“ศุภณัฐ” เตือน “อนุทิน” สั่งฉีกสัญญาผู้รับเหมา ระวังโดนฟ้องกลับ ชี้ อ้างผิด “อุบัติเหตุ” ไม่ได้

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

16 มกราคม 2569

“ศุภณัฐ” เตือน “อนุทิน” สั่งฉีกสัญญาผู้รับเหมา ระวังโดนฟ้องกลับ ชี้ อ้างผิด “อุบัติเหตุ” ไม่ได้

จากเหตุการณ์สุดสลดครั้งที่ 2 ของปี (15 ม.ค. 69) เครนก่อสร้างทางยกระดับ M82 ตอน 7 ถนนพระราม 2 (เส้นขาออก) ช่วง กม. 30+300-400 ช่องทางหลัก ถล่มร่วงกลางถนน เป็นเหตุให้ทับรถยนต์ 2 คัน และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ทำให้ในเวลาต่อมา อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมาย กระทรวงคมนาคม แจ้งเลิกสัญญากับบริษัทผู้รับเหมา บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) รวมถึงดำเนินคดีตามกฎหมาย และขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) นั้น

วันนี้ (16 ม.ค. 69) นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน เปิดเผยถึงกรณีที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สั่งกระทรวงคมนาคม เลิกสัญญาบริษัทผู้รับเหมา พร้อมขึ้นแบล็คลิสต์

นายศุภณัฐ กล่าวว่า เรื่องการยกเลิกสัญญา ต้องไปดูระเบียบของกฎหมายว่ามีช่องใดบ้าง ให้สามารถยกเลิกสัญญาได้ ซึ่งต้องระมัดระวังว่า ผู้ที่ถูกยกเลิกสัญญาจะใช้สิทธิ์ทางศาลในการฟ้องร้องหน่วยงานรัฐหรือไม่ ฉะนั้น ต้องดูว่าช่องที่เอาไปใช้ สมเหตุสมผลหรือไม่อย่างไร

“ตามกฎหมาย ตนเข้าใจว่าต่อให้มีอุบัติเหตุ ก็ไม่สามารถไปอ้างว่ามีเหตุจากอุบัติเหตุและยกเลิกสัญญาได้ แต่โดยส่วนใหญ่จะใช้วิธีอื่น เช่น มีการจ้างช่วง หรือไม่มีผู้ควบคุมงาน หรือเป็นเรื่องของการทำผิดสัญญาในข้ออื่น เช่น การทิ้งงาน ไม่อยู่เฝ้างาน อะไรพวกนี้ แบบนั้นใช้ได้ แต่หากอ้างว่าเกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้นแล้วยกเลิกสัญญา ตนเข้าใจว่าในการจัดซื้อจัดจ้างมันทำไม่ได้ ต้องใช้ช่องอื่นแทน” นายศุภณัฐ กล่าว

ส่วนการขึ้นแบล็คลิสต์ นายศุภณัฐ กล่าวว่า ตนคิดว่ายังมีความจำเป็น เพราะการขึ้นแบล็คลิสต์ เป็นการห้ามไม่ให้ผู้รับเหมารายนี้ สามารถเข้าไปประมูลงานของภาครัฐอื่นได้อีก ถามว่าจะต้องแบล็คลิสต์ไปตลอดชีวิตหรือไม่ ขึ้นอยู่กับภาครัฐจะพิจารณา ซึ่งมีช่องกฎหมายอยู่แล้ว

ความเสี่ยงที่รัฐจะต้องจ่ายชดเชย จากการบอกเลิกมีมากน้อยแค่ไหน นายศุภณัฐ กล่าวว่า กรณีที่มีการยกเลิก สิ่งหนึ่งคือเป็นคุณกับผู้รับเหมาเลย คือ เมื่อยกเลิกสัญญาแล้ว สมมติว่าโครงการนี้มีโอกาสเกิดความล่าช้าเกิดขึ้น ปกติแล้วผู้รับเหมาจะถูกปรับเงิน เพราะสร้างความล่าช้าวันละ 0.25% อย่างโครงการรถไฟความเร็วสูง ถ้าสามารถปรับได้สูงสุดจากความล่าช้านี้ ก็จะประมาณ 980 ล้านบาท

“การที่ไปยกเลิกสัญญาโดยทันที เท่ากับว่าผู้รับเหมาไม่ต้องมีความล่าช้าแล้ว เพราะอยู่ในระยะเวลาของสัญญาอยู่ สัญญายังไม่หมด แต่ถามว่ารัฐสามารถเรียกร้องความเสียหายจากอุบัติเหตุหรือไม่ สามารถทำได้ แต่ต้องประเมินว่าโครงการนี้ทำถึงไหนแล้ว และมีเนื้องานเหลือเท่าไหร่ ซึ่งหากเปิดทีโออาร์ใหม่ หาผู้รับจ้างใหม่ อาจทำให้โครงการล่าช้าได้ร่วมเป็นปี นานพอสมควร ฉะนั้น เวลาที่เสียไปเพิ่มเติมจากการที่ยกเลิกสัญญา รัฐต้องหาช่องทางในการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายในเชิงเสียผลประโยชน์ตรงนี้ด้วย” นายศุภณัฐ กล่าว

การที่ นายอนุทิน กล่าวแบบนั้นแบบนี้ กลายเป็นการช่วงชิงทางการเมืองหรือไม่ นายศุภณัฐ กล่าวว่า ถ้ามองตามตรงเรื่องกระแสกดดันต่าง ๆ การตอบสนองต่อกระแส หรือการทำให้นายกรัฐมนตรีดูดี คือการยกเลิกเพื่อเอาใจสังคมก่อน แต่อย่างที่ตนบอก มันมีคุณต่อผู้รับเหมาอยู่ เรื่องค่าความล่าช้า ถ้าเป็นตนจะรอดูวิเคราะห์ก่อนว่าโครงการนี้ มีโอกาสล่าช้าหรือไม่ ถ้าเกิดมีโอกาสล่าช้าสูง ตนจะทิ้งสัญญาไปอีกระยะหนึ่ง ให้เข้าสู่ช่วงการปรับผู้รับเหมาก่อน อย่างน้อยผ่านไปแค่ 40 วัน สามารถปรับผู้รับเหมาได้ร่วมพันล้านบาท และค่อยไปยกเลิกสัญญาตอนนั้นก็ยังไม่สาย โดยสามารถหาเหตุอื่น ในการยกเลิกสัญญาได้อยู่ดี ฉะนั้น ต้องวิเคราะห์ก่อนว่าโครงการนี้อยู่ในสภาพไหนอย่างไร หรือหากวิเคราะห์แล้วไม่มีความล่าช้าเกิดขึ้น อันนั้นยกเลิกสัญญาเลยก็ทำได้ ไม่ได้ว่าอะไร

“แต่หาช่องดี ๆ ระวังโดนฟ้องกลับ เพราะหลายครั้งที่มีการยกเลิกสัญญาโดยหน่วยงานรัฐ หน่วยงานรัฐหลายแห่งแพ้ผู้รับเหมา ผู้รับเหมาฟ้องกลับครับ เพราะถือว่าเป็นความผิดของรัฐ แต่ครั้งนี้บริบทแตกต่างกัน ต้องดูดี ๆ” นายศุภณัฐ กล่าวทิ้งท้าย

ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว