชน มีความได้เปรียบเรื่องความทันสมัย ร้อยละ 50.06

ความสามารถในการตรวจสอบ ร้อยละ 41.69

ความสามารถในการสื่อสาร ร้อยละ 34.39

ส่วน พรรคเพื่อไทย ได้เปรียบเพียงข้อเดียว คือ ประสบการณ์ทางการเมือง ร้อยละ 29.88 ด้านประเด็นความซื่อสัตย์สุจริต ประชาชนยังไม่แน่ใจว่าพรรคใดมีความโดดเด่น ร้อยละ 22.52

สุดท้ายเมื่อถามว่าหากมีการเลือกตั้ง ณ วันนี้ พรรคการเมืองที่จะเลือกแบบบัญชีรายชื่อ คือ

พรรคประชาชน มากที่สุด ร้อยละ 26.25

พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 22.02

พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 12.54

ด้าน ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล กล่าวว่า คะแนนนิยมของพรรคภูมิใจไทย ขยับขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยประชาชนมองว่ามีศักยภาพเชิงโครงสร้างในการทํางาน ขณะที่พรรคประชาชน เด่นด้านภาพลักษณ์ใหม่ สื่อสารดี และ ตรวจสอบได้ ส่งผลให้คะแนนนิยมแบบบัญชีรายชื่อขึ้นนําเป็นอันดับ 1 แม้ไม่ทิ้งห่างภูมิใจไทยมากนัก หากมีการยุบสภาเร็ว กว่ากําหนด ทิศทางการแข่งขันน่าจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการแปลงภาพลักษณ์และศักยภาพที่มีให้เป็นความเชื่อมั่นเพื่อ ตัดสินใจในวันเลือกตั้ง

ผศ.มนตรี พานิชยานุวัฒน์ หัวหน้าศูนย์พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการด้านกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ผลโพลครั้งนี้สะท้อนภาพรวมที่น่าสนใจของการแข่งขันทางการเมืองไทยในปัจจุบัน พบว่า พรรคภูมิใจไทยยังคงครองความได้เปรียบในหลายมิติทั้งความพร้อมในการเป็นรัฐบาล การมีทรัพยากรเพียงพอ และศักยภาพด้านการทํางานทางการเมืองและในทางสภา ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสําคัญต่อเสถียรภาพของพรรคการเมืองในระยะยาว

ขณะเดียวกัน พรรคประชาชน กลับโดดเด่นในมิติที่เกี่ยวข้องกับภาพลักษณ์ยุคใหม่ เช่น ความทันสมัย ความสามารถในการ สื่อสาร และศักยภาพด้านการตรวจสอบ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการเมืองที่ฐานเสียงคนรุ่นใหม่มีบทบาทมากขึ้น ส่วนพรรค เพื่อไทย แม้จะยังมีความได้เปรียบด้านประสบการณ์ทางการเมือง แต่กลับไม่สามารถครองความโดดเด่นในประเด็นอื่น ๆ ได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ ผลสํารวจยังพบว่า ประชาชนจํานวนไม่น้อยยังไม่มั่นใจเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตของพรรคการเมืองใด สะท้อนความไม่ไว้วางใจที่ยังคงอยู่ในระบบพรรคการเมืองโดยรวม และเมื่อหันมาพิจารณาความนิยมแบบ บัญชีรายชื่อ หากมีการเลือกตั้งวันนี้กลับพบว่า พรรคประชาชน ได้รับคะแนนสูงสุด แซงหน้าภูมิใจไทย แม้ในหลายด้านภูมิใจไทย จะมีศักยภาพเหนือกว่า ซึ่งชี้ให้เห็นช่องว่างระหว่าง “ภาพลักษณ์เชิงศักยภาพ” กับ “พฤติกรรมเลือกตั้งจริง” ของประชาชน ปรากฏการณ์เช่นนี้บ่งบอกว่าการเมืองไทยยังคงเปิดกว้าง และความนิยมทางการเมืองสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วตาม สถานการณ์และอารมณ์สังคมในช่วงเวลานั้น ๆ

ขอบคุณข้อมูล : สวนดุสิตโพล