ย้อนอ่านชีวิต ป๋าต๊อบ ถูกคนขับรถ ล่วงละเมิด หนำซ้ำชีวิตตอนโต ติดยาหนัก

ย้อนฟังชีวิต ป๋าต๊อบ ในวัยเด็ก ถูกคนขับรถ ล่วงละเมิดจนท้อง ก่อนหลงทาง ติดยาหนัก ถึงขั้นหัวใจวาย ใช้เวลาเกือบครึ่งชีวิต… เพื่อให้อภัยทุกอย่างในใจตัวเอง

ย้อนฟังบทสัมภาษณ์ชีวิตของ ป๋าต๊อบ ปฏิญญา ที่เคยได้สัมภาษณ์เอาไว้ 25 พ.ค. 67 ที่ครั้งหนึ่งเคยเปิดใจถึงเรื่องราวสุดเจ็บปวด ตั้งแต่วัยเด็กที่ถูกล่วงละเมิด จนตั้งครรภ์ ทั้งที่อายุเพียง 11 ขวบ ความรู้สึกโดดเดี่ยว ความแค้นที่โยนใส่พ่อแม่ รวมไปถึงเส้นทางชีวิตที่หลงผิดจนจมอยู่กับยาเสพติดหนัก ถึงขั้นหัวใจวายซ้ำแล้วซ้ำเล่า กว่าที่เขาจะกลับมายืนได้อีกครั้ง ต้องใช้เวลาเกือบครึ่งชีวิต เพื่อเรียนรู้คำว่าให้อภัย และ เลิกโทษตัวเอง

*** ซึ่งเรื่องราวนี้ ป๋าต๊อบ อนุญาต ให้อีจันบันเทิง นำเสนอเรื่องราวชีวิต ที่เกิดขึ้นในอดีต เพื่อเป็นอุทาหรณ์ ***

โดย ป๋าต๊อบ ได้เล่าไว้ว่า…

“ ป๋าต๊อบ :   ตอนเล็กๆเด็กๆเลย มียาย คุณยายรัก และก็น้าสาว น้ารักเรามาก เป็นคนตั้งชื่อให้เราด้วย แต่ว่าพ่อแม่ยุ่งค่ะ พ่อพี่ไม่ได้มีการศึกษานะ แม่พี่เป็นช่างตัดผม พี่มาจากครอบครัว ที่ไม่มีเงินเลย  แล้วเขาก็ตั้งใจทำงานมาก ทำยังไงก็ได้ให้ลูกไม่ลำบาก เหมือนที่ตัวเองเคยลำบาก เลยทำงานตลอดเวลา ไม่มีเวลาดูแลลูก

บ้านยายอยู่ที่โรงเลี้ยงเด็ก ไม่ไกลจากกัน พี่ก็จะอยู่แถวแถวนั้น เป็นความทรงจำในวัยเด็กตอนเดียวที่ดีมาก ”

“ ป๋าต๊อบ  : ในวัย 11 ขวบ มีคนขับรถใจร้าย เข้ามาสร้างบาดแผลที่ไม่มีวันลืมในหัวใจของป๋าต๊อบ

เขาขับรถไปส่งเราที่โรงเรียน แล้วคงเห็นโอกาส เขากระทำอยู่เป็นเดือน

โดนล่วงละเมิด สมัยนั้น 50 ปี ก่อนเรื่องทางเพศเขายังไม่ค่อยพูดกัน เด็กอายุ 10 กว่าจะรู้อะไร รู้สึกว่ามันมีอะไรผิดปกติ เพราะว่าในสิ่งที่ที่เขาทำมันไม่น่าจะถูก เพราะว่าความรู้สึกมันไม่ใช่ แต่ไม่รู้จะบอกใคร ไม่รู้บอกได้ไหม เพราะหลังจากเหตุเกิดได้สักพัก หลังจากนั้นน้าสาวมาดูพี่ แล้วเขาก็บอกว่า พี่น่าจะมีอะไรผิดปกติ รูปร่างผิดไป สงสัยก็เลยจับไปตรวจ ผลปรากฎว่า ท้อง เขาเลยให้พี่ไปทำแท้ง (เอาเด็กออก) จำได้คร่าวๆ โดนเข็นเข้าไปบนเตียง แล้วก็ได้ยินเสียงคนบอกว่า ไม่เป็นไรนะ นิดเดียวนะ แล้วเราก็หลับไป พอตื่นขึ้นมาก็รู้สึกว่างๆ รู้สึกเหมือนกับ เสียหายอะไรไปซักอย่าง มันมีอะไรหายไป… ”

“ มองทางมุมของธรรมะ ก็คือพี่คงติดกรรมอะไรเขาไว้ หรือว่าเคยไปทำอะไรใครไว้ในชาติหนึ่ง พี่เลยจะต้องได้รับความรู้สึกนั้นๆในชาตินี้ กรรมนี้มันคงหนัก

เรื่องที่มันจะเกิดก็ต้องเกิด อะไรจะห้ามให้มันเกิดก็ไม่ได้ เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่พี่ต้องชดใช้ แต่ว่าพี่เอาความโกรธทั้งหมด ไปโยนไว้กับพ่อแม่ (โทษพ่อแม่) ไปโยนว่า ทำไมเขาไม่ดูแล ทำไมเขาไม่ปกป้อง ไปโทษเพราะเขาไม่รัก เรื่องนี้ก็เลยเกิด ”

“ และที่พี่ออกมาพูดเรื่องนี้ เพราะพี่ไม่อยากให้เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่มันน่าอายของผู้หญิง หรือเรื่องที่ผู้หญิงต้องมาปิด เพราะกลัวว่าผู้ชายจะคิดยังไง หรือว่าพอผู้หญิงมาพูดเสร็จปุ้บ เห้ยจริงหรือเปล่า เห้ยเธอให้ท่าเขาหรือเปล่า เธอเข้าไปอยู่ในห้องเดียวกับเขาเปล่า ตราบใดที่ผู้หญิงบอกว่าไม่ ผู้ชายมีหน้าที่ฟัง ต่อให้ถึงวินาทีสุดท้าย แล้วเปลี่ยนใจ ก็คือต้องฟังเรา ไม่งั้นเรียกว่าข่มขืน…

นี่คือหน้าที่ ที่พี่ออกมาพูด จะมาบอกผู้หญิงว่า เราไม่จำเป็นต้องเงียบ ไม่จำเป็นต้องอาย อย่าเก็บ แล้วอย่านึกว่าเราเป็นคนผิด หรือว่าเรื่องนี้เกิดมา เพราะเราไม่ดีพอ หรือเราซวย ”

“ เริ่มต้นชีวิตใหม่ ที่ตปท. : ออกไปตอน ป. 6 แล้วพี่ก็ไปอังกฤษเลย ไปอยู่โรงเรียนแรก คือแม่พาไปบ้านญาติ แล้วบอกว่าในเมืองนั้นมีญาติอยู่ ไปอยู่ 1-2 คืน แล้วก็พาเราไปเข้าโรงเรียน บอกเราว่าเดี๋ยวมารับ เรานึกว่าคำว่าเดี๋ยวมารับ คือแป๊บเดียว เดี๋ยวเย็นนี้มารับอะไรแบบนี้ เราก็รอก็ไม่มา พอเด็กผิดหวัง ความผิดหวังของเด็กที่เกิดขึ้นเรื่อยๆ มันกลายเป็นความขมขื่น ความขมขื่นกลายเป็นความโมโห แค้น (แค้นพ่อแม่ที่พามาอังกฤษ) ไม่ใช่แค่แค้น แต่แค้นมาก…

แต่ชีวิตที่อังกฤษสนุกมาก อยู่กับเพื่อนทั้งวัน มัธยมก็มีหนุ่มๆมาจีบ แต่เราไม่ชอบ แต่พอได้มาคบกับผู้หญิง เรารู้สึกว่าอยากดูแลเขา มีความต้องการอยากดูแลคน ชอบดูแลคนอื่น ”

“ ความสนุกในชีวิตทำให้ป๋าต๊อบหลงระเริง จนเดินทางผิด : ติดยา พี่ลองมาตั้งแต่เด็ก มันเป็นทางออกของพี่ตั้งแต่เด็ก เพราะว่าความคิดพี่มันไม่หยุด ช่วง 16 ปี พี่เริ่มหนีออกจากโรงเรียนบ้าง หรือไม่ก็มีช่วงโอกาสที่สามารถจะหนีออกไปได้โดยที่ครูไม่เห็น ไปหาซื้อเบียร์มากินกับเพื่อน หรือช่วงตอนหลังๆ ตอนโตขึ้นมาหน่อย ก็มีเงินไปจ้างคนในเมืองไปซื้อ วอดก้าวิสกี้ เราก็เริ่มมาตั้งแต่ตอนนั้น

พอโตขึ้นมาหน่อย ก็ไปเที่ยวนิวยอร์กกัน เพื่อนก็บอกลอง(ยาเสพติด)มั้ย เราก็ลอง โดยไม่เห็นประตูนรก ที่เปิดรออยู่… ”

“ ถ้าเมื่อวันนั้นมันเป็น Solution (ความต้องการ) วันหนึ่งมันก็เป็นความต้องการ วันนั้นมันเป็นทางออก เหงา พอไปใช้ หายเหงา พอโกรธ พอไปใช้ หายโกรธ อกหัก พอไปใช้ดีขึ้น มันเป็นความต้องการ หลังจากนั้นมันเป็นความต้องการให้พี่ตลอด ตอนหลังหยุดใช้ไม่ได้ 24 ชั่วโมง 7 วันไม่หยุดเลย จะหยุดเพียงแค่สลบ ไม่เรียกว่าหลับ หรือยาหมด ทุกนาทีคือการหายามาใช้ ทำยังไงก็ได้ ให้หาซื้อยามาใช้ให้ได้อีก และการเสพยาเพื่อมีชีวิตอยู่ และมีชีวิตอยู่เพื่อเสพยา…

ไม่เคยอาบน้ำ ไม่เข้าห้องน้ำ ไม่ล้างหน้า ไม่แปรงฟัน ไม่กินข้าว ไม่นอน เสพจนหัวใจวาย Overdose ใช้ยาเกินขนาด ตอนๆแรกหัวใจวายแบบรุนแรง เรียกว่าหัวใจวายทุกวัน ”

“ แต่ในชีวิตพี่มีเทวดานางฟ้าในชีวิตหลายคน มีคนในชีวิตพี่ ที่เขาไม่ทิ้งพี่ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม… คอยวนเวียนมา ตกระกำลำบาก คอยตามดูพี่นั่งเล่นยา เพราะว่าถ้าพี่จะบอกว่า พี่บังคับเขามา จริงๆเขาไม่ต้องมาก็ได้ พี่ว่าถ้าบางที ถ้าน้องๆเหล่านี้ ที่เวียนมาหา หรือน้องๆที่อยู่ในชีวิตพี่ปัจจุบันนี้ ที่เขามาดูแลพี่ตอนนั้น ถ้าเขาไม่อยู่พี่คงตายไปแล้วแหละ พี่มั่นใจ ตายไปด้วยความเหงา เหมือนที่เขาบอกว่า ก่อนที่เราจะตาย พี่เป็นแบบนี้ทุกคืนนะตอนหลับ พี่กลัวว่า พี่จะต้องเห็นความผิดของตัวพี่เอง… ขนาดที่ว่า พี่จะกินยานอนหลับเป็นกำ เพื่อให้ตัวพี่ไม่มีช่วงนั้น คือไม่อยากเอาช่วงที่ตัวเองมีสติเลย ไม่อยากมีสติเลย ”

“ เมื่อป๋าต๊อบพบรักกับปีใหม่ เค้าก็ทำให้แฟนติดยาไปด้วย ถ้าป๋าต๊อบไม่หยุดยา คนรักอาจจะต้องตาย (ชีวิตที่ต้องเลือก) : ตอนๆหลังเขาไม่ค่อยเตือน เขาเมาด้วยเลย แต่พี่ก็หยุด เพราะพี่ไม่อยากทำเขาตายด้วย เพราะว่าถ้าพี่ไม่หยุดใหม่(แฟน)ตายแน่นอน เหมือนเห็นกระจกสะท้อน ปีใหม่มาเป็นกระจกให้พี่ เห็นเขาก็เหมือนเห็นตัวเอง โห่ มันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ ถ้าไม่หยุดก็ตาย สมมติตัวพี่เองตาย ไม่เท่าไหร่ พี่ทำน้องตายด้วยไง พี่ไปศูนย์บำบัดถ้าต้องการจะเลิกยา ต้องถอยออกมา มันจะมีช่วงที่เราเคลียร์ออกจากยาทั้งร่าง มันคือการลงแดงนั่นแหละ มันทรมานมากๆ มันปวดไปถึงกระดูก มันหนาว มันร้อน มันหงุดหงิด โมโห มันจะเอาให้ได้ ที่สุดของชีวิตแล้ว… ”

“ หลังป๋าต๊อบเลิก ขาดจากยาเสพติด เขาก็เริ่มต้นใช้ชีวิตใหม่ โดยไม่ยุ่งกับยาอีกเลย และใช้ชีวิตที่เหลืออย่างมีความสุขที่สุด : ไม่เคยคิดเลยว่าจะมานั่ง ทำอะไรอย่างที่ทำอยู่ในปัจจุบันนี้ ไม่เคยคิดว่าจะมาอยู่ มาเจออาชีพที่ไม่ได้เป็นอาชีพ อาชีพที่ไม่ได้เป็นงาน มีความสุขกับสิ่งที่ทำมาก ก็หาไปเรื่อยหาทางที่จะทำให้ตัวเองทุกข์น้อยลง แล้วพอมาเจอเสียงบำบัด มาเจอเรื่องนั่งสมาธิ มันทำเราดีขึ้นจริงๆ

เรื่องอโหสิกรรม หนทางดับทุกข์?? : อโหสิกรรมเขานะ เรื่องนี้จะได้จบกัน ไม่งั้นชาติหน้า ฉันต้องมาใช้เธออีก ไม่ไหวแล้ว อโหสิให้พ่อกับแม่นะ หนูขอโทษ ที่โทษ ไม่ใช่ความผิดของพ่อกับแม่นะ เราใช้เวลานั้นแทนที่จะใช้ชีวิตประชดเขา  กลับมาใช้ชีวิต และเข้าใจเขา พี่เสียเวลาไปกี่ปี? ก็ตั้งแต่จนพี่เพิ่งกลับตัวได้ตอนอายุ 46 ปี พี่เพิ่งจะหายเลิกแค้นพ่อแม่ได้ไม่กี่ปีเองจากเรื่องนี้ เพราะพี่เพิ่งจะมองเห็นว่า แค้นเพราะเรื่องนี้ คือถ้าเรามองไม่เห็นว่า เราเป็นเพราะเรื่องอะไร ตั้งต้นเหตุไม่ถูก แล้วเราจะไปแก้ถูกไหม? ”