ป๋าต๊อบ ส่งกำลังใจถึง ทราย สก๊อต คนที่ออกมาพูด แปลว่าถึงที่สุดแล้ว

ป๋าต๊อบ ส่งกำลังใจถึง ทราย สก๊อต ลั่น! เข้าใจหัวอก เด็กที่พูดแล้วไม่มีใครฟัง ลั่นฝากถึงสังคม! ถ้าไม่อึดอัดจนสุด หลังชนฝา คงไม่กล้าเล่าเรื่องนี้ แสดงว่าเรื่องนี้ถึงจุดที่สุดแล้ว

หลังจากก่อนหน้านี้ หลายคนได้ย้อนฟังบทสัมภาษณ์สุดสะเทือนใจของ ป๋าต๊อบ ปฏิญญา ที่ออกมาเล่าเรื่องบาดแผลในชีวิตวัยเด็ก ถูกล่วงละเมิดจนตั้งครรภ์ ตั้งแต่อายุเพียง 11 ขวบ จนกลายเป็นอุทาหรณ์สำคัญให้สังคมหันมาใส่ใจเสียงของเด็กมากขึ้น

ล่าสุด ป๋าต๊อบ ได้ออกมาเปิดใจผ่านรายการ Phutta Talk 17 พ.ค. 69 พร้อมส่งกำลังใจถึง ทราย สก๊อต ยอมรับว่า เข้าใจหัวอกของ เด็กที่พูดแล้วไม่มีใครฟังเพราะตัวเองก็เคยผ่านความรู้สึกแบบนั้นมาเช่นกัน ลั่น! ถ้าไม่อึดอัด ถ้าหลังไม่ชนมุม ในวันที่คนคนหนึ่งกล้าออกมาพูดเรื่องในอดีต นั่นแสดงว่า… ถึงจุดที่สุด แล้วอยากให้คนรับฟัง

โดย ป๋าต๊อบ บอกว่า…

“ จากคนที่ผ่านมานะคะ พี่ถือความแค้นหลาย 10 ปี แล้วมันทำลายทั้งความสัมพันธ์พี่และก็ร่างกาย พี่ทิ้งเวลาไปเยอะมากค่ะ กับความแค้นที่ไม่ได้จัดการ พี่ไม่สามารถแนะนำอะไรน้องได้นอกจาก บอกได้คำเดียวว่า ถ้าน้องไม่ไหวจริงๆ มาหานะ

เห็นใจน้องครับ พี่เห็นใจตรงที่พูดแล้วไม่มีใครฟัง อย่าเข้าใจผิด อย่าเอาเรื่องของพี่ไปปนกับเรื่องของน้องนะ เรื่องของพี่คือเรื่องของพี่ เรื่องของน้องพี่แค่เข้าใจเสี้ยวเดียวที่น้องบอก แต่พี่เข้าใจถึงความอึดอัดใจของเด็กที่ไม่มีใครฟังในสิ่งที่เขาพูด

เพราะว่าเรื่องของพี่ ที่พี่ออกมาพูดเกี่ยวกับเรื่องของพี่ให้คนฟัง พี่พูดด้วยการที่อยากจะบอกให้ทุกคนรู้ว่า ถ้ามีเด็ก ลูกหลาน หรือใครสักคนที่บ้านมาบอก ว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับเขา ขอร้องว่าให้เชื่อเขาก่อน แล้วอย่างอื่นค่อยว่ากัน จริงไม่จริงค่อยว่ากัน ช่วยเขาก่อน เพราะว่าการที่มนุษย์คนหนึ่ง มีคนรับฟัง…

พี่มองว่า วันนี้เดี๋ยวนี้ สิ่งที่น้องบอกว่าไม่มีใครฟังน้องเลย วันนี้มีคนฟังน้องเป็นล้านคน แล้วก็มีคนให้กำลังใจน้องเป็นล้านๆคน แล้วขอให้กำลังใจพวกเรา เข้าไปนั่งถึงใจน้องด้วยว่า มีคนเห็นใจเยอะนะครับ

เป็นธรรมชาติของมนุษย์นะ ถ้าไม่อึดอัด ถ้าหลังไม่ชนมุม เราจะไม่ออกมาพูดในสิ่งที่เราละอาย เพราะว่าในสิ่งที่ออกมาพูดไม่ได้เหมือนกับไปเล่าให้ฟังว่ากำลังแต่งงาน มีลูก กำลังจะมีบ้าน หรือได้อาชีพใหม่ๆ แต่สิ่งที่พูดคือเรื่องที่ตัวเขาก็เก็บ  ไม่ให้คนรู้ เพราะฉะนั้น วันหนึ่งคนคนนั้นออกมาพูดในเรื่องแบบนี้ แสดงว่าถึงจุดที่สุด แล้วอยากให้คนรับฟัง

จริงๆพี่อยากจะชวนน้องมาบำบัด เพราะพี่อยากจะบอกว่า เสียงเราเป็นพลังงานคลื่นบริสุทธิ์ และมันจะเป็นพลังงานที่ช่วยขับเคลื่อนให้อะไรที่มันติดอยู่ มันขยับ และเมื่อร่างกายโล่งขึ้น จิตนิ่งขึ้น จะได้ทำอะไรต่อไปจากปัญญาครับ ”