ท้องผูก ถ่ายยาก ไม่ขับถ่ายในตอนเช้าอันตรายกว่าที่คิด
ตู๋ อีจัน
10 มกราคม 2567

หลายคนอาจจะมองข้ามหรือไม่รู้ว่าการขับถ่ายตอนเช้านั้น มีความสำคัญต่อสุขภาพร่างกายของเรามาก โดยปกติแล้วคนเราจะต้องมีการขับถ่ายทุกวัน เพื่อขับถ่ายของเสียและสารพิษออกจากร่างกาย ถ้าปล่อยเวลาล่วงเลยมาจนถึง 7 – 9 โมงเช้า ที่เป็นเวลาทำงานของกระเพาะอาหารแล้ว คุณยังไม่ได้ขับถ่าย แถมอาหารเช้าก็ไม่ได้กิน จะเกิดอะไรขึ้นไปดูกันเลย
ในช่วงเวลา 05.00 – 07.00 น. เป็นเวลาของลำไส้ใหญ่ ถ้ายังไม่ยอมขับถ่ายอุจจาระ แล้วปล่อยเวลาให้เลยมาถึง 07.00-09.00 น. ซึ่งเป็นเวลาของกระเพาะอาหาร แล้วไม่ยอมกินข้าวเช้าอีก อุจจาระจากลำไส้ใหญ่ที่ไม่ได้ขับถ่ายออก จะถูกบีบตัวขึ้นมาจากลำไส้ใหญ่ ผ่านลำไส้เล็กขึ้นมาที่กระเพาะอาหาร ก็จะถูกดูดซึมอีกครั้ง ซึ่งในอุจจาระเก่าจะมีแก๊สที่เสียแล้ว เกิดจากการบูดเน่าโดยอุณหภูมิของร่างกายซึ่งมีความร้อน 37 องศาตลอดเวลา ไม่เหมือนกับตู้เย็นที่เก็บได้นานกว่า เพราะฉะนั้นแก๊สพิษเหล่านี้ จะถูกดูดซึมเข้าไปในกระแสเลือด เลือดจึงไม่สะอาด ถ้าเลือดที่ไม่สะอาดไหลไปเลี้ยงส่วนต่างๆของรางกาย ไหลผ่านสมอง หัวใจ ปอด ม้าม ตับ ผิวหนัง ก็จะได้รับพิษจากแก๊สพิษด้วย
บอกเลยว่าน่ากลัวมาก! หากคุณไม่ขับถ่ายตอนเช้าเป็นประจำ

– ก่อนเที่ยงถึงบ่าย อาจจะง่วงนอน เพราะเลือดไม่สะอาดไปเลี้ยงหัวใจ หัวใจก็อ่อนล้า ไม่สดชื่น
– มีกลิ่นตัว กลิ่นปาก ก็มาจากเลือดที่ไม่สะอาดไปเลี้ยงปอด ปอดก็จะขับออกทางผิวหนังและลมหายใจ ตนเองจะไม่ค่อยได้กลิ่น แต่คนอื่นได้กลิ่น

– ถ้าปล่อยให้ไม่ขับถ่ายในช่วงเวลา 05.00-07.00 น. นานๆ เข้า เป็นระยะเวลาหลายปี เลือดที่ไม่สะอาดไหลผ่านไปเลี้ยงสมอง และไม่กินอาหารมื้อเช้าในช่วงเวลา 07.00-09.00 น. สมองก็จะไม่ได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์ เมื่อแก่ตัวไปความจำจะเสื่อมเร็ว

– ปวดเข่าเมื่ออายุมาก และเป็นริดสีดวงทวาร
วิธีแก้ไข และป้องกัน
1. พยายามขับถ่ายระหว่างเวลา 05.00 -07.00 น. ถ้าไม่ขับถ่ายให้กินขมิ้นชันเป็นประจำเพื่อบริหารลำไส้ใหญ่
2. ควรกินข้าวเช้าทุกวันระหว่างเวลา 07.00 -09.00 น. เพื่อให้เลือดรับสารอาหารไปเลี้ยงสมองและกินโยเกิรต์ นมผสมน้ำผึ้งและมะนาว ระหว่างเวลา 13.00 – 15.00 น. เพื่อเปลี่ยนขยะในลำไส้เล็กให้เป็นวิตามิน บี แล้วส่งไปบำรุงสมอง
3. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ