ป้าพิการ ป่วยมะเร็งตัดขา วอนช่วยตาม แม่นางเอกดัง เบี้ยวเงินแสน นาน 7 ปี!
อีจัน บันเทิง
2 ชั่วโมงก่อนหน้า

เรื่องราวชวนสะเทือนใจ ถูกเปิดเผยผ่านการร้องทุกข์กับ สายไหมต้องรอด ของ คุณป้าชลชิชา อดีตข้าราชการวัย 70 ปี ผู้พิการขาขาด ที่ต้องทนทุกข์ทั้งร่างกายและจิตใจมานานกว่า 7 ปี
หลังจากนำเงินบำนาญก้อนสุดท้ายในชีวิต จำนวน 100,000 บาท ไปให้แม่ของนางเอกและพิธีกรชื่อดัง ยืมต่อให้เพื่อนสนิทนำไปลงทุนปลูกป่า แต่กลับไม่ได้รับเงินคืนแม้แต่บาทเดียว ในช่วงเวลาที่ผ่านมา
โดยเรื่อง เกิดขึ้นจาก ย้อนกลับไปช่วง 2562 คุณป้าวัย 70 ปี ได้รับเงินบำนาญก้อนสุดท้ายในชีวิต เป็นเงินบำนาญจากการเกษียณอายุราชการ ซึ่งได้ให้คนรู้จักคนหนึ่งที่สนิทกัน ซึ่งเป็นแม่ของนางเอกดัง ยืมเงินไปให้เพื่อนสนิทคนหนึ่งยืมไปลงทุนปลูกป่า พอถึงคราวที่จะต้องคืนเงิน แต่กลับโดนผลัดมาตลอด 7 ปี
อ้างว่า จะเอามาคืนให้ในตอนหลัง เพราะรอเงินจากลูกสาว ที่เป็นทั้งนางเอกและพิธีกรชื่อดัง ซึ่งคุณป้า ก็รอมาตลอด 7 ปี!

เคราะห์ซ้ำ ตนเองยังต้องมาเจอกับปัญหาสุขภาพอย่างหนัก ทุกข์ทั้งกายและใจ เล่าย้อนว่า ตนเองป่วยเป็นมะเร็งปี 2561 ก่อนที่จะลามไปปอด กระดูก จนตอนนี้ต้องตัดขา และปัจจุบันต้องใช้ออกซิเจน เครื่องช่วยหายใจ
และที่บีบหัวใจยิ่งกว่า คือตอนนี้ตนเอง มีเงินเหลือเพียงหลักหมื่นต้นๆเท่านั้น เป็นเงินที่ทางญาติโอนมาช่วยเหลือ เพราะค่าขาเทียมในตอนนี้ ราคาสูงตั้งแต่ 2 แสน – 4 แสน บาท เลยทีเดียว จนทำให้ตนเองไม่สามารถเข้ารับการรักษาได้ ในระยะเวลาที่กำหนด
และการที่ตนเอง ออกมาร้องเรียนครั้งนี้ ไม่ได้ต้องการให้เสื่อมเสียชื่อเสียงหรือเป็นข่าว เพียงต้องการให้ลูกหนี้ คืนเงินที่ยืมไป พร้อมดอกเบี้ย เพื่อนำเงินก้อนนี้ ไปรักษาตัวและทำขาเทียม ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้
ทั้งนี้ คุณป้า ได้เล่าอีกว่า… เมื่อวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา มีการทำสัญญาทวงหนี้ และกำหนดงวดชำระครั้งแรก
แต่สิ่งที่ได้รับกลับมา กลับทำให้แทบหมดหวัง เพราะได้เงินคืนเพียง 2,400 บาท และหลังทวงถามเพิ่มเติม ก็ได้รับเพิ่มรวมแล้วไม่ถึง 5,000 บาท ซึ่งไม่เพียงพอแม้กระทั่งการต่อชีวิต…

ขอบคุณภาพ สายไหม ต้องรอด
ซึ่งบางช่วงบางตอน คุณป้า วัย 70 ปี ได้เล่า วอนขอแม่นางเอกว่า…
“ ที่แม่มาวันนี้เพราะว่า แม่ต้องการเงินของแม่คืน เพื่อไปใส่ขาเทียม หลังจากที่เป็นมะเร็วปอดเสร็จ มันลามไปที่ขา มันลามไปที่กระดูก เพิ่งตัดขาไปเมื่อวันที่ 19 ก.ค. เราก็ตามมาเรื่อยๆมาทั้งหมด 7 ปี แรกๆเป็นการผลัดผ่อนมาตลอด อ้างอย่างนั่นอย่างนี้ ในความน่าเชื่อถือของเขาคือ
1. เขามีลูกเป็นดารา เป็นพิธีกร
2. สังคมของเขามีความน่าเชื่อถือ เพราะตั้งแต่เขารับราชการมา เขาอยู่ในตำแหน่งที่ดี มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีความเป็นมนุษย์มากกว่าเรา เราต่างจากเขา เขามาจากสิ่งที่สูงทั้งนั้น ไม่ว่าจะครอบครัว ต้นตระกูล ชื่อเสียงทางสังคมค่ะ ”