“มันเร็วมาก…ตั้งตัวไม่ทัน” น้องชายร่ำไห้ รับไม่ได้พี่สาวเหยื่อรถไฟชนรถเมล์จากไปกะทันหัน

น้องชายเดินทางจากศรีสะเกษเข้าเก็บ DNA ยืนยันตัวตน น.ส.เทียม เหยื่อรถไฟชน ยอมรับว่า ดูคลิปเหตุการณ์แล้ว “หดหู่ใจ” และยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียครั้งนี้

บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า หลังญาติและครอบครัวของ นางสาวเทียม อายุ 57 ปี หนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุรถไฟชนรถเมล์ไฟไหม้ เดินทางเข้ามาเก็บ DNA เพื่อยืนยันตัวตน ก่อนรับร่างกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิด อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ

นายสมหมาย อายุ 55 ปี น้องชายของผู้เสียชีวิต เปิดเผยด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงและเต็มไปด้วยความเสียใจว่า ครอบครัวยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก จนไม่มีใครตั้งตัวทัน

นายสมหมาย เล่าว่า พี่สาวทำงานเป็นแม่บ้านอยู่ในกรุงเทพมหานครมานานกว่า 40 ปี และมักขึ้นรถเมล์เส้นทางเดิมกลับห้องพักย่านอ่อนนุชหลังเลิกงานเป็นประจำ

กระทั่งวันที่เกิดเหตุ ครอบครัวไม่สามารถติดต่อพี่สาวได้ อีกทั้งเมื่อเห็นข่าว เห็นช่วงเวลา และลักษณะของผู้ประสบเหตุในรถ ก็เริ่มมั่นใจว่าอาจเป็นพี่สาวของตน ก่อนสุดท้ายจะทราบว่าเธอเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิต

“ตอนเห็นข่าวก็ใจไม่ดี พอติดต่อไม่ได้ ยิ่งมั่นใจว่าเป็นพี่สาวแน่นอน สุดท้ายช็อกไปเลย” นายสมหมาย กล่าว

น้องชายของผู้เสียชีวิต ยังเล่าอีกว่า คนสุดท้ายที่ได้พูดคุยกับพี่สาว คือ น้องชายคนเล็ก ซึ่งกำลังเดินทางไปฟอกไต หลังจากพูดคุยกันเสร็จ ต่างคนก็ต่างแยกย้าย ก่อนจะไม่สามารถติดต่อพี่สาวได้อีกเลย

เมื่อถูกถามถึงคลิปเหตุการณ์ นายสมหมาย ยอมรับว่าได้ดูแล้ว และรู้สึกหดหู่ใจอย่างมาก เพราะรับไม่ได้ที่พี่สาวต้องมาจบชีวิตลงในลักษณะเช่นนี้

อย่างไรก็ตาม เขาไม่อยากโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะมองว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดจากความผิดพลาดของหลายฝ่าย แต่หากทุกคนระมัดระวังมากกว่านี้ อาจไม่เกิดความสูญเสียรุนแรงเช่นนี้

พร้อมกันนี้ ยังอยากฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาครัฐ ให้เข้ามาดูแลเรื่องความปลอดภัยของประชาชนอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยขึ้นอีก

“ถ้ามันยังเป็นปัญหาซ้ำๆ แบบนี้ สุดท้ายก็จะมีคนสูญเสียอีก ไม่มีใครรับไหวหรอกครับ”

สำหรับ นางสาวเทียม เป็นสาวโสด ไม่มีสามีและบุตร ทำให้พี่น้องร่วมสายเลือดต้องเดินทางมาเก็บ DNA เพื่อใช้ยืนยันตัวบุคคล โดยหลังจากนี้ครอบครัวจะรอผลตรวจอย่างเป็นทางการ ก่อนนำร่างกลับไปบำเพ็ญกุศลที่จังหวัดศรีสะเกษต่อไป

ทั้งนี้ นายสมหมาย ยังกล่าวทิ้งท้ายถึงพี่สาวด้วยความอาลัยว่า พี่สาวเป็นคนใจบุญ ชอบเดินทางไปทำบุญตามสถานที่ต่างๆ และไม่คิดว่าเธอจะต้องมาจบชีวิตลงจากเหตุการณ์สะเทือนใจเช่นนี้