“ส้มเช้ง สามช่า” เปิดใจทั้งน้ำตา สูญเงิน 16 ล้าน ธุรกิจเจ๊ง-ถูกโกง ประกาศรับงานรีวิว

“ส้มเช้ง สามช่า” เปิดใจทั้งน้ำตา สูญเงินกว่า 16 ล้านบาท จากธุรกิจที่ไม่เป็นอย่างหวัง ทั้งร้านก๋วยเตี๋ยว ขาดทุนหนัก และอีกหนึ่งบทเรียนธุรกิจ ผิดที่ “เชื่อใจคนมากเกินไป” พร้อมประกาศรับงานรีวิว

(วันนี้ 18 พ.ค. 69) ทำเอาหลายคนส่งกำลังใจ เมื่อ ส้มเช้ง สามช่า” เปิดใจในรายการ คุยแซ่บShow” ถึงมรสุมชีวิต หลังสูญเงินจากการทำธุรกิจรวมกว่า 16 ล้านบาท ทั้งจากธุรกิจที่ขาดทุน และการเชื่อใจคนผิด จนถูกโกง

ส้มเช้ง เล่าว่า ลูกจะบอกเสมอว่าให้ใช้ชีวิตสบายๆ หาเวลาเที่ยวและหาความสุขให้ตัวเองบ้าง แต่ด้วยความเป็นคนขยัน มองเห็นช่องทางการทำมาหากินอยู่เสมอ จึงอยากนำเงินเก็บไปต่อยอดทำธุรกิจ หวังให้เงินงอกเงย

 “พี่เป็นคนขยันคนนึง เห็นช่องทางการทำมาหากิน มันก็น่าจะได้เงิน เงินจะงอกเงยขึ้นมา พี่ก็จะมีเงินอยู่ก้อนนึง ก็เลยมาลงทุน แต่พอลงตัวนี้ไปมันไม่ได้เป็นอย่างที่เราหวัง มันก็ขาดทุน” ส้มเช้ง พูดในรายการ คุยแซ่บShow”  

จากธุรกิจหนึ่ง สู่การลงทุนอีกโปรเจกต์ แต่สุดท้ายกลับไม่เป็นไปตามคาด จนเงินค่อย ๆ หายไป โดยเฉพาะธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยว และอีกหนึ่งธุรกิจที่เจ้าตัวยอมรับว่า “ไว้ใจคนมากเกินไป”

สำหรับร้านก๋วยเตี๋ยวที่เคยได้รับกระแสตอบรับดี มีเมนูไส้ทอดเป็นซิกเนเจอร์ ยอดขายเคยดีมาก แต่สุดท้ายกลับต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ทั้งขนาดร้านและพนักงาน จนเข้าเนื้อต่อเนื่องติดต่อกันนาน 3 เดือน

“ร้านก๋วยเตี๋ยวขาดทุนมากกว่าสามเดือน เข้าเนื้อตลอด ตัวเลขหกหลัก”

ส้มเช้ง ยอมรับว่า ตอนนั้นมองโลกในแง่ดี คิดว่าเศรษฐกิจไม่ดี ร้านใหญ่เกินไป และแบกภาระมากเกินกำลัง แต่เมื่ออีกธุรกิจสะดุด ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเดือนละหลายแสนบาท ก็กลายเป็นเหมือนโดมิโนพังลงต่อเนื่อง

โดยตัวเลขความเสียหายรวมจากธุรกิจที่ไม่ประสบความสำเร็จ อยู่ที่ประมาณ 16 ล้านบาท

“ผิดพลาดในธุรกิจหนึ่ง เป็นการเชื่อใจคนมากเกินไป โดนโกง”

ช่วงที่หนักที่สุด แม้ไม่ค่อยแสดงออกให้ใครเห็น แต่เจ้าตัวยอมรับว่าเครียดหนัก ถึงขั้นโทรไปร้องไห้กับลูกสาว จนวันหนึ่งลูกสาวทั้งสองคนรู้เรื่อง และรีบมาหาแม่

ด้าน คิม” ลูกสาวคนเล็ก เผยว่า ก่อนหน้านี้แทบไม่รู้เรื่องความเครียดของแม่ เพราะแม่มักเล่าให้พี่สาวคนโต “หยก” ฟังมากกว่า

คิม พูดทั้งน้ำตาคลอ…

“ถ้าหนูรู้ หนูจะใช้ชีวิตระวังกว่านี้ ไม่ใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายขนาดนี้ กลายเป็นจริง ๆ แล้วแม่กับพี่หยกเครียดกันอยู่ แต่หนูมีความสุขทุกวัน”

ขณะที่ “หยก” ลูกสาวคนโต ซึ่งเคยมีภาวะซึมเศร้า ถึงขั้นร้องไห้และพูดกับแม่ด้วยความเป็นห่วงว่า

“แม่รู้มั้ย ทุกครั้งที่แม่โทรไปแล้วเสียงแม่เหนื่อยมาก หนูไม่มีความสุขเลย หนูอยากได้ยินเสียงหัวเราะของแม่”

คำพูดของลูก ทำให้ส้มเช้งรู้สึกผิดอย่างมาก

“พี่รู้สึกผิดมากที่ทำให้ลูกเสียใจร้องไห้ พี่ก็กอดเขาแล้วบอกว่า แม่ขอโทษ”

แม้วันนี้เงินเก็บจากการทำธุรกิจจะ “ละลายหมด” แต่ส้มเช้งยืนยันว่าไม่อยากเริ่มต้นใหม่ด้วยเงินของลูก จึงตัดสินใจประกาศรับงานรีวิว ไลฟ์สด และงานต่างๆ เพื่อหาทุนด้วยตัวเอง

“ส้มตกงานนะคะ มาขอรีวิว ถ้าหากเห็นศักยภาพของส้ม ติดต่อมาได้”

เจ้าตัวยังเผยอีกว่า อยากกลับมาทำธุรกิจร้านอาหารในรูปแบบเล็กลง อาจเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวราคาชามละ 55 บาท แต่ยังอยู่ระหว่างวางแผน

พร้อมยืนยันชัด แม้หลายคนจะถามว่าทำไมไม่ขอความช่วยเหลือจาก “เท่ง เถิดเทิง ด้านเจ้าตัวบอกว่า…

“เท่งอยู่บริษัทดัง เป็นเท่ง เถิดเทิง พี่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ลูกสองคน อยู่บ้านเช่า หาเช้ากินค่ำทำกับข้าวขาวหุงข้าวขาย พี่ลำบากมากแต่พี่ไม่เคยขอเท่งแม้แต่บาทเดียว พี่คิดว่าถ้าพี่จะทำพี่จะทำด้วยตัวเอง มันจะมีความภาคภูมิใจมากกว่า”