ปริศนาเจ้าอาวาสหาย! คำตอบและเหตุผลที่ทุกคนรอฟังจากท่าน

ต่อ อีจัน

ต่อ อีจัน

20 ชั่วโมงก่อนหน้า

ปริศนาเจ้าอาวาสหาย! คำตอบและเหตุผลที่ทุกคนรอฟังจากท่าน

กรณีการหายตัวไปอย่างปริศนาของ
พระครูปลัดสมบัติ สิริสุวณโณ
เจ้าอาวาสวัดสนามไชย ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
ยังคงเป็นปริศนาที่สังคมจับตา หลังหายตัวไปนานกว่า 1 เดือน โดยไร้วี่แวว

จุดเริ่มต้นการหายตัว

เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อช่วงค่ำวันที่ 16 มี.ค. 69
เจ้าอาวาสได้เรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อเดินทางไปรับบุตรชายที่เข้ารับการบำบัดใน จ.ราชบุรี ก่อนจะพาไปส่งที่ จ.ขอนแก่น

โดยมีแผนจะเดินทางกลับวัดในวันที่ 17 มี.ค.
เพื่อเตรียมงานบวชสามเณรภาคฤดูร้อน

แต่หลังจากเวลา 19.00 น. ของวันที่ 17 มี.ค.
ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย

เบาะแสสุดท้ายก่อนหาย

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่า
เจ้าอาวาสเดินทางไปถึง จ.ขอนแก่น และส่งบุตรชายเรียบร้อย

หลังจากนั้น เส้นทางกลับวัดกลับ “ผิดปกติ”
เพราะมีการเดินทางต่อไปทางภาคเหนือ

เจ้าหน้าที่สามารถติดตามคนขับรถได้ 2 ราย ให้ข้อมูลตรงกันว่า
เจ้าอาวาสขอเดินทางต่อไปยัง จ.ตาก

ก่อนจะลงจากรถที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เมืองตาก

ภาพสุดท้ายบนสะพาน

หลักฐานสำคัญคือภาพจากกล้องวงจรปิด
เวลา 04.48 น. วันที่ 18 มี.ค. 69

พบชายลักษณะคล้ายพระ
เดินอยู่ริมถนนพหลโยธิน ในลักษณะเหม่อลอย

จากนั้นยังพบภาพอีกจุด
บริเวณเชิงสะพานกิตติขจร ข้ามแม่น้ำปิง

โดยเจ้าอาวาสเดินขึ้นสะพานอย่างช้า ๆ
ลักษณะเหมือนมีอาการบาดเจ็บ

และนั่นคือ “ภาพสุดท้าย”
ก่อนจะหายไปจากกล้องวงจรปิด

ปมสงสัยหลายด้าน

เจ้าหน้าที่ระบุว่า
ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งเรื่อง

  • ความเครียดจากภาระงาน
  • ปัญหาสุขภาพ
  • บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง
  • เส้นทางการเงิน

ขณะที่ข้อมูลบางส่วนยังขัดแย้งกัน
เช่น สีของรถที่มารับในช่วงแรก

เสียงจากวัด…ที่ยังรอ

บรรยากาศที่วัดสนามไชยเต็มไปด้วยความกังวล
ชาวบ้านและลูกศิษย์ยังคงเฝ้ารอข่าว

หลังเห็นภาพวงจรปิด หลายคนถึงกับร้องไห้

“ขอให้หลวงพ่อปลอดภัย กลับมาที่วัดเถอะ”

ไวยาวัจกรวัดเผยว่า
ไม่ว่าท่านจะอยู่ในสภาพใด ทุกคนพร้อมให้อภัย และรอให้กลับมา

ความหวังยังไม่หมด

แม้เวลาจะผ่านไปกว่า 1 เดือน
แต่ลูกศิษย์ยังเชื่อว่า เจ้าอาวาสยังมีชีวิตอยู่

ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม
รวมถึงแกะรอยเส้นทางในพื้นที่ภาคเหนือ

โดยเฉพาะ จ.ตาก ซึ่งเชื่อว่า
อาจเป็น “กุญแจสำคัญ” ของคดีนี้

ปมใหม่จากครอบครัว-ตั้งรางวัลตามหา

ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 เม.ย. 69
นายทศพร อายุ 30 ปี บุตรชายของพระครูปลัดสมบัติ
ได้เดินทางมายังวัดสนามไชย เพื่อติดตามความคืบหน้าด้วยตนเอง

นายทศพร เปิดเผยว่า
ที่ผ่านมาได้ติดตามข่าวอย่างต่อเนื่อง หลังทราบว่าหลวงพ่อขาดการติดต่อไป โดยก่อนหน้านี้ยังมีการพูดคุยกันผ่านแอปพลิเคชันไลน์เป็นประจำทุกวัน และไม่เคยได้ยินหลวงพ่อบ่นถึงปัญหาใด ๆ

ครั้งสุดท้ายที่พบกัน คือวันที่ 12 เม.ย.
ซึ่งยังพูดคุยกันตามปกติ ไม่มีสัญญาณผิดปกติ

กระทั่งวันที่ 19 เม.ย. ทางวัดได้โทรมาแจ้งว่าไม่สามารถติดต่อหลวงพ่อได้
ทำให้ตนเองต้องติดตามข่าวจากสื่อเป็นหลัก เนื่องจากติดภาระงาน ไม่สามารถเดินทางไปตามหาด้วยตัวเองได้

จนล่าสุดเห็นภาพวงจรปิดในพื้นที่จังหวัดตาก
จึงตัดสินใจเดินทางมาที่วัดทันที

เชื่อเครียดเรื่องบัญชีวัด

นายทศพร ระบุว่า
ส่วนตัวเชื่อว่า หลวงพ่ออาจมีความเครียดจากการบริหารจัดการบัญชีการเงินของวัด

เนื่องจากปัจจุบันมีกฎระเบียบใหม่ ๆ ที่เข้มงวดมากขึ้น
อาจทำให้ปรับตัวไม่ทัน และเกิดความกดดัน

พร้อมฝากข้อความถึงหลวงพ่อว่า

“ถ้ามีปัญหาอะไร อยากให้กลับมา
ถ้าเหนื่อยกับหน้าที่ จะสึกก็ได้
กลับมาใช้ชีวิตปกติก็ยังทัน ทุกคนรออยู่”

“ชัช ตลาดไท” ตั้งรางวัล 3 หมื่นบาท

ขณะเดียวกัน
นายชัชชัย กิตติชัย หรือ “ชัช ตลาดไท”
นักธุรกิจตลาดนัดและจิตอาสากู้ภัย

เปิดเผยว่า ได้ติดตามข่าวนี้อย่างใกล้ชิด
เนื่องจากเคยทำงานกู้ภัยในพื้นที่วัดสนามไชย และมีความคุ้นเคยกับเจ้าอาวาส

จึงได้ประสานเครือข่ายจิตอาสาและกู้ภัยในพื้นที่
ทั้งจังหวัดตาก พิษณุโลก และพื้นที่ภาคเหนือ
ช่วยกันออกค้นหาและสืบหาข้อมูล

พร้อมกันนี้ ได้ประกาศมอบเงินรางวัลจำนวน 30,000 บาท
ให้กับผู้ที่ให้เบาะแสสำคัญ
จนสามารถนำไปสู่การพบตัวเจ้าอาวาสได้

ขอบคุณภาพ : ชัชชัย กิตติไชย

อัปเดตล่าสุด แกะรอยถึงพิษณุโลก

ความคืบหน้าล่าสุด ชุดสืบสวนสามารถแกะรอยเส้นทางของ
พระครูปลัดสมบัติ สิริสุวณโณ ได้ต่อเนื่อง

หลังจากพบภาพเดินขึ้นสะพานกิตติขจร ข้ามแม่น้ำปิงใน จ.ตาก
ยังพบว่า เจ้าอาวาสไม่ได้หายตัวไปทันที

แต่มีการ “เดินทางต่อ” ไปยังหลายจุด

ไทม์ไลน์ใหม่ที่ถูกเปิดเผย

จากการสืบสวนพบว่า

  • เวลา 07.12 น. พบเบาะแสว่าเจ้าอาวาสนั่งซ้อนรถจักรยานยนต์ มาลงที่สถานีขนส่งจังหวัดตาก
  • เวลา 07.34 น. ขึ้นรถมินิบัส สาย ตาก – สุโขทัย – พิษณุโลก
  • เวลา 10.32 น. รถออกจาก จ.ตาก มุ่งหน้า จ.พิษณุโลก
  • เวลา 10.33 น. ลงจากรถที่สถานีขนส่งพิษณุโลก (แห่งที่ 1)

หลังจากนั้น
ได้เดินไปใช้บริการวินจักรยานยนต์รับจ้าง
มุ่งหน้าออกไปยังถนนพิชัยสงคราม

คนขับมินิบัสยืนยันตัวตน

นายจินดา แซ่หนิม
พนักงานขับรถมินิบัสสายตาก-พิษณุโลก ยืนยันว่า

เจ้าอาวาสได้ซื้อตั๋วโดยสารจริง
และนั่งบริเวณด้านหลังรถ ซึ่งเป็นจุดสำหรับพระภิกษุ

เมื่อถึงปลายทาง
ได้ลงรถและเดินไปขึ้นวินจักรยานยนต์ต่อทันที

เบาะแสสุดท้าย มุ่งหน้าสถานีรถไฟ

ด้านนายพิษณุ พิณพาทย์
วินจักรยานยนต์รับจ้างหน้าสถานีขนส่งพิษณุโลกแห่งที่ 1

เปิดเผยว่า
แม้จะจำเหตุการณ์ไม่ได้ชัดเจน เนื่องจากเวลาผ่านมานาน

แต่จากภาพกล้องวงจรปิด
พบว่าเจ้าอาวาสเลี้ยวซ้ายออกจากสถานีขนส่ง

มุ่งหน้าไปยัง สถานีรถไฟพิษณุโลก

ซึ่งกลายเป็น “จุดหมายล่าสุด”
ที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบอย่างละเอียด

ปริศนายิ่งลึก เส้นทางยิ่งกว้าง

จากเดิมที่เชื่อว่าเหตุการณ์จบลงในพื้นที่ จ.ตาก
ล่าสุดเส้นทางกลับขยายไปถึง จ.พิษณุโลก

ทำให้คดีนี้ยิ่งซับซ้อนมากขึ้น
เพราะยังไม่สามารถระบุได้ว่า
หลังจากถึงสถานีรถไฟแล้ว เจ้าอาวาสเดินทางต่อไปที่ใด

ความหวังยังเดินต่อ

แม้จะยังไม่พบตัว
แต่ทุกเบาะแสที่เพิ่มขึ้น

คือความหวังของครอบครัว ลูกศิษย์ และชาวบ้าน
ที่ยังคงรอคอยคำตอบ

ว่าเจ้าอาวาส…หายไปไหน
และยังปลอดภัยหรือไม่