89 สว. ฟาด “เท้ง ณัฐพงษ์” แซะมรดกรัฐประหาร จี้ขอโทษใน 3 วัน ไม่งั้นดำเนินคดี

รับไม่ได้! 89 สว. ลุกฮือฟาด “เท้ง ณัฐพงษ์” แซะมรดกรัฐประหาร เอาให้ชัด “ระบอบสีน้ำเงิน” หมายถึงใคร จี้ขอโทษใน 3 วัน ไม่งั้นดำเนินคดี

ตามที่ (22 พ.ค. 69) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ร่ายยาวย้อนรอย รัฐประหาร พ.ศ. 2557 พร้อมโยงถึงการเมืองไทยในตอนนี้ อยู่ภายใต้ “ระบอบสีน้ำเงิน” ซึ่งเป็นมรดกของรัฐประหาร และกล่าวถึง ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ และวุฒิสภา ไม่ได้ทำหน้าที่ปกป้องระบอบประชาธิปไตย แต่กำลังทำลายหลักการสำคัญของระบอบประชาธิปไตย และพร้อมใช้อำนาจ ที่ทำให้ประชาชนตรวจสอบหรือถอดถอนไม่ได้ ล่าสุด 89 สมาชิกวุฒิสภา ได้ตอบโต้ประเด็นดังกล่าวแล้ว

วันนี้ (25 พ.ค. 69) นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา และโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) เป็นตัวแทนสมาชิกวุฒิสภา 89 คน กล่าวตอบโต้กรณี ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร โพสต์เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 69 ว่า เหตุการณ์รัฐประหารเมื่อปี 2557 ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบัน และรัฐธรรมนูญปี 2560 ได้ผ่านการลงประชามติจากประชาชนทั้งประเทศ จึงไม่ใช่รอยต่อหรือมรดกของคณะรัฐประหารตามที่ถูกกล่าวหา อีกทั้งพรรคการเมืองของนายณัฐพงษ์ ทั้งพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล และพรรคประชาชน ต่างยอมรับและลงสมัครรับเลือกตั้งตามกติกาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาโดยตลอด โดยเฉพาะในการเลือกตั้งปี 2566 ที่พรรคของนายณัฐพงษ์ ได้รับเลือกตั้งมาเป็นอันดับ 1 

สำหรับสมาชิกวุฒิสภาชุดที่ 13 นี้ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า มาจากการเลือกกันเองของกลุ่มอาชีพตามที่กฎหมายกำหนด และตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาเป็นอย่างอื่น ต้องถือว่าทุกคนผ่านกระบวนการมาอย่างถูกต้อง การที่นายณัฐพงษ์กล่าวหาว่าประชาชนตรวจสอบหรือถอดถอน สว. ไม่ได้นั้นถือเป็นความเท็จ เพราะที่ผ่านมามีสมาชิกบางคนถูกศาลสั่งถอดถอนออกไปแล้ว สมาชิกวุฒิสภาจึงขอประณามว่า “เป็นพฤติกรรมที่เลวร้ายที่สุด” และเรียกร้องให้นายณัฐพงษ์ อธิบายให้ชัดเจนว่าระบอบสีน้ำเงินหมายถึงใครหรือสถาบันใด อย่าใช้เพียงสำนวนโวหารสร้างความเสียหาย พร้อมทั้งขอให้แถลงขอโทษวุฒิสภาภายใน 3 วัน หากไม่ดำเนินการจะดำเนินคดีตามกฎหมาย ในข้อหาหมิ่นประมาทต่อไป 

“ผมต้องย้อนถามคุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เช่นกันว่า ท่านมีเจตนาที่อยากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญจริงหรือไม่ เพราะเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ระบุชัดเจนว่าต้องใช้เสียงสมาชิกวุฒิสภา 1 ใน 3 แต่ทุกครั้งท่านมักจะโจมตีสมาชิกวุฒิสภาโดยตลอด ซึ่งการมาโจมตีใส่ร้ายป้ายสีกันเช่นนี้มันถูกต้องหรือไม่ หากต้องการแก้ไขจริง ๆ ท่านควรใช้การเจรจา ไม่ใช่วิธีใส่ร้าย” นายพิสิษฐ์ กล่าว

นอกจากนี้ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า “สีน้ำเงิน” สำหรับตนเอง คือสีบนธงไตรรงค์และธงชาติไทย ซึ่งสมาชิกวุฒิสภามีหน้าที่ปกป้องและดำรงไว้ ซึ่งระบอบการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ โดยสมาชิกวุฒิสภาทุกคนมีความเป็นอิสระ 100% ไม่ได้อยู่ภายใต้อาณัติหรือระบอบสีน้ำเงินตามที่ถูกตั้งข้อสังเกต 

ส่วนกรณีที่อาจมีการลงมติไปในทิศทางเดียวกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่นั้น ถือเป็นเรื่องของการพิจารณาบนผลประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่การเข้าข้างพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง 

สำหรับความชัดเจนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ขณะนี้เห็นเพียงร่างของพรรคภูมิใจไทยที่ยื่นเข้ามา ส่วนร่างของพรรคอื่นยังไม่เห็นรายละเอียดจึงยังตอบไม่ได้ว่าจะตัดสินใจอย่างไร อย่างไรก็ตาม วุฒิสภายังคงมีจุดยืนชัดเจนว่าจะไม่แตะต้องบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับหมวดพระมหากษัตริย์ และพระราชอำนาจในมาตราต่าง ๆ รวมถึงยังยืนยันในเงื่อนไขที่ต้องใช้เสียงสมาชิกวุฒิสภา 1 ใน 3 ในการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ 

ส่วนความต้องการของประชาชนที่สะท้อนผ่านประชามติ 21 ล้านเสียงนั้น ต้องรอดูขั้นตอนการทำประชามติอีก 2 ครั้งที่จะเกิดขึ้น เพื่อกำหนดกรอบให้ สสร. ดำเนินการต่อไป โดยวุฒิสภายินดีทำทุกประการหากเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน