ดีเจแมน เปิดใจหลังหย่า ใบเตย ลั่นถึงใคร อย่าล้ำเส้น โดยเฉพาะเรื่องลูก!
โอปอ อีจันบันเทิง
31 มีนาคม 2569

กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นร้อนในวงการบันเทิง หลังจากนักร้องสาว ใบเตย ออกมาให้สัมภาษณ์ยอมรับว่า ได้ ยุติความสัมพันธ์ กับ ดีเจแมน เหลือเพียงสถานะพ่อและแม่ของลูก


ล่าสุด ดีเจแมน ก็ได้ออกมาเปิดใจครั้งแรก ผ่านรายการ คุยแซ่บ Show พูดชัดทุกประเด็น ทั้งสาเหตุการหย่าร้าง และดราม่าค่าเทอมลูกที่ถูกพาดพิง พร้อมฝากข้อความแรงถึงใครบางคนแบบตรงๆ!
โดย ดีเจแมน ได้ให้สัมภาษณ์กับพิธีกร ทั้งสองคนไว้ว่า…
เรื่องที่ใบเตยให้สัมภาษณ์ว่าได้หย่ากันแล้ว?
ดีเจแมน : “ จริงครับ แต่เริ่มต้นมานานแล้ว ผมเล่าเป็นรายการแรกเลยแล้วกัน เหตุผลที่หย่าตอนนั้น คือตั้งแต่เราโดนแจ้งข้อกล่าวหา มันก็เหมือนตกนรกทั้งเป็นแล้ว เพราะว่าตอนนั้นเราไม่เคยรู้เรื่องคดี ไม่เคยรู้เรื่องอะไรเลย ตั้งแต่ไปเป็นฐานะพยาน ครอบครัวก็เริ่มมีการเครียด เริ่มมีคนเข้ามา ทั้งดีและไม่ดี อย่างที่พูดไปในหลายๆรายการ มีทั้งคนมาตบทรัพย์เรา มันเยอะแยะไปหมด มันทำให้เราเลยรู้สึกว่า เครียด และเราทะเลาะกัน สิ่งหนึ่งที่พ่อของลูก หรือสุภาพบุรุษอะไรก็ไม่รู้ตอนนั้นที่ควรทำได้ ก็คือเวลาที่เราทะเลาะกันมากๆ ตอนนั้นผมคิดในใจเสมอว่า
อะไรเกิดขึ้น เพราะว่าผมรู้จักคนนั้นก่อนใบเตย โดยเราไม่รู้ว่า 7 ปีที่แล้ว เขาไม่ได้เป็นคนผิด จนมาวันที่เขาเป็นคนผิด สิ่งที่ผมคิดได้อย่างเดียว คือจะต้องไม่มีอะไรถึงลูกเมียผม นี่คือความคิดของคนธรรมดา ผมเลยบอก โอเค แม่เลิกร้องไห้เลิกทุกข์ได้แล้ว เอาแบบนี้ก่อน เราก็ทะเลาะกันด้วย เราไปหย่ากัน ผมคิดได้แค่นี้ ณ ตอนนั้น


พี่พุฒิ : แค่หย่าเฉยๆตอนนั้น แต่ถ้าในความสัมพันธ์ ก็คือ?
ดีเจแมน : “ ถ้าผมว่า ความรักมันมากกว่าการที่จะมาเสน่หา มันรับผิดชอบว่า ต้องไม่มีอะไรถึงลูกเมียผม ผมคิดได้แค่นั้นตอนนั้น แต่ผมไม่รู้ว่า ความจริงเราบริสุทธิ์ หรือเราไม่ได้ทำอะไรอย่างที่เขากล่าวหา คิดได้แค่นั้นว่า ภรรยาต้องออกไปเลี้ยงลูกและต้องไม่มีอะไรไปรบกวนเขาทั้งนั้น เพราะว่า ทั้งหมดทั้งมวลใบเตยเขาเป็นคนขยัน และเป็นคนเก่ง เงินทรัพย์สินทั้งหมดเราหามาได้ด้วยเงินบริสุทธิ์ เราก็กลัวว่า จะมีกระบวนการมารังแกหรือเปล่า อันนี้เล่าแบบตรงๆ ”
พี่ธัญญ่า : แสดงว่าการหย่าไม่ได้เกิดจากการ ยุติความสัมพันธ์?
ดีเจแมน : “ มันก็มีครับ ทุกคืนเราทะเลาะกันในห้องหนักมาก ทั้งเราจะเลือกทนายคนนี้ เขาจะเลือกทนายคนนี้ คุณพ่อคุณแม่เขา คุณพ่อคุณแม่เรา ต่างฝ่ายต่างเครียด คือมันแตกสลาย มันแย่มาก ตั้งแต่ก่อนเข้าไป มันแย่จนไม่รู้จะอธิบายยังไง มันจะมีแต่เสียงดัง มันมีการทะเลาะ มันมีเอกสาร มันเป็นที่เดิมๆ ที่เราอยู่ตรงนั้นแล้วเราไม่มีความสุข เราเลยคิดว่ าอันนี้อาจเป็นทางที่ดีที่สุด แต่ผมคิดนะครับว่า ถึงไม่เจอเรื่องเลวร้ายอะไร ก็ต้องมีการแยกทางกันไปหรือเปล่า ในวินาทีนั้น ”
พี่พุฒิ : ปัจจุบัน ณ ตอนนี้ ก็คือจบความสัมพันธ์กันแล้วจริงๆ เหลือไว้แค่ความเป็นพ่อแม่ของลูก

ดีเจแมน :
“ ถูกต้อง คือตามกฎหมายจบไปนานแล้ว เราก็ไม่รู้อีก วันนั้นยกฟ้อง มันก็มีหลายความคิด เราจะได้กลับมามั้ย
แต่พี่คิดในใจตลอดว่า เรามีความถูกต้อง ศาลท่านต้องให้ความยุติธรรม และท่านก็ให้ความยุติธรรมจริงๆ เราไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับข้อกล่าวหาทั้งหมด เพราะฉะนั้นก็น่าเห็นใจใบเตย ที่ได้ประกันออกมาก่อนและอยู่คนเดียว เหมือนอยู่เฉยๆ ได้ผมกลับมาอีกครั้งหนึ่งทำยังไงดี เราไม่ได้เจอกันปี 7 เดือน เขาก็น่ารักมากๆ นะครับ ก็เหมือนกับว่าเราได้ทำหน้าที่พ่อกับแม่
ผมก็ไม่รู้ใจของผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งหรอกว่า คิดอะไรบ้าง แต่ว่าผมออกมาแล้ว เขาก็มีความสุขตรงที่ลูกได้เจอพ่อ แล้วผมคิดเองนะ ว่าลองอีกสักครั้ง หนึ่งไหนๆ ก็เป็นของขวัญที่ดีที่สุดแล้ว วันคริสต์มาสผมได้กลับมาเจอลูก ก็เหมือนจะเป็นครอบครัวกันอีกครั้งหนึ่ง

พี่พุฒิ : มันมีประเด็นเรื่องค่าเทอมลูกของตัวเอง ซึ่งพี่แมนบอกว่า เรื่องค่าเทอมพี่แมนออกเองทุกเดือน
ดีเจแมน : “ พุฒิดูทรงเราพูดจริงหรือพูดเล่น ลูกพี่เนี่ย ตั้งแต่พี่ไม่ออกมา พี่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับอดีตภรรยาบ้าง แต่ตั้งแต่พี่ออกมา และที่ทราบทั้งหมดแล้ว เทอมแรก น้องสาวพี่ที่อยู่อเมริกา ช่วยกับน้องลุกซ์ ช่วยกันหาเงิน
นอกนั้นก็เป็นหน้าที่พี่ทั้งหมด มีสเตทเมนต์โรงเรียนพี่เป็นคนจ่ายเองทั้งหมด
ช่วงแรกที่อาจแย่หน่อย เพราะใบเตยออกมา เรื่องค่าใช้จ่ายน่าจะเยอะ แต่ตอนนั้นผมอยู่ข้างใน ผมยังไม่รู้ แต่ว่าตั้งแต่เทอมแรก ครอบครัวผม กับครอบครัวใบเตยช่วยกันแน่นอน นอกนั้นก็เป็นหน้าที่ของผมหมด ”
พี่พุฒิ : คือผมได้ดูข่าวนี้เหมือนกันที่เกี่ยวกับค่าเทอม ที่มีเขาบอกว่า อาจจะมีการโยงพาดพิงถึง พี่อยากบอกอะไรเขามั้ย?
ดีเจแมน : “ เรื่องที่เราคุยกันวันไกล่เกลี่ย เขาก็รู้อยู่แก่ใจว่า พูดอะไรกัน
และมันควรจะจบตั้งแต่ตรงนั้น เพราะว่าศาลไกล่เกลี่ยบอกว่าให้จบตรงนี้ ก็ไม่รู้เหตุผลเหมือนกันว่า ออกมาพูดเพื่ออะไร ผมว่าไม่พูดจะดีกว่า ให้มันจบไป
หรือว่าคุณอยากมาช่วยเหลือน้องที่คุณรัก ก็ไม่จำเป็นต้องออกมาพูดออกสื่อ
มันดูไม่ดีหรอก อีกอย่างที่ผมรู้สึกว่า เดี๋ยวสื่อเขาจะไปโยงนั่นนี่ อย่าล้ำเส้น โดยเฉพาะเรื่องลูกสาวผม ผมเตือนไว้แค่นี้ อย่าล้ำเส้น ”

