“เป้ย ปานวาด” เผยอุทาหรณ์คุณแม่ลูกอ่อน ใช้เครื่องปั๊มนมแรงไป จนเส้นเลือดฉีกขาด
migrator
13 มกราคม 2564

ก่อนหน้านี้ คุณแม่ลูกสอง อย่าง เป้ย ปานวาด ได้ออกมาโพสต์ภาพในอินสตาแกรมเผยให้เห็นถึงน้ำนมที่ปั๊มออกมาเป็นสีชมพู แถมยังมีก้อนเลือดออกมาด้วย ทำเอาหลายคนอดเป็นห่วงไม่ได้ และหลังจากนั้นสาวเป้ยได้ออกมาชี้แจงแล้วว่าเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดจากการใช้เครื่องปั๊มนมแรงเกินไป ทำเส้นเลือดฝอยฉีกขาด หัวนมแตก ซึ่งไม่มีอันตรายร้ายแรง


ตอนที่เราเห็นว่ามีเลือดออกมาเยอะขนาดนั้น เราตกใจมากไหม ?
"คือตอนนั้นเป้ยใส่ผ้าคลุมขณะปั๊มนม เป้ยก็เลยไม่เห็นว่ามันเกิดอะไรขึ้น และด้วยความที่เป้ยไม่รู้นี่แหละ เลือดมันก็เลยออกมาเยอะกว่าปกติ เพราะถ้าหากเป้ยเห็นเลือดตั้งแต่วินาทีแรก เป้ยก็คงจะหยุดไปแล้ว แต่นี่เหมือนเป้ยมารู้ตอนผ่านไป 15 นาทีแล้วด้วยค่ะ"
ด้วยความที่เลือดมันออกมาค่อนข้างเยอะ ระหว่าง 15 นาทีนั้น เราไม่รู้สึกถึงความผิดปกติเลยเหรอ ?
"ก็อย่างที่เป้ยบอก เพราะเป้ยเปิดเครื่องปั๊มเบอร์แรงสุด เป้ยก็เลยคิดว่าทุกคนที่ปั๊มนมน่าจะเจ็บเหมือนกับเป้ย เนื่องจากเป้ยเจ็บมาตลอด เจ็บเหมือนเป็นเรื่องปกติ โดยที่ผ่านมาเป้ยก็พยายามอดทน เพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของการปั๊มนม แต่ตอนนี้รู้แล้วค่ะว่ามันคือความเข้าใจผิด เพราะไม่จำเป็นต้องปั๊มเบอร์แรงขนาดนั้นก็ได้ ส่วนเรื่องอาการเจ็บ ถามว่าตอนที่เลือดมันกำลังออกเป้ยรู้สึกไหม เอ่อ…มันอาจจะเป็นเพราะจังหวะนั้นเป้ยกำลังเล่นกับลูกด้วยมั้งคะ มันก็เลยทำให้เป้ยรู้สึกเพลิน และมารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ก้มลงไปดู และเห็นว่าเลือดไหลออกมาเต็มไปหมดแล้ว"

หลายคนรู้สึกว่าภาพที่เราโพสต์มันค่อนข้างน่ากลัว ?
"น่ากลัวค่ะ และก็ต้องยอมรับด้วยว่า ถึงแม้เป้ยจะเป็นคุณแม่ลูกสอง แต่มันก็มีอะไรที่เป้ยยังไม่รู้อีกเยอะมาก"
อาการนี้มันส่งผลกระทบต่อการให้นมของเราบ้างหรือเปล่า ?
"ไม่มีค่ะ เพราะเมื่อเวลาผ่านไปมันก็จะหายเป็นปกติของมันเอง มันเหมือนเป็นกระบวนการทางธรรมชาติมั้งคะ ส่วนแผลภายนอก คุณหมอเขาก็มียาลักษณะคล้ายเจลให้เราเอามาทา ซึ่งมันก็เป็นยาที่คุณหมอจะให้มาทาอยู่แล้วเป็นปกติ เพราะ โดยธรรมชาติเวลาที่เราให้ลูกดูดนม มันก็จะมีอาการหัวนมแตกเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งทุกวันนี้เป้ยก็ยังปั๊มนมให้ลูกตามปกติ"
ตัวเราเองได้กำหนดไว้ไหมว่าจะให้นมลูกไปจนเขาอายุเท่าไหร่ ?
"ถ้าเป็นช่วงที่คลอดน้องโปรดใหม่ๆ เป้ยก็จะให้นมเขาไปจนอายุครบ 1 ขวบ แต่สำหรับปาลิน ถึงแม้ว่าเดือนหน้าเขาจะครบ 1 ขวบแล้ว แต่เป้ยก็ยังอยากจะให้เขาไปเรื่อยๆ ก่อน ไม่อยากจะกำหนดระยะเวลาตายตัวว่าจะต้อง 1 ปี หรือ 2 ปี เพราะเวลาที่ลูกได้ทานนมแม่ และร่างกายเขาแข็งแรง ตัวเป้ยก็รู้สึกแฮปปี้"
ถือว่าเป็นเคสอุทาหรณ์สำหรับเราเลยใช่ไหม ?
"เป็นอุทาหรณ์ค่ะ เพราะอย่างแรกตัวเป้ยเองก็ไม่เคยรู้ว่ามีเรื่องแบบนี้มาก่อน และอย่างที่สองก็คือเราได้นำความรู้ หรือข้อมูลต่างๆ ที่เราประสบมา มาแชร์ต่อให้กับคนที่ติดตามเราด้วย"
ถามถึงงานในวงการบันเทิงบ้าง เมื่อไหร่เราจะกลับมารับงานอีกครั้ง ?
"รับแล้วค่ะ ปีหน้ากลับมารับงานแล้ว ซึ่งก็จะมีทั้งภาพยนตร์จีน และก็ละครไทย รับแล้วทั้งคู่ค่ะ ปีหน้าได้ติดตามกันแน่นอน"
บทบาทของเรากับการคัมแบคครั้งนี้ จะต้องแซ่บแค่ไหน ?
"แซ่บแน่นอนค่ะ เพราะเป้ยก็พยายามคุยกับผู้จัดทุกท่านแล้วว่า ขอแซ่บๆ นะคะ ซึ่งถ้าถามว่ายากไหมกับการเลือกรับบทให้มันลงตัวกับการกลับมาครั้งนี้ เอ่อ…มันเป็นความรู้สึกอยากเล่นมากกว่าค่ะ ยอมรับเลยค่ะว่าคิดถึงงานแสดงตลอดเวลา เพราะเป้ยน่าจะห่างหายจากการแสดงไปประมาณ 7 ปี แล้วมั้งคะ"
สามีเรามีความเห็นว่ายังไงบ้าง สำหรับการกลับมาทำงานครั้งนี้ ?
"คุณสามีโอเคค่ะ เป้ยคุยกับเขาเรียบร้อยแล้ว ส่วนเขาก็แค่ถามว่าเราเล่นกับใครเท่านั้นเอง"
ที่บอกได้เล่นภาพยนตร์จีน เราพอจะบอกได้ไหมว่าบทเราเป็นนางเอกหรือเปล่า ?
"ไม่ใช่นางเอกสิ ไม่ถึงขนาดนั้น แต่ก็เป็นตัวหลักค่ะ โกอินเตอร์"
แบบนี้เรื่องการแบ่งเวลาลงตัวแล้วหรือยัง ?
"จริงๆ ตอนนี้น้องโปรดเขาก็เข้าโรงเรียนแล้วนะคะ ส่วนน้องปาลิน เป้ยก็อาจจะต้องขอความร่วมมือจากคุณย่าคุณยายให้ช่วยหน่อย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเป้ยก็แจ้งคิวไปให้กับทางกองละครแล้วค่ะว่า ให้คิวได้วันไหน หรือเวลาไหนบ้าง"

พอจะบอกรายละเอียดเกี่ยวกับภาพยนตร์จีนสักนิดได้ไหม ?
"ก็จะถ่ายกันทั้งที่โลเคชั่นไทยและจีนค่ะ แต่เรื่องรายละเอียด คือ…เป้ยยังไม่ทราบอะไรเลยจริงๆ เพราะมันยังอยู่ในช่วงของการรอบท"
เราจะต้องแจ้งให้น้องโปรดทราบก่อนไหม เพราะเหมือนเขาไม่เคยเห็นเราแสดงละครมาก่อน?
"เขารู้อยู่แล้วนะคะว่าเป้ยเป็นนักแสดง เพราะพี่เลี้ยงจะชอบให้เขาได้ดูมิวสิควีดีโอ หรือดูละครที่เป้ยแสดง รวมถึงเป้ยเองก็จะพยายามอธิบายให้เขาฟังว่า มันคืออาชีพของคุณแม่นะ มันคือการแสดงนะ อะไรประมาณนี้ ซึ่งเป้ยคิดว่าเขาก็โตพอแล้วที่จะรับรู้เรื่องพวกนี้ได้"

งานนี้คุณแม่ทั้งหลายอ่านแล้วระวังกันด้วยนะจ๊ะ