เอส กันตพงษ์ เล่านาทีทำพินัยกรรม พร้อมยกทุกอย่างให้ภรรยา
อีจัน บันเทิง
3 กันยายน 2567

เรียกว่าผ่านวินาทีชีวิตมาได้นะคะ สำหรับพระเอกหนุ่ม เอส กันตพงศ์ หลังเกิดอาการวูบหมดสติเมื่อที่ผ่านมา ซึ่งแพทย์ก้ได้ตรวจสอบพบว่า กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเฉียบพลันขั้นรุนแรง ทำให้หยุดหายใจไปนานถึง 40 นาที และก็ต้องรักษาตัวมาอย่างยาวนาน

ล่าสุดหนุ่มเอสก็ได้มาเปิดใจ กับสื่อมวลชน ถึงเรื่องทำพินัยกรรม ที่ได้ทำไว้ก่อนที่จะมีการเข้ารับการผ่าตัด ใส่เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติว่า

“ผมทำตั้งแต่อยู่โรงพยาบาลเลยครับ ก่อนที่จะผ่าตัด ก็ให้คุณแม่เรียกทนายเลยว่ามาทำพินัยกรรม เพราะผมไม่รู้ว่าเครื่องนี้จะอันตรายขนาดไหน และต่อให้ใส่เครื่องนี้ไปก็ไม่รู้ว่าผมจะรอดหรือเปล่า ก็เลยเรียกทนายมาและเซ็นพินัยกรรมเลย คือตอนนั้นเริ่มกลับมารู้ว่าตัวเองไม่ดี เหมือนผมเป็นเด็กเกิดใหม่ ซึ่งผมก็ยังไม่รู้ตัว จนมาเห็นคลิปวันเกิดเหตุ และเพิ่งเห็นคลิปตัวเองตอนอยู่โรงพยาบาลว่าผมใช้ชีวิตเหมือนเด็กที่เพิ่งเกิดเลย พูดไม่ได้สักคำ ทุกคนก็จะเข้าใจว่าผมพูดภาษาอังกฤษก่อน แต่จริงๆ แล้วผมพูดภาษาอะไรไม่ได้เลย 6-7 วันมั้งครับถึงจะมาพูดได้ และพูดภาษาอังกฤษก่อน”

“พอเริ่มพูดได้ก็จะไปทำงานอย่างเดียวเลย แต่แปรงฟันไม่เป็น อาบน้ำไม่เป็น แต่งตัวไม่เป็น เอายาสระผมไปอาบน้ำ เอาที่อาบน้ำมาสระผม คือใช้สลับหมดเลย โดยที่ตัวเองเข้าใจว่าถูก และไปโวยกับญาติ ผมก็เพิ่งมานั่งสำรวจกับตัวเองว่าสมองมันพัง คุณหมอก็ยังงงว่าผมกลับมาแบบนี้ได้ยังไง แต่ยังไม่ได้กลับไปดูคลิปเลยครับว่าให้อะไรบ้าง แต่เรื่องพินัยกรรมจำได้ว่ามอบให้กับภรรยาทั้งหมดเลย แต่ความยากคือผมจำไม่ได้ว่าทรัพย์สินมีอะไรบ้าง แต่ก็มีให้คุณแม่เป็นพยานร่วมด้วย ถามว่าตอนนี้กลับมาเกือบ 100% แล้ว พินัยกรรมเป็นอะไรที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาครับ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไร”

แล้วล่าสุดนาฬิกาผมก็เพิ่งหาย นี่คือเป็นนิสัยเสียที่พยายามจะปรับตัวเองแล้ว เพราะรู้สึกว่าต้องปรับปรุง เพราะเป็นคนห่วงเรื่องความปลอดภัยค่อนข้างสูง ผมก็จะแยกสีของใช้ แม้กระทั่งเสื้อสูท รองเท้า ผมก็แบ่งตามสี แบ่งตามประเภท ตามราคา ผมเอาว่าอาจจะไม่ได้อยู่ที่บ้านด้วยซ้ำ อาจจะอยู่ในบ้านหลังอื่นของครอบครัว อันนี้เดาเอาเองนะ เพราะมันมีบางอันที่ผมไปเจอที่บ้านหลังอื่น ก็ยังคิดว่าไปเก็บไว้ที่นั่นทำไม รหัสทุกอัน จำไม่ได้ ผมตั้งไม่เหมือนกันเลยสักอัน อันนี้คือนิสัยเสียที่ผมรีบแก้เลย ถ้ากลับมาเป็นอีกแล้ว”


เรียกได้ว่าตอนนี้ ก็ยังอยู่ในช่วงที่ต้องปรับตัว อะไรอีกหลายๆอย่างค่ะ แอดก็ขอเป็นกำลังใจให้ หนุ่มเอส กลับมามีสุขภาพและร่างกายที่แข็งแรงร้อยเปอร์เซนต์เลยนะคะ