“ภูมิใจไทย” เฮ! มติฉลุย “พ.ร.บ. คุกคามทางเพศ” ให้สิทธิผู้เสียหายลบข้อมูลได้ทันที
บวรวัฒน์ อีจัน
31 กรกฎาคม 2568

ร่างกฎหมายครั้งนี้.. จะยกระดับและแก้ปัญหาการคุกคามทางเพศนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป
(30 ก.ค. 68) ภายหลังจากที่ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่…) พ.ศ….. ที่มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศ ที่เสนอโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ ได้ผ่านวาระ 1 รับหลักการของสภาผู้แทนราษฎร พร้อมกับร่างของ นางสาวภคมน หนุนอนันต์ และคณะ จากนั้นมีการตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ โดยมีนายศุภชัย ใจสมุทร เป็นประธานกรรมาธิการ ขณะนี้พิจารณาแล้วเสร็จ ในชั้นการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระ2 และ 3 โดยสภาผู้แทนราษฎร มีมติ เห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้โดยเอกฉันท์

ด้านนางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ กรรมาธิการฯ กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเองได้พยายามผลักดันในเรื่องกฎหมายที่คุ้มครองประชาชนเกี่ยวกับความปลอดภัยทางเพศมาตลอด และในเรื่องการคุกคามทางเพศ ที่เป็นประเด็นใหม่ ต้องให้ความสำคัญ ซึ่งมีวิวัฒนาการที่มากขึ้น เช่นการคุกคามทางเพศผ่านระบบคอมพิวเตอร์ พร้อมขอบคุณท่านอนุทิน ชาญวีรกุล และพรรคภูมิใจไทย ที่เห็นถึงความสำคัญในการคุ้มครองผู้ถูกกระทำในเรื่องนี้ ซึ่งเป็นเรื่องความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน การที่ได้ริเริ่ม และได้ผลักดันกฎหมายฉบับนี้จนสำเร็จในขั้นตอนของสภาผู้แทนราษฎร ต้องขอขอบคุณผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ในกฎหมายฉบับนี้ตั้งแต่การเริ่มร่างกฎหมาย จนได้ผ่านสภาผู้แทนราษฎร ในชั้นกรรมาธิการ

สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ ได้แก่
1) การแก้ไขนิยาม “กระทำชำเรา” ให้ครอบคลุมรูปแบบในการกระทำ รวมทั้งเพศของผู้ถูกกระทำ
2) มีการนิยามและกำหนดโทษในกรณีการคุกคามทางเพศ ทั้งในแบบการกระทำต่อหน้า และการกระทำผ่านทางระบบออนไลน์ ซึ่งในอดีตนั้นไม่มีคำนิยามและโทษของความผิดนี้ มีเพียงเหตุเดือดร้อนรำคาญ ที่เป็นเพียงลหุโทษ
3) การให้สิทธิผู้เสียหายในกรณีการคุกคามทางเพศ เช่น การถูกเผยแพร่ภาพโป๊ อนาจาร ของตนเอง สามารถร้องขอให้ศาลสั่งลบข้อมูลโดยตรง ซึ่งเดิมในกฎหมายอาญาและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ การลบข้อมูลหรือระงับการเผยแพร่ มักเกิดจากดุลพินิจของเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานรัฐ เช่น พนักงานอัยการหรือกระทรวงดิจิทัลฯ การเติมมาตรา 284/4 ทำให้ผู้เสียหายมีสถานะ “ผู้มีสิทธิร้องขอ” โดยตรงต่อศาล โดยไม่ต้องรอให้รัฐเป็นผู้เริ่มกระบวนการขอต่อศาล ซึ่งเป็นการเพิ่มอำนาจและสิทธิในการปกป้องตนเองของผู้เสียหายโดยตรง

อีกทั้ง เป็นการความสำคัญของการลบข้อมูลลามกโดยเร็ว จากปกติการลบหรือระงับข้อมูลในระบบดิจิทัลในกระบวนการปกติอาจใช้เวลานาน แต่เมื่อบัญญัติให้ศาลมีอำนาจไต่สวนตามคำร้องของผู้เสียหายและสามารถสั่งโดยตรงให้ผู้เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติตามทันที เท่ากับว่าเพิ่มกลไก “เร่งด่วน” (Urgent Mechanism) ขึ้นมา สิ่งนี้มีผลดีมากต่อผู้เสียหาย เพราะข้อมูลลามก หรือภาพอนาจารที่เผยแพร่ทางออนไลน์ หากปล่อยไว้นาน ความเสียหายจะขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว การมีกลไกเร่งด่วน จึงช่วยลดความเสียหายทางจิตใจ และชื่อเสียงได้มากขึ้น