แน็ก ชาลี ติสท์ขั้นสุด ไม่รับงานไม่มีเงิน ต้องขายบ้าน-รถ ซื้อข้าว-เลี้ยงสัตว์

migrator

migrator

13 มกราคม 2564

แน็ก ชาลี ติสท์ขั้นสุด ไม่รับงานไม่มีเงิน ต้องขายบ้าน-รถ ซื้อข้าว-เลี้ยงสัตว์

กลายเป็นหนุ่มฮอตที่สุดในตอนนี้เลยก็ว่าได้ สำหรับ แน็ก ชาลี ไตรรัตน์ หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ แน็ก แฟนฉัน ที่ตั้งแต่เจ้าตัวไปร่วมเชียร์ติดขอบเวที 10 Fight 10 บวกกับไลฟ์สไตล์สุดติสท์ ก็เลยทำให้แฟนๆ ให้ความสนใจหนุ่มแน็กมากขึ้น จนพระเอกหนุ่ม ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ อ้าแขนต้อนรับเข้ากลุ่ม "คนพูดรู้เรื่อง" เลยทีเดียว

ล่าสุด (30 สิงหาคม 2562) หนุ่มแน็ก ได้เปิดใจครั้งแรกหลังจากเป็นกระแสว่า “คิดอยู่ว่านี่ผมไปทำอะไรผิดมาหรือเปล่าเนี่ย พี่ๆ มากันเต็มเลย (หัวเราะ) ยอดฟอลโลว์ก็ไม่ได้ขึ้นมาเยอะมากมาย แค่ขึ้นมาเร็วหน่อยแล้วก็หยุดแค่นั้น จริงๆ ไม่ได้ตกใจที่มีกระแสมาขนาดนี้เพราะรู้ว่ากระแสนี้อีก 3-4 วันเดี๋ยวก็หายไปแล้ว”

ภาพจากอีจัน

แปลกใจไหมที่คนมาเป็นแฟนคลับเราเยอะมาก?
“เอาตรงๆ ก็ดีใจเหมือนกันนะที่ยังมีคนนึกถึงเรา แล้วก็ยังติดตามเราอยู่ คิดว่าทุกอย่างน่าจะได้ เพราะว่าเราไปล่าตัวเงินตัวทอง จับกิ้งก่านี่แหละ”


กลายเป็นคนเอ็นดูในความติสต์ของเรา ความรักสัตว์ของเรา?
“รู้สึกดีใจนะครับ จริงๆ ผมลงอะไรแบบนี้มานานมากแล้ว แต่ไม่รู้ว่ามันไปเกิดอะไรขึ้น สงสัยตั้งแต่โทรศัพท์ตกน้ำแล้วเราพิมพ์หาของรึเปล่า”


ตั้งแต่ตอนที่ไปนั่งดูรายการ 10 fight 10 แล้วเหมือนเหม่อลอยไง?
“วันนั้นผมง่วงมาก แต่นั่นก็คือสนุกจริงๆ แค่ว่าเราดูมวยบ่อยก็เลยไม่ได้ว่าจะต้องลุกไปอะไรอย่างเนี่ย ถามว่าทำไมต้องเขียนแคปชั่นอะไรยาวขนาดนั้น กลัวคนไม่เข้าใจครับ ที่ลงไปล่าสุดก็มีคนบอกว่า ผมเก่งมากเรื่องที่ว่าผมพยายามพิมพ์เยอะให้คนอ่านจนจบหลายรอบ แต่ไม่เข้าใจอยู่ดี ผมเก่งตรงนี้ เวลาพิมพ์แคปชั่นไม่ค่อยนานแต่ส่วนใหญ่จะนานตรงที่ผมต้องเปิดปิดเครื่องดูว่ามีคำผิดไหนบ้าง เพราะจริงๆ ผมเป็นคนที่เขียนอ่านไม่ค่อยเก่งเลย เรียกว่าโง่เลยก็ได้นั่นแหละ (หัวเราะ) แต่ว่าเราก็อยากพิมพ์ให้มันถูกบ้าง”


แล้วกับคอนเทนต์เลี้ยงสัตว์ของเราเอง ยังมีสัตว์อะไรที่อยากเลี้ยงอยู่ไหม?
“เอาเป็นว่าตอนนี้พูดตรงๆ บางทีเราก็เหนื่อยมากกว่า แต่ก่อนเราเลี้ยงเยอะ เลี้ยงหลายอย่างมาก แต่ว่าตอนนี้เราเริ่มแบบทำงานบ้าง อยากจะบอกเรื่องอยู่ที่ว่า เราทำงานไม่ได้เนี่ยเพราะเราต้องเลี้ยงสัตว์ สมมติเราเลี้ยงสัตว์เด็ก 3 ชม. 6 ชม. ต้องคอยให้อาหาร ฉะนั้นเราไม่สามารถออกไปทำงานได้เลย เราก็ต้องดูแลเขาจะให้คนอื่นมาดูแลไม่ได้”


ตัวไหนรักมากที่สุด?
“จริงๆ ผมรักทุกอย่างนะ เพราะว่าเราไม่ได้แบ่งแยกเลย ถามว่าแปลกที่สุดเคยเลี้ยงอะไรมา จริงๆ พวกสัตว์นอกแต่ก่อนก็มีแปลกบ้าง”


แต่ที่คนสงสัยคือหนูบ้านเอามาเลี้ยงทำไม?
“หนูบ้านนี้เรียกว่าเป็นการรักษาดีกว่า เหมือนบ้านเรามีหมาเยอะ บ้านที่ผมอยู่จะไม่ฆ่ามด ไม่ไล่จิ้งจก ไม่ฆ่าหนู และไม่อะไรซักอย่าง แล้วเราเป็นมิตรกับเขาไง เราเลยรู้สึกว่ามันไม่ได้น่ารังเกียจสักตัว ผมเป็นคนที่ว่าถ้าเห็นลูกหนูบ้านกำลังใกล้ตาย เราทนไม่ได้ที่จะปล่อยมันไปก็จะกลับมารักษาทุกตัว พอโตเราก็ปล่อยมาในบ้านนั่นแหละ เซ็ตล่าสุดเลี้ยงจนโตเลยนะ ปล่อยปุ๊บสายไฟขาดทั้งบ้านอ่ะ (หัวเราะ) แต่ว่าเราก็ไม่โกรธเขานะ”

ภาพจากอีจัน


ตอนนี้มีตัวอะไรบ้างที่เลี้ยงอยู่?
“ตอนนี้เหรอ…เลี้ยงตัวเองยังไม่รอดเลย(ยิ้ม)”


แล้วไม่ค่อยรับงานแบบนี้เอาเงินที่ไหนไปเลี้ยงสัตว์?
“ผมก็ขายของโน่นนี่ที่เรามี บ้าน รถก็ขายไปหมด ขายจริงๆ อย่างมอเตอร์ไซค์ก็ขาย บ้านผมก็ขายมาแล้ว ขายมาซื้อข้าวกินนี่แหละครับ ถามว่าแม่รู้มั้ยว่าเราเอาของในบ้านไปขาย รู้ครับเพราะว่าแม่ก็จะคอยเตือนเราตลอด ผมเคยมีมอเตอร์ไซค์เป็นสิบคัน มันก็จะค่อยหายไปทีละคัน เวลาหายแม่ก็รู้แล้วว่ามันไม่มีกินแล้วแหละ”


ทำไมไม่กลับมารับงานให้เยอะขึ้น?
“จริงๆ ผมต้องบอกเลยว่าไม่ได้พูดเวอร์นะ บางทีผมก็มีงานที่เงินเยอะ บางคนคิดว่าผมไม่มีงาน มันมีจริงๆ นะ ยังมีผู้ใหญ่ใจดีที่แบบนึกถึงเราอยู่ตลอด อันนี้ต้องขอบคุณจริงๆ จากใจเลย”


ชี้แจงเรื่องที่ไม่รับงานไม่ให้สัมภาษณ์สื่อหน่อย?
“ผมไม่ได้พูดหลงตัวเองนะครับ สมมติถ้าเราต้องไปนั่งพูดทีละที่ เช้าไปสัมภาษณ์ที่นี่ เสร็จต้องไปตอนเที่ยง บ่ายโมงบ่ายสองแล้วผมต้องพูดเหมือนกันทุกครั้งเลย ผมก็ตัดว่าไม่เอาดีกว่า ไม่ว่ารายการไหนให้เงินผมเยอะมากที่อยากให้ไป หรือพี่บางคนโทร.มาหาผมเลยว่า “ไอ้แน็กอย่าให้เห็นนะว่าไปรับของคนอื่นอ่ะ” ขู่ผมอย่างนี้ (หัวเราะ) พี่มดดำก็คนหนึ่งแล้ว ผมก็ตอบว่าขอโทษครับ ผมก็ขอโทษทุกคนแหละ แต่พี่มดดำตลก แต่เขาพูดอย่างนี้จริงๆ”


ปฏิเสธแบบนี้ไม่เสียดายโอกาสเหรอ?
“โอกาสไม่เสียดาย เสียดายตังค์ (หัวเราะ) แต่ไม่เป็นไร”


แล้วกับพวกพรีเซ็นเตอร์ติดต่อมาไม่รับเหมือนกันเหรอ?
“มีๆ เมื่อวานนี้พรีเซ็นเตอร์อะไรติดต่อเข้ามารู้มั้ย ทั้งที่ผมก็พูดชัดเจนมาก เครื่องสำอาง ผมก็บอกอยู่ว่าผมแพ้จริงจังเลยนะ เขาบอกทำเถอะ ผมก็แบบเขากวนเราหรือเปล่าเนี่ย แต่เขาจริงจังมากเลยเป็นเครื่องสำอางจากเกาหลี อยากให้ลอง ผมก็บอกไปว่าพี่ ผมทำไม่ได้จริงๆ ถ้าผมรับผมเสียหมาเลยนะ(หัวเราะ) ผมก็มาปรึกษาพี่น้องแต่ยังไงก็ไม่รับร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็มานั่งคุยกันว่ามันก็น่าเสียดายตังค์”


อยู่กับสัตว์เยอะไปหรือเปล่าเลยทำให้เราแพ้อะไรง่าย?
“ไม่ใช่ๆ ผมน่ะโดนของที่สกปรกจริงๆ ไม่เป็นไร ดิน น้ำคลอง ขี้สัตว์ พวกนี้ไม่เป็นไร แต่ว่าเครื่องสำอาง ครีมกันแดด อะไรที่เป็นแบบนี้ผมทาไม่ได้ทั้งตัวจริงๆ ผมเริ่มเป็นตั้งแต่อายุ 21 น่าจะเป็นตอนที่ร่างกายเริ่มอ่อนแอ ซึ่งก็ไปหามาทุกหมอแล้ว หมอก็บอกว่าต้องเลี่ยงสิ่งพวกนั้น ผมก็เลี่ยงครับ เลยไม่ทำงานเนี่ยไงล่ะ”


ด้วยความที่เป็นแบบนี้คนก็ยกให้เราเป็นคนติสต์ตัวจริง 2019 ขนาดพี่ซันนี่ยังบอกเลย?
“เรื่องพี่ซันนี่ใช่มั้ย ที่ว่ามีคนบอกว่าอยากให้ไปเจอกันเยอะมาก ผมบอกเลยว่า ถ้าเจอไม่ได้งานหรอก อย่าเจอดีกว่าให้อยู่ห่างๆ กันไว้ (หัวเราะ) ผมยังเคืองใจเขาอีกอย่างหนึ่งเลยนะพี่ซันนี่เนี่ย ตอนผมอายุ 15 ผมก็อยากฝากไปถามเขาแล้วกัน เขาจริงจังมาก เอาต้นไม้ต้นเล็กมาให้ผม แล้วพูดสั้นๆ ว่าเอาไปเลี้ยงให้มันโตนะ ผมก็งงอะไรว้า…แต่ผมก็เอาไปเลี้ยงจนมันโตจริงๆ”

ภาพจากอีจัน

พี่ซันนี่บอกว่าใครที่คิดว่าตัวเองติสต์แล้ว ให้ลองไปเจอ “แน็ก ชาลี” ก่อน?
“จริงๆ ผมว่า…ไม่รู้เหมือนกันนะเรื่องนี้ น่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวที่แบบเราอาจจะไม่อยากทำงานจนแบบมากมาย เราอยากมีตังค์นี่แหละ อย่างผมก็ไปซื้อล็อตเตอรี่เยอะอยู่เหมือนกัน แต่มันไม่ถูก ผมเพิ่งมาซื้อ 2-3 ปีหลัง ลองไปซื้อดูครั้งแรกปรากฏว่ามันเฉียด รางวัลที่หนึ่งหวยชุด 6 ตัวเฉียดไปตัวนึง เฉียดตัวเดียวแบบนั้นติดกันประมาณ 3-4 ครั้ง ผมเลยซื้อมันทั้งปี แต่ไม่ถูกเลย จนแม่ก็มาบอกว่าไปซื้อออมสินมั้ยลูก”


ก่อนหน้านี้เราบอกว่าอยากได้งานพรีเซ็นเตอร์อาหารสัตว์ มีผู้ใหญ่ติดต่อมาบ้างหรือยัง ?
"มีเยอะมากครับ แต่ผมไม่รับ เพราะผมคุยกับเจ้าหนึ่งอยู่เหมือนกัน เป็นเจ้าที่เขาทำด้วยใจจริงๆ อันนี้ผมพูดจริงๆ เลยนะ แล้วผมก็คิดอยู่เหมือนกันว่า ถ้าหากเขายกเลิก ผมก็คงใจหายแน่ๆ เพราะมันมีเยอะมากจริงๆ ที่ติดต่อผมเข้ามา และที่สำคัญเขาต้องการให้ผมไปถ่ายกับไอสกู๊ปปี้ดูด้วย แต่ผมไม่ไปไง เพราะผมไม่เอาเปรียบหมา มันไม่ใช่หมาผม ผมแค่ให้อาหารมัน และก็คุยกับมันเฉยๆ ผมไม่อยากเอามันมาถ่ายเพื่อที่จะเอาเงิน"


งานละครกับงานแสดงมีเข้ามาบ้างหรือเปล่าช่วงนี้ ?
"ช่วงนี้ผมรับไม่ได้จริงๆ ครับ ถึงผมจะอยากเล่น แต่ผมไม่ไหวจริงๆ เพราะมันใช้เวลานาน ก็คือถ้าเมื่อไหร่เห็นผมลงเล่นละคร นั่นก็คือช่วงที่ผมไม่เหลืออะไรแล้ว ไม่เหลือแม้แต่มอเตอร์ไซค์คันจิ๋ว ไม่เหลืออะไรแล้วครับ (หัวเราะ) ส่วนภาพยนตร์ก็มีเยอะเหมือนกัน ซึ่งผมชอบภาพยนตร์มากกว่า จะภาพยนตร์ดีหรือไม่ดีผมเล่นหมดครับ และตอนนี้ก็มีจะถ่ายอยู่บ้างเหมือนกัน แต่เอาจริงๆ ชีวิตผมตอนนี้ผมเครียดเรื่องการทำเพลงมากกว่า เพราะผมอยากปล่อยเพลง"

ภาพจากอีจัน

รายได้หลักของเราตอนนี้มาจากอะไร ?
"ขายของครับ สลับกันไปสลับกันมา"


ตอนนี้หลายคนก็เป็นห่วงเรื่องการเรียนของเราว่าเมื่อไหร่จะเรียนจบ ?
"เรื่องนี้ไม่ต้องเป็นห่วงผมแล้วแหละครับ เพราะมันไม่มีวี่แววหรอก (หัวเราะ) คุณพ่อคุณแม่เขาก็ว่า จนเขาเลิกว่าไปแล้ว เขาทำใจได้แล้ว ช่างมันเถอะครับเรื่องนี้ (หัวเราะ) ไม่เป็นไร ผมไม่เครียดเรื่องนี้ เพราะผมรู้สึกว่าผมได้พยายามไปแล้ว จริงๆ เมื่อก่อนผมก็ได้อธิบายไปแล้วนะครับว่า วันแรกที่ผมเข้าไปเรียนมหาวิทยาลัย ผมยังคิดอยู่เลยว่าช่วงเวลา 4 ปี มันก็แค่แป๊บเดียว ยังไงก็ต้องจบ แต่ผมเรียนไปได้สักประมาณเกือบ 1 ปี วันที่ผมไปสอบครั้งแรก ผมก็เดินออกจากห้องสอบเฉยเลย ผมเดินไปตกปลา อันนี้จริงๆ นะ ผมสาบานได้เลย เรื่องนี้ใครๆ ก็รู้ว่าเรื่องจริง วันนั้นผมไปหาปลามาเลี้ยงที่บ้าน แต่หลังจากนั้นผมก็คิดได้ว่าผมต้องกลับไปเรียน ตอนนั้นผมก็กลับไปเรียนที่รามฯ ไปถามดูได้เลย ผมไปเรียนจริงๆ น่าจะมีคนเห็นอยู่ แต่พอเรียนไปเรียนมา ผมก็รู้สึกว่ามันไม่ได้จริงๆ เพราะกว่าผมจะฝ่าฟัน ชั้นอนุบาล 1 จนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ได้ ไม่ไหวจริงๆ ครับ"


เรื่องความรักล่ะเป็นยังไงบ้างตอนนี้โตเป็นหนุ่มแล้ว ?
"ตอนนี้ ไม่มีครับผม กับคนที่เคยคุยเขาไปดีแล้วครับ เราจบกันด้วยดีมาก"


สเปกผู้หญิงในอุดมคติเราต้องเป็นคนแบบไหน ?
"ผมชอบผู้หญิงแก่ครับ ชอบผู้หญิงอายุเยอะๆ ชอบผู้หญิงที่อายุเยอะแล้วยังดูสวย เพราะเวลามองแล้วผมรู้สึกว่าเขามีเสน่ห์ ส่วนเรื่องการพูดคุย ถามว่าต้องคุยรู้เรื่องไหม เอ่อ…จริงๆ จะเป็นทางผมมากกว่าที่คุยไม่รู้เรื่อง แต่พอถึงเวลาที่ผมเข้าไปจีบจริงๆ บางครั้งเราก็คบกันไม่ได้ เพราะอายุเราห่างกันเยอะเกิน"


พอจะระบุตัวเลขได้ไหมว่าเราชอบประมาณไหนอายุเท่าไหร่ ?
"แก่นะ ก็ชอบคนอายุเยอะนั่นแหละครับ แต่ที่ผ่านมาพอผมมีแฟนจริงๆ ก็จะเป็นแฟนเด็กทุกคน ยิ่งใครที่เป็นคนรักสัตว์นี้ ผมจะชอบมากเป็นพิเศษ ซึ่งคนที่ผมพึ่งจะเลิกไปก็คือคนที่รักสัตว์มากเช่นกัน เขาไม่เคยรังเกียจอะไรเลย น่ารักมาก"


เราปฏิเสธไปกี่งานแล้วสำหรับงานละครที่ติดต่อเข้ามา ?
"เยอะมากครับ ถ้านับรวมกันก็ถึง 50 นะ มันเยอะมากจริงๆ ยิ่งงานรีวิวด้วยแล้วยิ่งมีเยอะมาก แต่ก็มีงานรีวิวงานหนึ่งนะที่ผมอยากทำมากเหมือนกัน ก็คืองานรีวิวหำใหญ่ อันนี้ผมไม่ได้ตลก มันมียาพวกนี้ส่งมาให้ผมเยอะมาก"

ภาพจากอีจัน

ส่งมาให้เราลองกินเหรอ ?
"ยังไม่ส่ง เขายังไม่ส่ง แค่จะส่งมาให้ผมเฉยๆ ซึ่งผมก็เอาเรื่องนี้ไปปรึกษาเพื่อนๆ นะว่า มันเป็นเรื่องตลกหรือเปล่า แต่ด้วยความที่ผมไม่รับงานอะไรทำนองนี้อยู่แล้วไง ผมก็เลยตัดสินใจว่าไม่เอาดีกว่า ถึงแม้มันจะเป็นเรื่องจริงเรื่องหำผม แต่เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่ายามันดีจริงหรือยามันไม่ดี ผมไม่กลัวเลยครับเรื่องโป๊ ผมกลัวเรื่องคุณภาพมากกว่า โชว์หำไปเลยครับ"


เราเอาความมั่นใจเรื่องความแข็งแรงของน้องชายเรามาจากไหน ?
"ก็จากวันที่ผมตกบันไดมีครับ มันช่วยพยุงตัวผมจริงๆ เพราะวันนั้นมือผมยังไม่ถึงพื้นเลย แต่ผมรู้สึกว่ามันมีอะไรถึงก่อน เป็นคนอื่นตายไปแล้วครับ แต่ของผมมันพยุงเอาไว้จริงๆ"


แสดงว่าเรามั่นใจมากว่ามันแข็งแรง ?
"ใช่ครับ ผมตกบันไดแล้วผมดูทันทีเลยว่าใช่แน่นอน วันนั้นผมลุกเดินต่อได้ทันที อันนี้ไม่ได้ตลกนะ ผมจริงจัง ส่วนเรื่องยาหำใหญ่มีติดต่อมาเยอะมาก แต่ผมรับไม่ได้ครับ พวกยากินผมไม่รับครับ"

ภาพจากอีจัน