“ร.อ.ธรรมนัส” กร้าว! “กล้าธรรม” มีจุดขายชัดเจน ไม่ใช่ “พรรคอีแอบ-พรรคนอมินี”

ทีมออนไลน์

ทีมออนไลน์

25 มกราคม 2569

“ร.อ.ธรรมนัส” กร้าว! “กล้าธรรม” มีจุดขายชัดเจน ไม่ใช่ “พรรคอีแอบ-พรรคนอมินี”

ช่วงสุดสัปดาห์นี้ พรรคกล้าธรรม เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ในพื้นที่ภาคเหนือ ทั้งที่ จ.เชียงราย และเชียงใหม่ โดยมีแกนนำของพรรคร่วมปราศรัยเพื่อนำเสนอนโยบาย ได้แก่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม และนางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสังคมพรรคกล้าธรรม (กธ.) และในฐานะผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ร่วมปราศรัย

โดยช่วงเช้าวันนี้ (25 ม.ค.69) แกนนำพรรคกล้าธรรมขึ้นเวทีปราศรัย ณ โรงเรียนพานพิเศษพิทยา ต.เมืองพาน อ.พาน จ.เชียงราย ส่วนช่วงบ่าย ขึ้นเวทีปราศรัย ณ ลานพลาซ่า สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การลงพื้นที่ปราศรัยภาคเหนือ ที่ จ.เชียงราย ตนได้ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องในเรื่องที่ดินทำกิน ส.ป.ก. รวมทั้งการบริหารจัดการน้ำ จ.เชียงราย ที่ไหลลงแม่น้ำโขงทิ้งอ่าวไทยปีละมากกว่า 50-60% ซึ่งทำอย่างไรให้ชาวเชียงรายมีน้ำใช้เพื่ออุปโภคและบริโภคช่วงฤดูแล้งให้เพียงพอ ส่วน ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม จะดูเรื่องหนี้ครู สภาพหนี้ที่กู้มาจะทำอย่างไรต่อ สภาพการศึกษา

“คนเชียงรายต้องการเปลี่ยน ผมจึงใช้นโยบายเปลี่ยน ลองมาใช้ของใหม่ดู ซึ่งของใหม่ของเราคือคนที่ทำงานอยู่กับพื้นที่มาอยู่ก่อนแล้ว และคนเชียงรายกับคนพะเยาเป็นคนบ้านเดียวกัน ตนจะพัฒนาต่อยอดเชียงราย สิ่งที่คนเชียงรายต้องการมากที่สุด คือ การแก้ปัญหาภาคการเกษตร คนเชียงรายจะรู้ว่าผมทำให้คนเชียงรายเยอะ ผมเปิดพรรคใหม่ซึ่งเป็นพรรคของคนเมืองเหนือ เราไม่ต้องเป็นนอมินีใคร ถ้าเลือกพรรคอื่นก็จะได้ตัวปลอมที่มีคนกำกับบทอยู่ข้างหลัง เราเป็นเจ้าของพรรคโดยตรง ไม่ต้องเป็นอีแอบ เรามีจุดขายเป็นของตัวเองที่ไม่ใช่นอมินี” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ด้าน นางปวีณา นำเสนอนโยบายด้านสังคมทั้ง 5 ด้านบนเวทีปราศรัยภาคเหนือ ได้แก่ 1. บำบัดผู้เสพ = ตัดวงจรยา บำบัด 15 วันไม่พอ ต้องบำบัดจริงอย่างน้อย 1 ปี ฝึกอาชีพ มีงานทำ ส่งกลับสังคม ถ้าไม่แก้ที่ “คน” ยาจะไม่หมด หยุดยา ต้องหยุดที่ผู้เสพ

2. ตั้งสถาบันฝึกอาชีพคนพิการ กฎหมายมี แต่โอกาสไม่มี บริษัทเลือกจ่ายเงิน แทนรับคนพิการทำงาน ทางออกคือ “ฝึกให้ตรงงาน แล้วส่งทำงานจริง” คนพิการไม่ต้องการความสงสาร แต่ต้องการโอกาส

3. ข่มขืนฆ่าโหด = ประหารสถานเดียว อาชญากรรมซ้ำซาก เหยื่ออายุน้อยลง กฎหมายเขียนไว้ แต่ไม่เคยใช้จริง ดังนั้น ข่มขืนฆ่า ต้องประหาร เพื่อหยุดวงจรความโหด

4. ผู้สูงวัยเรียนฟรี สร้างอาชีพ อายุ 60 ไม่ใช่ปลายทาง ยังมีพลัง มีประสบการณ์ สนับสนุนให้โอกาส เรียน–ทำงาน–ช่วยสังคมได้ ประเทศต้องใช้ “พลังผู้สูงอายุ” ไม่ใช่ปล่อยทิ้ง ผู้สูงวัยยังมีคุณค่า

5. ตั้งศูนย์เด็กเล็กในโรงงาน–หน่วยงานรัฐ, ชุมชน เมื่อแม่ทำงาน ลูกต้องปลอดภัย ซึ่งการฝากเลี้ยงไร้มาตรฐาน คือ จุดเสี่ยงเด็กถูกทำร้าย ดังนั้นศูนย์เด็กเล็กคือทางรอดของแม่และลูก ควรผลักดันเป็นกฎหมาย และลดหย่อนภาษีให้บริษัทที่ตั้งศูนย์ เด็กไม่ใช่ภาระ แต่คือ อนาคตชาติ