เวทนา ชีวิต “ขนุน” พ่ายแพ้ให้โชคชะตา ทิ้งฝันหมอ…เพราะต้นทุนชีวิตเป็นศูนย์

จ๊ะจ๋า อีจัน

จ๊ะจ๋า อีจัน

1 วันที่แล้ว

เวทนา ชีวิต “ขนุน” พ่ายแพ้ให้โชคชะตา                              ทิ้งฝันหมอ…เพราะต้นทุนชีวิตเป็นศูนย์

“ขนุน” วัย 20 ปี #เด็กขุดมันสู้ชีวิต #สอบติดเภสัชฯ แต่ความฝันต้องหยุดลง เพราะ… #ไม่มีเงินเรียนต่อ

ในวันที่เด็กวัยเดียวกันกำลังตื่นเต้นกับรางวัลของการเรียนดี แต่สำหรับ “ขนุน” กลับต้องนั่งก้มหน้าอยู่กลางไร่มันสำปะหลัง กวาดจอบลงบนดินสู้กับแดด เพื่อแลกกับเงินไม่กี่ร้อยมาเติมเต็มชีวิตที่ขาดหาย เขาคือเด็กที่เติบโตมาในโลกที่สอนให้รู้ว่าความเก่งอย่างเดียวนั้นไม่เคยพอ หากชีวิตไม่มีต้นทุน เหมือนใครอื่น

“ผมได้เกรด 4.00 แต่ในมือผมไม่มีอะไรเลย…” ขนุนย้อนเล่าถึงความทรงจำวัยเด็กที่กลายเป็นแผลเป็นในใจ วันที่เขาเห็นเพื่อนได้รับของขวัญชิ้นใหญ่เป็นโทรศัพท์เครื่องใหม่เพื่อแลกกับผลการเรียนที่ดี แต่สำหรับขนุนในวันนั้น เขาไม่ได้อะไรเลย แม้แต่คำฉลองความยินดี ความน้อยใจเล็ก ๆ ของเด็กชายเปลี่ยนเป็นแรงฮึดเขาตัดสินใจตื่นไปรับจ้างปลูกมันกลางแดดร้อน วาดรูปขาย แต่งนิยาย ทำทุกอย่างเพื่อแลกกับเงิน จนในที่สุดเขาก็ถอยโทรศัพท์ราคาพันกว่าบาทมาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงตอน ม.2 นั่นคือรสชาติแรกของชัยชนะที่เขาต้องจ่ายด้วยความเหนื่อยล้าตั้งแต่ยังเป็นเด็กชาย

จุดพีคที่สุดในชีวิตที่ควรจะเป็นความสุขที่สุด คือวันที่ชื่อของขนุนปรากฏบนทำเนียบ เขาสอบติดคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา สาธารณสุขสิรินธร จ.พิษณุโลก รวมถึงคะแนนเทียบติดมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่างธรรมศาสตร์ และจุฬา ฯ แต่ในวินาทีที่เขามองใบตอบรับเมื่อหันไปเห็นสมุดบัญชีที่มีตัวเลขไม่พอกับค่าธรรมเนียม และมองเห็นยายที่แก่ชราลงทุกวัน ยายที่เลี้ยงเขามาด้วยเบี้ยคนพิการเพียงเดือนละ 600 บาท

ขนุนตัดสินใจทำในสิ่งที่เจ็บปวดที่สุด… คือการหยุดความฝันเอาไว้ เก็บไว้ให้เป็นเพียงแค่ภาพจำ เขาเลือกทิ้งฝันที่จะเป็นเภสัชกร แล้วหันมาเรียนครู แทน เพราะเขามีบาดแผลจากการเกือบต้องทิ้งเรียน เขาจึงไม่อยากให้เด็กคนไหนต้องมาทิ้งฝันกลางคันเพียงเพราะ ไม่มีเงิน เหมือนที่เขาเคยเจอ

“ครู  คือคนที่เบิกทางให้เด็กที่ไม่มีโอกาสอย่างเรา” คำพูดนี้ยังก้องอยู่ในหัวของขนุนเสมอ ในวันที่เขาเคว้งคว้างจากการทิ้งคณะในฝัน ขนุนไม่ได้เดินต่อเพียงลำพัง แต่เขามีครูคนหนึ่งที่คอยประคอง เป็นทั้งพ่อ แม่ และผู้สร้างแรงบันดาลใจ ครูคนนั้นสอนให้เขารู้ว่า “ยิ่งเราลำบาก เรายิ่งต้องทำมากกว่าคนอื่น เพื่อพ้นสถานภาพนี้ไปให้ได้”

จากเด็กที่เคยมองไม่เห็นอนาคต ขนุนจึงเดินเข้าสู่เส้นทาง “ครูวิทยาศาสตร์” ตามรอยผู้มีพระคุณ เขาไม่ได้แค่อยากสอนหนังสือตามตำรา แต่เขาอยากเป็นผู้ที่ไป เปิดประตูโอกาส ให้เด็กคนอื่น ไม่ต้องมานั่งร้องไห้กลางไร่มันเหมือนที่เขาเคยเป็นในวันวาน

“ไม่เป็นไร…เดี๋ยวยายหาให้เอง” คำพูดที่งดงามแต่บีบหัวใจ

นั่นคือประโยคที่ขนุนได้ยินมาตลอดและมันเจ็บปวด ในวันที่เขาเข้ามหาวิทยาลัย แม่ต้องตัดสินใจเอารถที่เป็นเครื่องมือทำกินเพียงอย่างเดียวไปเข้าไฟแนนซ์เพื่อส่งเขาเรียน ยายที่แก่ชราก็พยายามประคับประคองทุกอย่างไม่ให้เขารู้สึกว่ามีปมด้อย

เมื่อสถานภาพทางบ้านบีบบังคับ ขนุนจึงต้องพยายามมากกว่าคนอื่นเป็นร้อยเท่า เขาออกไปเป็นเด็กเสิร์ฟ รับงานพาร์ทไทม์ทุกอย่างที่ได้เงิน เพื่อสะสมเงินมาซื้อเครื่องปริ้นท์ไว้ใช้ฝึกสอน เพราะเขารู้ดีว่าหากรอเงินจากที่บ้าน นั่นหมายถึงแม่และยายต้องอดมื้อกินมื้อเพื่อให้เขามีอุปกรณ์เรียน

เป้าหมายเดียวในชีวิตของขนุนตอนนี้คือ “การรับราชการครู” มันไม่ใช่แค่ความมั่นคง แต่มันคือตั๋วใบเดียวที่จะช่วยให้ยายวัย 70 ที่หลังขดหลังแข็งขุดดินเลี้ยงเขามา ได้หยุดพักเสียที ขนุนฝันถึงวันที่เขาจะสวมชุดสีกากีกลับไปกราบแทบเท้ายาย เอาใบปริญญาที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อไปวางบนมือที่หยาบกร้านของคนชรา แล้วบอกว่า “ต่อไปนี้ยายไม่ต้องเหนื่อยแล้วนะ”

ทุกวันนี้ ยายที่ได้เบี้ยคนพิการเพียงเดือนละ 600 บาท ยังคงฝืนยิ้มและบอกคำเดิมว่าไม่เป็นไร ทั้งที่ในใจเครียดจนแทบกระอักว่าจะหาเงินที่ไหนมาส่งหลานฝึกสอน ทั้งค่าสื่อการสอน ค่าปริ้นท์งาน และค่าเดินทางที่ต้องจ่ายล่วงหน้า สิ่งเหล่านี้กลายเป็นกำแพงสูงที่เริ่มทำให้เด็กหนุ่มคนหนึ่งถอดใจ

“ถามว่าเหนื่อยมั้ย… ก็เหนื่อยนะพี่ หนูท้อได้แต่หนูถอยไม่ได้ เพราะใบปริญญาใบนี้ใบเดียว ที่จะทำให้ยายได้พักสักที… เพราะยายรอดูใบปริญญาหนูอยู่”

ปัจจุบันได้รับทุนเฉลิมราชกุมารี ระยะที่ 3 รุ่นที่ 5 ที่เข้ามาช่วยแบ่งเบาได้เยอะมาก ทุนการศึกษาครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การต่อลมหายใจให้ว่าที่ครูคนหนึ่ง แต่มันคือการคืน เวลา ให้เขาได้กลับไปตั้งใจเรียน เพื่อเตรียมตัวไปเป็นแสงสว่างให้เด็กคนอื่น ๆ โดยไม่ต้องกังวลว่าพรุ่งนี้ยายจะเอาเงินที่ไหนกิน จะหาเงินตรงไหนมาให้ใช้ให้เรียน 

ช่วยกันส่งต่อโอกาสให้ #ว่าที่ครูขนุน ให้เป็นแม่พิมพ์ที่สมบูรณ์แบบให้กับเด็ก ๆ ในวันข้างหน้ากันนะคะ
และร่วมส่งกำลังใจ และต่อลมหายใจทางการศึกษาให้ เด็กราชภัฏอีกหลายพันชีวิต ในโครงการ “กองทุนเพื่อน้องสองราชภัฏ”
กันค่ะ

📌 ธ.กรุงไทย เลขบัญชี: 665-3-02290-0

📌 ชื่อบัญชี กองทุนการศึกษาเพื่อน้องเทพสตรี-อุตรดิตถ์

รายได้ทุกบาททุกสตางค์ เข้า​โครงการ​กองทุนการศึกษาเพื่อน้องสองราชภัฏเทพสตรี-อุตรดิตถ์ เพราะยังมีเด็ก ๆ อีกจำนวนมากที่ยังรอโอกาส “มาร่วมเป็นพ่อแม่อุปถัมภ์กันนะคะ”