ทนายนิด้า พร้อม เจ้าของค่ายเพลง มาศาลหลังยื่นฟ้อง ทนายตั้ม

ปลา อีจัน บันเทิง

ปลา อีจัน บันเทิง

22 พฤษภาคม 2566

ทนายนิด้า พร้อม เจ้าของค่ายเพลง มาศาลหลังยื่นฟ้อง ทนายตั้ม

จากรณีที่ คุณท็อป วงศพันธ์ พร้อมทนาย นิด้า ศรันยา ยื่นฟ้อง ทนายตั้ม ษิทรา เนื่องจาก ทนายตั้ม ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวร่วมกับน้องพอร์ส วง yes indeed เพื่อต้องการบอกเลิกสัญญาและมองว่าสัญญานั้นไม่เป็นธรรมนั้น ซึ่งทางค่ายเพลงมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำให้ค่ายเพลงเกิดความเสียหาย จึงเกิดการยื่นฟ้องดังกล่าว

ทนายตั้ม ปฏิเสธทุกข้อกล่าว ปมค่ายเพลงฟ้องหมิ่นประมาท

โดยวันนี้ 22 พ.ค. ทนายนิด้า และ คุณท็อป ได้เดินทางมาที่ศาลจังหวัดนนทบุรี โดยมาตามกำหนดที่ศาลนัดพร้อม สอบปากคำจำเลย นั่นก็คือ ทนายตั้ม ทั้งนี้ ทนายนิด้า และ คุณท็อป ได้เปิดใจ ก่อนที่จะเข้าไปด้านใน โดยเผยว่า

ทนายนิด้า : วันนี้ศาลกำหนดนัดค่ะ เป็นนัดพร้อมสอบให้ความจำเลย คือเรายื่นฟ้องคดีนะคะ เป็นคดีข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา นัดที่แล้วไต่สวนมูลฟ้อง ศาลประทับรับฟ้องคดีมีมูล วันนี้ก็จะเป็นนัดของตัวจำเลย ตามหลักการก็คือมารับทราบข้อกล่าวหาความหมายก็จะคือประมาณอย่างนั้น ศาลก็จะไต่ถามตัวจำเลยว่า คุณจะรับสารภาพ หรือปฏิเสธตามคำฟ้องของเราค่ะวันนี้เราก็มาในกระบวนการพิจารณาในตัวเพื่อที่จะทราบแนวทางของตัวจำเลยว่าจะรับไหม จะปฏิเสธหรือยังไง เราก็จะนัดสืบพยานต่อไปค่ะ คดีนี้ เราไม่ได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายไปเราฟ้องเป็นหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาค่ะ

ทนายมีความมั่นใจแค่ไหน ?

ทนายนิด้า : ในฐานะทนายความ เวลาเราทำงานมาเราบอกได้แต่แนวโน้มในการแพ้หรือชนะคดี ตั้งแต่ทำงานมาสิ่งที่ไม่เคยออกจากปากทนายนิด้าเลยก็คือ คดีนี้เราชนะแน่นอน หรือแพ้แน่นอน เพราะว่าด้วยจรรยาบรรณของทนายความ และคนที่จะตัดสินว่าคดีนี้ผิดหรือไม่ผิดคือศาลเท่านั้น แต่สิ่งที่เรานำมาฟ้องคดีในวันนี้เรามีความรู้สึกว่าลูกความเราได้รับความเสียหาย เราก็นำข้อเท็จจริงตรงนี้เข้าสู่ศาลให้ศาลเห็น ให้ศาลมองว่าตัวเราได้รับความเสียหายศาล เห็นด้วยไหม ถ้าศาลเห็นด้วยศาลก็พิพากษาให้เขาได้รับโทษจำคุก แต่ถ้าศาลไม่เห็นด้วยก็ยกฟ้องไป ถ้าจะให้ทนายยืนยันเหมือนทนายคนอื่นว่าอันนี้ชนะแน่ แพ้แน่ เราไม่เคยทำค่ะ ที่ผ่านมาเราไม่ได้มีการไกล่เกลียกับเขาค่ะ เพราะว่าที่เราดูเราก็ค่อนข้างมั่นใจว่าเพราะอะไรเค้าถึงเรียกไกล่เกลียในตรงนี้ เพราะว่าคู่กรณีเขายืนยันมาตลอดว่าเขาไม่เคยแพ้คดีหมิ่นประมาทนะคะ แต่ในมุมของเรา เรารู้สึกว่าลูกความของเราได้รับความเสียหาย สิ่งที่เขาพูดมันมีข้อเท็จจริงบางประการ เราก็โอเคยอมรับว่ามันเป็นแบบนั้น แต่สิ่งที่เรานำมาฟ้องมันมีหลายข้อมากๆที่เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่ และตัวรู้ความ นิด้า ก็เอาหลักฐานมายืนยันว่าในหลายสิ่งมันไม่ได้เป็นจริงอย่างที่เขาพูด หากมีข้อโต้แย้งกันตามหลักทนายความมันก็ต้องนำคดีขึ้นสู่ศาล ไม่ใช่เอาไปมาพูดมาว่าต่อกันตามสื่อโซเชียล และรอให้สื่อโซเชียลลงโทษอีกฝ่าย

คุณท็อป : ก็เดี๋ยวรอฟังครับเพราะว่าตอนที่มันเกิดเรื่องมันเกิดความเสียหายจริงๆครับเดี๋ยวรอดูครับว่าวันนี้จะยังไง

ทนายนิด้า : เราไม่กังวลอะไรเลยในฐานะทนายความ เราหน้าที่เรียกร้องความยุติธรรมให้กับลูกความ เราดูจากพยานหลักฐานแล้วมันมีหลายส่วน ในส่วนที่จำเลยได้แถลงข่าว ตัวเองก็เคยแถลงข่าวให้กับลูกความแต่ว่า ในการที่เราจะแถลงข่าวนั้นเราต้องมีความระมัดระวังมากที่สุด แม้ว่าเราจะแก้ตัวให้กับลูกความของเรา ว่าไม่ให้ลูกความของเราเสียหาย แต่ในขณะเดียวกัน เราต้องไม่เอาเรื่องที่ไม่จริง มาโจมตีอีกฝ่ายหนึ่ง วันนี้ที่เรามาฟ้องเพราะว่าเรามองว่าสิ่งที่ตัวจำเลยทำมันนอกเหนือกติกานั้น เรามั่นใจในข้อเท็จจริงของเราว่าเราสามารถพิสูจน์ให้ศาลเห็นได้ว่าสิ่งที่เขาพูดมันไม่เป็นความจริง อย่างไรส่วนว่าเขาจะแพ้หรือเขาจะชนะคดีขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลต่อไป ถ้าให้ นิด้า ประเมินแนวทางในการต่อสู้ของเขาเลย ถ้าจะบอกว่าข้อความมันไม่ผิดไม่มีประมาท ไม่เสียหายเนี่ย นิด้าบอกว่ามันไม่ใช่ไม่อย่างนั้นเรา ก็คงไม่เอามาฟ้อง แต่สิ่งที่เค้าอาจจะไม่ถูกลงโทษ ศาลอาจจะมองว่าเขามีความสุจริตก็ได้ ทีนี้ก็ต้องดูต่อไปว่าสุจริตยังไง เราก็อยากรู้เหมือนกัน สุดท้ายแล้วถ้าศาลพิพากษาออกมาว่า สิ่งที่เขาทำ ทำแบบนี้ได้ ต่อไปเราจะได้นำไปปรับใช้ ที่จะเอาไปทำร้ายคนอื่นแบบนี้ได้เหมือนกันแล้วก็อ้างว่าเรามารักษาประโยชน์ให้กับลูกความค่ะ ส่วนในเรื่องของสัญญา กับคดีนี้เราแยกกันค่ะ

ทนายนิด้า : วันนี้คือการเจอครั้งแรกค่ะหลังจากมีประเด็นกันถามว่ากังวลไหมก็มีกังวลบ้างค่ะ เพราะเราไม่อยากมีเรื่องกับใคร ไม่อยากให้คนแยกแยะว่าความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องเพื่อนร่วมอาชีพ มันก็เป็นความสัมพันธ์หนึ่ง อาชีพที่เราจะต้องรักษาประโยชน์ให้ลูกความ เราก็ต้องทำ

อย่างกรณีที่เค้าเอาเราไปแขวนมีคิดจะฟ้องไหม ?

ทนายนิด้า : ตอนนี้ยังไม่ได้คิดที่จะฟ้องอะไร ถ้าวันนี้มันเท่านี้ก็โอเคตามนี้เรารับได้ แต่อนาคตถ้ามันมีอะไรที่มากไปกว่านี้แล้วเรารู้สึกว่ามันเกินเลยไปและนอกเกม เราก็ไม่เคยทำอะไรกับใครนอกเกมนะค่ะ เราทำก็ทำอยู่ในเกมทุกอย่าง ถ้านอกเกมในจุดที่เรารับได้ เราก็อยู่ของเราไปเพราะเราต้องทำงาน ถ้าวันนึงมันนอกเกมไปมากกว่านี้และเรารับไม่ได้ก็อาจจะต้องมีการเทคแอ็คชั่นอะไรบางอย่างแต่ว่า ณ วันนี้มันยังไม่มีแบบนั้นค่ะ

งานนี้คงต้องติดตามดูคดีนี้ต่อไปว่าจะจบลงอย่างไร หากมีอะไรคือบหน้าแอดจะรายงานให้ทราบต่อไปค่ะ

คลิปอีจันแนะนำ
คุณท็อป เจ้าของค่ายเพลงพร้อมทนายนิด้า มาตามนัดศาล