ข่าวดี! รัฐบาลเปิดชื่อโรงพยาบาล 140 แห่ง ให้บริการนอกเวลาราชการได้แล้ว

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

15 กรกฎาคม 2567

ข่าวดี! รัฐบาลเปิดชื่อโรงพยาบาล 140 แห่ง ให้บริการนอกเวลาราชการได้แล้ว

เพราะสุขภาพต้องมาก่อนเสมอ ล่าสุด รัฐบาลยกระดับการเข้าถึงบริการสุขภาพทั่วประเทศ โดยเปิดรายชื่อโรงพยาบาลให้เป็นหน่วยบริการนอกเวลาราชการ ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว 140 แห่ง

วันนี้ (15 ก.ค.67) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศ สปสช. เรื่อง รายชื่อหน่วยบริการที่ให้บริการนอกเวลาราชการที่เป็นความจําเป็นของผู้มีสิทธิในหน่วยบริการอื่น พ.ศ. 2567 ซึ่งมีการปรับปรุงรายชื่อหน่วยบริการ ที่ให้บริการนอกเวลาราชการ ที่เป็นความจำเป็นของผู้มีสิทธิในหน่วยบริการอื่น โดยมีห้องบริการแยกจากห้องฉุกเฉิน เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายปฏิรูปห้องฉุกเฉินของกระทรวงสาธารณสุข โดยมีรายชื่อโรงพยาบาล จำนวน 140 เเห่ง ที่ให้บริการนอกเวลาราชการ เเละมีผลบังคับใช้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป


ข่าวน่าสนใจอื่น


ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบรายชื่อโรงพยาบาลทั้งหมดได้ที่ https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/33539.pdf

นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้ยกระดับโครงการ “30 บาท รักษาทุกที่ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว” เข้าสู่ยุคดิจิทัล ด้วยการจัดทำนโยบายและแนวปฏิบัติธรรมาภิบาลข้อมูลสุขภาพ เพื่อเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพ ประกอบด้วย

1.จัดทำแนวปฏิบัติธรรมาภิบาลข้อมูลสำหรับหน่วยบริการทั่วประเทศ

2.แต่งตั้งทีมบริการข้อมูล นำโดยผู้อำนวยการสำนักดิจิทัลสุขภาพ

3.ประกาศโครงสร้างมาตรฐานข้อมูลสุขภาพ เพื่อการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ รวมถึงระบบการเบิกจ่าย โดยจะมีการลงนามประกาศให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบและดำเนินการต่อไป

4.กำหนดมาตรฐานการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลสำหรับผู้รับและผู้ให้บริการ

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งการทำงาน ดำเนินนโยบายที่ออกแบบมาเพื่อความต้องการของประชาชน โดยเชื่อมั่นว่าการยกระดับบริการสุขภาพ ให้ครอบคลุมช่วงเวลา ความจำเป็นของประชาชน รวมทั้งอำนวยความสะดวกด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และสร้างระบบสาธารณสุขที่เหมาะสมสำหรับคนไทยจะช่วยเพิ่มทางเลือก ลดความเเออัดในการเข้าใช้บริการทางสาธารณสุข และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนรับบริการทางสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น

ปัจจุบัน นโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว ได้ดำเนินการสู่ระยะที่ 3 (เฟส 3) ครอบคลุม 45 จังหวัด ได้แก่

•    ระยะที่ 1 ได้แก่ แพร่ เพชรบุรี ร้อยเอ็ด และนราธิวาส

•    ระยะที่ 2 ได้แก่  เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ สิงห์บุรี สระแก้ว หนองบัวลำภู นครราชสีมา อำนาจเจริญ และพังงา

•    ระยะที่ 3 ได้แก่ เขตสุขภาพที่ 1, 3, 4, 8, 9 และ 12 ประกอบด้วย เชียงใหม่ เชียงราย น่าน พะเยา ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน กำแพงเพชร พิจิตร ชัยนาท อุทัยธานี สระบุรี นนทบุรี ลพบุรี อ่างทอง นครนายก พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี อุดรธานี สกลนคร นครพนม เลย หนองคาย บึงกาฬ ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ สงขลา สตูล ตรัง พัทลุง ปัตตานี และยะลา

•    ขยายครอบคลุมการรักษาทุกที่ทั่วประเทศภายในสิ้นปี 2567