ความประทับใจ เวิลด์ทัวร์คอนเสิร์ต เดี่ยวแรกในไทย เจย์บี GOT7
ปลา อีจัน บันเทิง
25 ตุลาคม 2565

ผ่านไปแล้วสำหรับ เวิลด์ทัวร์คอนเสิร์ต สุดยิ่งใหญ่ของลีดเดอร์คนเก่งอย่างหนุ่ม เจย์บี GOT7 กับเวิลด์ทัวร์คอนเสิร์ต มีชื่อว่า “2022 WORLD TOUR JAY B “TAPE: PRESS PAUSE” in Bangkok” เมื่อวันที่ 14-16 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 5-6 เมืองทองธานี ซึ่ง คอนเสิร์ต ในครั้งนี้นับเป็น คอนเสิร์ต เดี่ยวครั้งแรกของเจ้าตัวในประเทศไทย หลังจากที่เป็นศิลปินเดี่ยวเต็มตัว ซึ่งกระแสตอบรับนั้นดีเกินคาด ด้วยความคิดถึงถึงของเหล่า อากาเซ่ ที่ไม่ได้เจอหนุ่ม เจย์บี นานถึง 3 ปี ทำให้ผู้จัดต้องเพิ่มการแสดงจาก 2 รอบ เป็น 3 รอบกันเลยทีเดียว
โดยทั้ง 3 รอบการแสดงก็ได้เปิดเวทีด้วยโชว์จากศิลปินน้องใหม่ “JONGHAN” (คิม จงฮัน) ศิลปินแนว R&B ที่มีเสียงร้องคุณภาพ เปิดเวทีด้วยเพลง “Sandbag” ซึ่งแฟน ๆ ก็ให้การต้อนรับ จงฮัน อย่างอบอุ่น ส่งเสียงกรี๊ดให้น้องอย่างท่วมท้น พร้อมทักทายว่า “สวัสดีครับ ผม จงฮัน ครับ ดีใจที่ได้เจอทุกคน ขอบคุณโอกาสที่ได้มาโชว์เปิดให้กับพี่ เจย์บี ในวันนี้” ก่อนจัดเต็มมอบเสียงเพลงเพราะ ๆ สุดโรแมนติกอีก 4 เพลง ทั้ง “Rainy Day” , “그대 내 품에” เวทีพิเศษเพลงภาษาไทยอย่างเพลงฮิต “Please” ของอะตอม ชนกันต์ และปิดท้ายโชว์ด้วย “Don’t”


ก่อนจะส่งต่อเวทีให้กับ เจย์บี เจ้าภาพของงาน โดยไม่ให้แฟน ๆ ได้พักกันเลย หนุ่มสุดชิคเลือกเปิดเวทีด้วยความเซ็กซี่ และแข็งแรงกับ 3 บทเพลงจังหวะดี ๆ ที่ทรงพลังกับเพลง “Switch it Up” , “Ride” และ “AM PM” เป็นการอุ่นเครื่องให้แฟนคลับได้กรี๊ดกันตั้งแต่เริ่มต้น ก่อนจะแวะทักทายแฟน ๆ “สวัสดีครับ ผม อิมแจบอม ” เป็นภาษาไทย ด้วยลุคสูทสีเทาสุดกระแทกใจ โดยหนุ่ม เจย์ยี ได้กล่าวต้อนรับทุกคนว่า
“วันแรกที่ถึงประเทศไทย เห็นแฟนไทยมารอรับที่สนามบินกันเยอะมากๆ รู้สึกตกใจมากที่มีคนรักและรอคอยเยอะขนาดนี้ ขอบคุณ และขอโทษที่อาจจะไม่ได้ไปทักทายทุกคนที่สนามบินอย่างทั้วถึง และถึงแม้รอบนี้ผมจะมาคนเดียว ไม่ค่อยชินเท่าไร แต่ไม่ต้องห่วง ผมจะตั้งใจทำโชว์วันนี้ออกมาให้ดีที่สุดเลยนะครับ”
โดยได้เกริ่นบอกแฟน ๆ ที่อยู่ข้างหลังทุกที่นั่งว่า “ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะไปหาทุกคนแน่นอน!” ก่อนส่งเข้าเพลงต่อไปอย่าง “In To You” เพลงช้า ๆ ที่โชว์ความแพรวพราว และความเซ็กซี่ของหนุ่ม เจย์บี กันอย่างต่อเนื่อง และเบรกด้วยเพลงช้าสุดหวาน “Dive into you” เพลงประกอบซีรีส์ Crazy love สุดไพเราะ ต่อด้วยเพลงจังหวะโยก ๆ อย่าง “Count On Me” และ “Sunrise” ก่อนจะเบรกความฮอตด้วย VTR เบื้องหลังการถ่ายทำมิวสิควิดีโอเพลง “go UP” ที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อนให้แฟน ๆ ได้ดูเป็นที่แรกกลางคอนเสิร์ต


ต่อมา เจย์บี ก็ได้ไปเปลี่ยนเป็นลุคเป็นเสื้อยืดสีขาวคลุมด้วยเสื้อยีนส์สบาย ๆ เริ่มด้วยเพลง “B.T.W.” และ “FAME” ที่โชว์เสน่ห์เล่นหูเล่นตาเรียกเสียงกรี๊ดได้แบบถล่มทลาย ก่อนส่งต่อให้กับ Special Stage ที่ตั้งใจฝึกซ้อมเพื่อเป็นเซอร์ไพรส์ให้กับแฟนชาวไทยโดยเฉพาะ ซึ่งได้เลือกบทเพลงฮิตอย่าง “ซูลูปาก้า ตาปาเฮ้” ของ THEMOONWILLALWAYSBEWITHME กับความหมายสุดโรแมนติกที่ตั้งใจเลือกมาบอกทุกคน เรียกเสียงกรี๊ดฮอลล์แทบแตก! ตามด้วยอีกหนึ่งเซอร์ไพรส์แบบไม่ให้แฟนคลับได้พัก เพราะ เจย์บี ได้ขึ้นรถเลื่อนไปทักทายแฟน ๆ ทั่วทั้งฮอลล์อย่างใกล้ชิด พร้อมร้องเพลง “Hush” และ “Fade Away” ซีนนี้ชนะใจแฟนคลับไปเต็ม ๆ เพราะแม้จะอยู่ไกลแค่ไหนก็คุ้มค่าทุกที่นั่งแน่นอน! ก่อนกลับขึ้นเวทีด้วยเสตจ เพลง “Rainy” โดยมาพร้อมขาตั้งไมค์ ยืนร้องนิ่ง ๆ แต่เอาใจแฟนคลับแบบอยู่หมัด เพราะไม่ว่าเพื่อนรักจะเคลื่อนไหวร่างกายในท่อนไหน แฟนไทยตายเรียบ!

ตามมาด้วยช่วงที่ 2 ของคอนเสิร์ตกับ VTR คอนเซ็ปต์ของ เวิลด์ทัวร์ ในครั้งนี้ซึ่งยังไม่เคยได้อัพโหลดลงสื่อที่ไหนมาก่อน พร้อมกลับมาด้วยลุคใหม่ในแบบสปอร์ตแมนคนชิคสุดคูล! เปิดเวทีด้วยเพลงใหม่ล่าสุดอย่าง “go UP” เพลงจังหวะสนุกสนานที่ครองใจแฟน ๆ ให้ลุกขึ้นเต้นตามทั้งฮอลล์ ต่อด้วย “The way we are” , “Livin’” , “Fountain of youth” วิ่งทักทายแฟน ๆ ด้วยเอเนอจี้ที่ไม่มีดรอปลงเลยแม้แต่น้อย โดย “JAY B” ได้อธิบายว่าโชว์ครึ่งแรกอยากเน้นเพลงที่ทุกคนร้องตามได้ ส่วนครึ่งหลังอยากเล่นเพลงใหม่ๆ ที่อยากให้ทุกคนรู้จักมากขึ้น ก่อนส่งต่อเข้าเพลงจังหวะสนุกสนานอย่าง “Break it Down” และ “Holyday” เพลงกรู๊ฟเท่ ๆ โชว์เสียง และไลน์เต้นสุดแข็งแรง ซึ่งในรอบวันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม 2565 รอบการแสดง 18:00 น. ได้มี แขกรับเชิญสุดพิเศษคุณแม่ของ เจย์บี และคุณแม่ของ แบมแบม ศิลปินไทยในวง GOT7 เข้าร่วมชมการแสดงด้วย โดยหนุ่ม เจย์บี ได้กล่าวทักทาย และขอบคุณว่า
“ผมและเมมเบอร์ทุกคนรู้สึกเหมือนกันเสมอว่า เพราะ แบมแบม ถึงทำให้พวกเรามีโอกาสได้มาเล่นคอนเสิร์ตที่ประเทศไทยแบบนี้ ทุกครั้งที่ได้มาที่นี่ผมจะรู้สึกอบอุ่นอยู่เสมอ และสัญญาว่าครั้งหน้าจะกลับมาพร้อมกับ แบมแบม นะครับ”
ก่อนส่งเข้าโชว์สุดท้ายที่ไม่ท้ายสุดอย่าง “Rocking Chair” เพลงช้าความหมายดี ๆ ที่ เจย์บี อยากส่งต่อกำลังใจให้แฟนคลับทุกคน


หลังจากนั้นแฟน ๆ ต่างก็ตะโกนอังกอร์เรียก “ อิมแจบอม ” กันทั้งฮอลล์ ซึ่งเพื่อนบีก็ไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังกลับขึ้นเวทีด้วยลุค ALL BLACK สุดกระแทกใจ! กับเสื้อยืดสีดำซึ่งเป็นลายสกรีนของงาน เวิลด์ทัวร์ ในครั้งนี้ ก่อนกลับขึ้นรถเลื่อนไปทักทายแฟนคลับทั่วทั้งฮอลล์อีกครั้ง โดยครั้งนี้มาพร้อมกับ GOT7 MEDLEY (“Page” , “Teenager” , “Breath” , “Thursday” และ “NaNaNa”) พร้อมโยนลูกบอลที่มีลายเซ็นต์ให้แฟนคลับได้เก็บเป็นที่ระลึกอีกด้วย โดยหลังจากกลับขึ้นเวที ก็ถึงเวลาที่แฟนคลับชาวไทยจะได้เซอร์ไพรส์ เจย์บี กลับบ้างด้วยการเตรียมโปรเจกต์มาให้เพื่อนรักแบบ 3 วันไม่ซ้ำกันเลย! โดยเจ้าตัวได้บอกความรู้สึกว่า
“หลังจากคอนเสิร์ตครั้งนี้จบไป ผมก็ยังต้องให้ทุกคนรออีกพักหนึ่ง เลยรู้สึกขอโทษ แต่ก็รู้สึกมั่นใจว่า อากาเซ่ ทุกคนจะต้องรอผมใช่ไหมครับ ผมสัญญาว่าจะทำผลงานดีๆ มาให้ทุกคนอย่างแน่นอน ขอบคุณสำหรับการรอคอย และการต้อนรับ ผมหวังว่า คอนเสิร์ต ครั้งนี้จะสมการรอคอย เพราะผมตั้งใจเตรียม และฝึกซ้อมมาอย่างดีมากๆ เพื่อแฟนไทยทุกคนจริงๆ ครับ”

ปิดท้ายด้วยการส่งต่อเวทีให้กับ “Def.” (เดฟ) ซึ่งเป็นชื่อในวงการอีกชื่อหนึ่งที่ เจย์บี ใช้ในการทำเพลง โดยทั้ง 3 วันได้มี Special Stage ที่ไม่เหมือนกันเลย โดยรอบวันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม 2565 ได้โชว์เพลง “Ring” และ “Sunset With You” รอบวันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม 2565 เลือกเพลง “Don’t Touch Me” และ “Pray” ส่วนรอบวันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม 2565 ได้เลือกอีก 2 บทเพลงส่งท้ายอย่าง “Bad Habit” และ เพลงใหม่ล่าสุดอย่าง “Right” ที่เปิดตัวให้ฟังครั้งแรกที่นี่! โดยทั้ง 3 รอบการแสดงได้ปิดท้ายคอนเสิร์ตด้วยเพลงจังหวะสนุกๆ อย่าง “Go Higher” ที่ทำให้ผู้ชมทั้งฮอลล์ลุกขึ้นเต้นโดยพร้อมเพียงกัน เดือดจนถึงนาทีสุดท้ายจริงๆ โดยสำหรับรอบวันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม 2565 เจย์บี ได้แถมสเตจสุดพิเศษเพิ่มอีก 3 เพลงทั้ง “My Home” , “Before The Moon Rises” และ “Bounce” พร้อมลงจากเวทีไปทักทายแฟนๆ แบบใกล้ชิดสุดๆ ก่อนจะกลับขึ้นมาโชว์สเต็ป B-BOY ส่งท้ายบนเวทีอีกด้วย ก่อนจะจบประโยคสุดท้ายด้วยข้อความถึงแฟนคลับว่า
“ผมจะกลับบ้านมานะ”


เรียกได้ว่างานทั้ง 3 รอบการแสดงประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีมาก เสียงกรี๊ดเกิดขึ้นตลอดระยะเวลาการแสดง ถือว่าเป็นการประเดิมงาน คอนเสิร์ต เดี่ยวในประเทศไทยในฐานะศิลปินเดี่ยวของ เจย์บี ไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งความสำเร็จในครั้งนี้ก็เหมือนเป็นการตอกย้ำว่าแม้ เจย์บี จะไม่ได้กลับไทยนานแค่ไหน หรือจะต้องห่างหายจากการสร้างสรรค์ผลงานไปซักระยะ แต่แฟนคลับชาวไทยจะยังอยู่ตรงนี้ รอสนับสนุนในทุกเส้นทาง และพร้อมจะเป็นเก้าอี้ให้ เจย์บี ได้หันกลับมาพักพิงได้เสมอ จนกว่าจะพบกันใหม่จะไม่ไปไหนอย่างแน่นอน