ระทึกทั้งบาง!!!
จู่ๆ เกิดเหตุ เพลิงไหม้ รถ จยย. ในแมนชั่นดังใกล้ซอยสุขสวัสดิ์ 17 วอด 29 คัน
วันนี้ (27 ก.ย.68) เวลา 01.40 น. พันตำรวจตรี ประยูร วิทยา สน.ราษฎร์บูรณะ สว.สอบสวน สน.ราษฎร์บูรณะ รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้รถจักรยานยนต์ และ รถยนต์ จำนวนหลายคัน ภายในลานจอดรถแมนชั่นดัง ใกล้เคียงปากซอยสุขสวัสดิ์ 17 จึงรีบรุดจัดกำลังพร้อมประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยราษฎร์บูรณะ พร้อมอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ( อปพร.เขตราษฎร์บูรณะ ) และ อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เร่งรัดตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที

เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงที่เกิดเหตุ พบเป็นลักษณะอาคารสูง 8 ชั้น มีรั้วรอบขอบชิด มีแสงเพลิงและกลุ่มควันเป็นจำนวนมากพวยพุ่งออกมาจากทางด้านลานจอดรถจักรยานยนต์ ซึ่งอยู่ริมกำแพง และกำลังลุกลามอย่างต่อเนื่องไปที่ลานจอดรถยนต์ซึ่งอยู่ด้านในอาคาร อาสาสมัครพร้อมเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงช่วยกันวางหัวฉีดน้ำ และรีบเร่งทำการระงับเหตุอย่างเร่งด่วนใช้เวลา 20 นาที เพลิงจึงสงบลงและจากการตรวจสอบบริเวณโดยรอบจุดเกิดเหตุไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว มีแต่ความตื่นตกใจของผู้ที่พักอาศัยอยู่ภายในแมนชั่นดังกล่าวเท่านั้น
ซึ่งในขณะเกิดเหตุทุกคนต่างวิ่งหนีกันอย่างสุดชีวิตออกมาจากตัวอาคารดังกล่าวอย่างทุลักทุเล แต่พอเหตุการณ์ดังกล่าวสงบลงจึงกลับมารวมตัวกันภายในใต้อาคารแล้วก็ต่างมาสำรวจความเสียหายของรถตนเองที่จอดเอาไว้ภายในลานจอดรถ ซึ่งส่วนใหญ่รถจักรยานยนต์ที่จอดเอาไว้บริเวณดังกล่าวได้รับความเสียหายไฟไหม้จนหมดไปทั้งคัน

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณลานจอดรถจักรยานยนต์พบว่า กลุ่มควันเริ่มพวยพุ่งออกมาจากรถจักรยานยนต์ที่จอดเอาไว้ด้านในลานจอดรถจักรยานยนต์ก่อนที่จะค่อยๆ มีประกายไฟตามมาแล้วก็ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จากเบาไปหาหนักแล้วก็ลุกลามไปโดนรถจัรยานยนต์ที่จอดอยู่ด้านข้างๆ จนได้รับความเสียหายทั้งคันไปถึง 29 คัน จักรยานปั่น 3 คัน รถยนต์นั่งส่วนบุคคล 2 คัน รถกระบะ 1 คัน แต่ยังถือว่าเคราะห์ยังดีที่แมนชั่นดังกล่าวอยู่ติดถนนใหญ่จึงทำให้อาสาสมัคร พร้อมเจ้าหน้าที่ดับเพลิง มาถึงได้อย่างรวดเร็ว และรถดับเพลิงขนาดใหญ่เข้าถึงได้อย่างรวเร็วจึงระงับเหตุได้ไว
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังไม่สรุปสาเหตุของการเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวต้องรอให้เจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้งถึงจะสรุปสาเหตุที่แท้จริงได้ถึงจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป





