กู้ภัย เปิดไทม์ไลน์ ช่วยแตงโม พลัดตกเรือ

เปิดไทม์ไลน์ชัดๆ จากกู้ภัย ทีมค้นหาแตงโม เผย ทำงานยาก ได้ข้อมูลน้อย รู้แค่เพียงจุดตก จะขอข้อมูลอีกที หายไปแล้ว

ไล่ไทม์ไลน์จากพี่กู้ภัย

หลัง 1 ในเพื่อนแตงโม ที่อยู่บนเรือสปีดโบ๊ท บอกว่ากู้ภัยเดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุช้า

อีจันได้คุยกับ เบียร์ – นเรศ ศรีใส อาสากู้ภัยทีมนักประดาน้ำ มูลนิธิร่วมกตัญญู เบียร์ให้ข้อมูลกับอีจันว่า วันที่ 24 ก.พ.65

22.39 น. รับแจ้งว่า มีคนสูญหายในน้ำ ท่าเรือพิบูลสงคราม ซอย 1 จึงถามทีมว่า มีใครไปหรือยัง มีคนทักไลน์มาหาผม ซึ่งผมก็ถามว่า รับแจ้งจากใคร เพราะในข่ายความถี่ไม่มีใครแจ้งเลย ในความถี่ที่ผมฟัง มันไม่มีใครแจ้ง แต่ก็มีหน่วยงานหนึ่ง ที่เขาอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นของหน่วยกู้ชีพ วชิรพยาบาล รับแจ้ง แล้วก็มีพี่ร่วมกตัญญูคนหนึ่ง โทรแจ้ง

22.41 น. เจ้าหน้าที่โทรไปถามที่เกิดเหตุว่าที่ไหน ยืนยันจุดเกิดเหตุ พอหลังจากนั้น ก็ไปที่จุดเกิดเหตุ

22.47 น. กู้ภัยไปถึงท่าเรือพิบูลสงคราม

22.54 น. เบียร์ โทรไปหาทีมกู้ภัยที่ไปถึงที่เกิดเหตุคนแรก ถามถึงข้อมูลการหาย ทีมบอกว่าหายกลางแม่น้ำเจ้าพระยาเลย เบียร์ จึงจัดเตรียมอุปกรณ์ จัดของเสร็จ ก็เดินทางไปที่โป๊ะ

รับแจ้งตอนแรก ยังไม่รู้ว่า บุคคลที่สูญหาย คือ ใคร ?

“รู้แค่ว่ามีคนหายกลางแม่น้ำเจ้าพระยา เราเลยไป เพราะว่าเจ้าพระยามันกว้าง มันอาจจะต้องใช้ทีมเยอะ ใช้คนเยอะ เราก็เลยไปช่วยกัน พอไปที่โป๊ะเราก็ได้แต่ยืนมอง ถ่ายวิดีโอก่อนตอนแรก เราก็ถ่ายวิดีโอ เป็นคลิปสั้นๆกับทีมดู ว่าหน้างานเป็นแบบนี้”

พอไปถึงที่เกิดเหตุ เบียร์ เห็น เรือสปีดโบ๊ท ขับวนอยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา ค้นหาไปก่อน ในช่วงระหว่างที่รอเจ้าหน้าที่ วิ่งวนอยู่อย่างนั้น โป๊ะค่อนข้างมืด เจ้าหน้าที่ใช้แสงไฟ ทำให้สปีดโบ๊ทเห็น

“ด้วยความที่โป๊ะมันมืด แสงสว่างเราก็อาจจะยังไม่เพียงพอ การให้สัญญาณ หรือการบอกให้เขาเข้ามาที่ฝั่ง หรือพวกนั้น เขาอาจจะโทรหลายสถานี เขาก็อาจจะโทรหลายๆที่ หรืออาจจะด้วยความตกใจ การสื่อสารเลยไม่ชัดเจน เขาก็อาจจะยังไม่เข้ามา พอมีแสงสว่างเขามา มีสปอร์ตไลท์เข้ามา มาทำให้เห็นว่าตรงนี้คือโป๊ะ มีคนอยู่ เขาก็เข้ามาเทียบที่โป๊ะ ประมาณ 23.50 น.”

“เขาเขียนชื่อแค่ ชื่อ โม เฉยๆ ให้ตำรวจ ตำรวจก็ถามชื่อจริง นามสกุล มีไหม ทีนี้เขาก็เลยเขียนเพิ่ม แต่ตอนแรก ผมไม่รู้หรอกว่าเขาเขียนอะไร คือเขาเขียนปุ๊บเขาก็ปิดสมุด แล้วก็คืนตำรวจเลย ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่ามีข้อมูลอะไรในสมุด ผมก็เลยรู้แค่เขาเขียนชื่อ โม แค่นั้น แต่เราก็ไม่รู้ว่าเขาคือใคร ต้องบอกว่าทั้งลำ อยู่ในอาการตกใจ เหมือนเวลาเราทำอะไรเสียหาย หน้าเราจะเจื่อนไปเลย”
เจ้าหน้าที่กู้ภัย

วันที่ 25 ก.พ.65

00.09 น. เจ้าหน้าที่ได้ข้อมูล สรุปจุดตก จ๊อบ ก็ขึ้นซ้อนเจ็ทสกี ไปกับเจ้าหน้าที่ เพื่อไปมาร์คจุดตก ว่าอยู่ระยะไหน หลังจากนั้นเรือของเทศบาลนนทบุรี ก็เข้ามารับทีมกู้ภัย นักประดาน้ำไป เตรียมอุปกรณ์

00.50 น. ทีมประดาน้ำ DIVE ขึ้นมาถึงฝั่ง

01.05 น. ทีมประดาน้ำวางแผน เพื่อที่จะปฏิบัติหน้าที่ รอบที่ 2

01.14 น. ทีมนักประดาน้ำ ลงดำน้ำ DIVE ที่ 2

01.37 น. ทีมนักประดาน้ำ DIVE ที่ 2 ขึ้นถึงฝั่ง พักร่างกาย

อีจัน : ตอนที่ขึ้นมาเจอกลุ่มเพื่อนไหม ?

เบียร์ : ไม่เจอตั้งแต่ลงไปครั้งแรก DIVE แรกแล้ว ผมกำลังจะถามว่า เพื่อนที่ชี้จุด อยู่ไหน ก็ไม่เห็นแล้ว เรือก็หายไปด้วย ผมกวาดสายตามอง พวกผมอยู่บนเรือนักประดาน้ำ ผมก็พยายามมองกวาดๆ กว้างๆ ก็ไม่เห็นอะไร เห็นแค่เจ็ทสกี 2 ลำ ที่เขาเข้ามาช่วยส่องไฟให้ ที่พาไปมาร์คจุดในตอนแรก แค่นั้น

หลังจากนั้นทีมนักประดาน้ำก็ได้ พักกัน ใช้เวลประมาณชั่วโมง

02.00 น. ก็ลงไป DIVE ที่ 3

“โทรไปถามว่า ขอข้อมูลยืนยันหน่อย เพราะเขาเห็นว่าเรือมันวิ่งอยู่ ตรงนี้เป็นผู้หญิงใส่ชุดสีขาว ด้วยความที่เขาตกใจ เขาอาจจะคุยแบบสั้นๆ เราก็รู้ข้อมูลแค่นี้ แต่เราไม่สามารถที่จะช่วยอะไรเขาได้ เพราะว่ามันไม่มีพิกัดในการชี้ ว่าเขาตกตรงไหน ได้ข้อมูลแค่นั้น” เบียร์เล่า

พร้อมยืนว่า มี เจ้าหน้าที่ไปถึงที่ท่าเรือนั้นภายใน 2 นาที หลังจากทีได้รับแจ้ง ไม่ได้ไปช้าแต่อย่างใด ตามที่ถูกกล่าวหา

คลิปแนะนำอีจัน
คลิปสุดท้ายในชีวิต “เเตงโม”