จุดเริ่มต้นของ น้องหลิน ท่าขอนยาง – พี่เบนซ์ ความรักจากคนแปลกหน้า

จุดเริ่มต้นของ น้องหลิน ท่าขอนยาง – พี่เบนซ์ จากคนแปลกหน้า สู่ความผูกพันที่มากกว่าการทำแค่คอนเทนต์

จากเด็กผู้หญิงผมสั้นมอมแมม ที่เคยนั่งเล่นคนเดียว พูดคนเดียวอยู่ข้างสนามกีฬา วันนี้ น้องหลิน ท่าขอนยาง กลายเป็นรอยยิ้ม และความสุขของใครหลายคน

จุดเริ่มต้นของความผูกพันนี้ ไม่ได้เกิดจากคำว่าครอบครัว แต่เกิดจากคำว่าความเอ็นดูล้วน ๆ พี่เบนซ์ เล่าผ่านรายการ โต๊หนูแหม่ม ว่าตอนแรกแค่สงสาร เห็นน้องอยู่คนเดียว เลยเข้าไปคุย ซื้อขนมให้บ้าง ชวนกินข้าวบ้าง ก่อนที่วันหนึ่ง น้องหลิน จะหอบเสื้อผ้าเดินมาบอกว่า “หนูจะไปอยู่กับพี่เบนซ์” ตั้งแต่นั้นมา ชีวิตของทั้งคู่ก็เหมือนเติบโตไปด้วยกัน

รู้จักกับ น้องหลิน ได้ยังไง?
พี่เบนซ์ : “ไม่ใช่ญาติไม่ใช่พี่น้องอะไรกันเลยครับ คือ เบนซ์ ไปเรียนอยู่มหาวิทยาลัยสารคาม แล้วบ้านน้องก็อยู่ชุมชนบริเวณนั้น เราได้มีโอกาสไปเล่นกีฬาตรงชุมชนที่น้องอยู่ ก็เลยได้เจอกัน เจอตั้งแต่สมัยเค้าอายุ 11-12 ขวบ แล้ว เบนซ์ เรียนไปดรอปไปมันก็เลยยืดเยื้อนาน ก็เจอกันมาเรื่อยๆ หลายปีครับ จนปัจจุบันอายุ 19”

เจอ น้องหลิน ครั้งแรก น้องเป็นยังไง?
พี่เบนซ์ : “ตอนแรกที่เจอน้อง น้องผมสั้นมอมแมม เล่นคนเดียว อยู่คนเดียว เดินไปเดินมา”

แล้วทำไมถึงตัดสินใจเข้าไปคุยกับ น้องหลิน?
พี่เบนซ์ : “เพราะความสงสารครับ จึงอยากเข้าไปคุย เห็นเค้าอยู่แบบนั้นเราก็สงสาร ก็เลยเข้าไปคุยด้วย บางครั้งก็ให้ตังค์ไปซื้อขนมบ้าง หรือไม่ก็ซื้อขนมมาฝากเค้าบ้างครับ แรกๆ ก็อยู่แบบนี้เรื่อยๆ ครับ ผมมาเจอน้องวันเว้นวัน นานๆ เจอทีบ้าง เพราะว่าเบนซ์ไม่ได้ไปเล่นกีฬาทุกวัน จนวันหนึ่งเบนซ์มีโอกาสได้ไปเล่นกีฬา ก็เจอเค้านั่งอยู่แบบเดิม นั่งพิงเสาคุยคนเดียว แล้วทีนี้ก็มีรถมาขายโรตี เบนซ์ก็เลยสงสาร ก็เลยถามว่าอยากกินไหม เค้าก็บอกว่าอยากกินค่ะ เบนซ์ก็เลยสั่งให้ ก็จ่ายตังค์ให้ แล้วเบนซ์ก็ไปเล่นกีฬา เล่นเสร็จก็เห็นเค้าแสดงละครในจินตนาการของเค้า เพลิงพระนาง ก็เลยได้ถ่ายคลิปลงโซเชียล ก็กลายเป็นไวรัลครับ คนเริ่มรู้จัก แล้วก็มี FC มาคอมเมนต์ขอดูตอนต่อไปได้ไหมเรื่อยๆ ก็เริ่มมี FC รู้จักเขามากขึ้น หลายๆ คนก็สงสารครับ เริ่มส่งของมาให้ โอนตังค์มาให้ อย่างเช่น พี่ตุ๊กกี้ ก็เป็นอีกคนหนึ่ง”

ปกติน้องอยู่กับใคร?
พี่เบนซ์ : “น้องมีพ่ออยู่ครับ หลักๆ เค้าอยู่กับพ่อครับ”

แล้วมาอยู่กับเบนซ์ได้อย่างไร?
พี่เบนซ์ : “แรกๆ เลย ไม่ได้รับมาอยู่ด้วยนะครับ ก็ไปรับไปส่งปกติ แต่ว่าเขาหนีตามมา เขาไปหอบเสื้อผ้ามาเลยครับ คือก่อนหน้านั้นเบนซ์ไปเล่นกีฬาปกติ แล้วก็จะทำกับข้าวกินกันกับน้องๆ ที่เช่าบ้านอยู่ด้วยกัน ก็เลยอยากชวนเค้าไปกินด้วย เลยบอกว่าเดี๋ยวพี่เบนซ์พาขับมอไซค์ไปขออนุญาตพ่อแล้วกัน เผื่อพ่อตามหา เผื่อมันดึก กินข้าวเสร็จก็ยังไม่กลับ เค้าก็นอนเล่นนั่งเล่นอะไรไปปกติ มันก็ดึก เค้าก็ไม่อยากกลับ ก็เลยโอเค วันนี้นอนนี่แล้วกัน เพราะเมื่อกี้เค้าบอกพ่อแล้ว เค้าคงรู้แล้วว่าอยู่ไหน แล้วพอวันต่อมาไปสนามกีฬาเหมือนเดิม เค้าบอกว่าพี่เบนซ์เดี๋ยวหนูมานะ ไปบ้านก่อน เบนซ์ก็คิดว่ากลับไปเล่นหาพ่อแหละมั้ง แป๊บนึงหอบหิ้วเสื้อผ้ามาเลยครับ หิ้วถุงยางมาด้วย บอกว่าหนูจะไปอยู่กับพี่เบนซ์นะ แล้วก็ไปเลย”

ตอนนั้นเบนซ์ตกใจไหม?
พี่เบนซ์ : “ก็ตกใจ แต่ว่าเบนซ์ก็ดีใจครับ เพราะเค้าจะได้อยู่ในการดูแลของเราตลอด เพราะว่าก่อนที่จะมาอยู่ด้วยจริงจัง ดึกๆ บางวันเบนซ์ออกไปข้างนอก ไปธุระ ก็จะเห็นเขาเดินตามข้างถนน 4-5 ทุ่ม เบนซ์ก็ไล่กลับบ้าน ก็เป็นห่วง”

หลังจากนั้นก็เริ่มรับงานรีวิว?
พี่เบนซ์ : “แรกๆ ก็มีงานเข้ามาประปราย เป็นรีวิวทั่วไป แต่ว่าบังเอิญมีแบรนด์หนึ่งจ้างเขาขายสบู่ล้างหน้า แล้วคือหลินเวลาเค้ารู้สึกแบบไหนเค้าจะพูดออกมาเลย สมมุติว่าเค้าล้างหน้าแล้วแสบตา เค้าก็จะบอกว่าแสบ ไม่มีเกรงใจ คนก็เลยชอบ ก็เลยตัดคลิปไปลง มันก็เลยดังจากนั้น แล้วมันก็มีงานติดต่อมาเรื่อยๆ ครับ”

พี่เบนซ์ คอยสอนทุกอย่าง ตั้งแต่เรื่องความสะอาด การใช้ชีวิต การทำงาน ไปจนถึงดูแลเรื่องสุขภาพ และการเงิน ส่วนน้องหลิน ก็เติมเสียงหัวเราะ ความจริงใจ และพลังบวกให้กับทุกคนรอบตัว

ต้องปรับอะไรในตัวเขาบ้าง?
พี่เบนซ์ : “หลักๆ ที่ปรับเลย คือเรื่องความสะอาดครับ ให้เค้าอาบน้ำเช้าเย็น แล้วก็คอยดูด้วยว่าเค้าอาบสะอาดทุกส่วนหรือยัง”

เค้าดื้อไหม?
พี่เบนซ์ : “ถ้าดื้อก็ขึงตาใส่ (หัวเราะ) จริงๆ เค้าก็เป็นเด็กดีแหละครับ ก็มีซนบ้างตามวัย แต่ไม่ได้กลัวเบนซ์หรอก เค้าจะเกรงใจมากกว่า เด็กแบบนี้ บางครั้งสอนไปแป๊บเดียวก็ลืม หรือบางเรื่องก็จำได้ตลอด แต่ถ้าเรื่องไหนเค้าลืมก็ค่อยบอกตลอด บอกบ่อยๆ ก็ได้ครับ”

พัฒนาการของเขาตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง?
พี่เบนซ์ : “ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ เห็นพัฒนาการของเค้าเยอะมากๆ เลยครับ ทั้งเรื่องความจำ เรื่องการทำงาน เค้าคล่องแคล่วกว่าเดิมเยอะมากๆ เลยครับ”

แล้วกับคุณพ่อเป็นยังไงบ้าง?
พี่เบนซ์ : “จริงๆ ส่วนมากติดต่อพ่อเค้าไม่ค่อยได้ เพราะว่าแกต้องไปหาปูหาปลา ต้องลุ้นเอาว่าแกจะกลับมาเจอหลินอยู่สนามไหม ถ้าเกิดเจอแกก็จะมีของติดไม้ติดมือมาให้ เรารับรู้ได้เลยว่ายังไงก็มีความห่วงใยมากๆ มันไม่ได้เป็นของที่แกไปซื้อมานะครับ บางวันก็เป็นแค่ปลาแห้ง ปลาช่อนตากแดด คิดถึงลูกสาวก็เลยเอามาฝาก”

บริหารเรื่องเงินอย่างไร?
พี่เบนซ์ : “เบนซ์จะเป็นคนบริหารรายได้ให้น้อง ก็แบ่งเก็บ แบ่งใช้ เป็นค่าใช้จ่าย แล้วก็แบ่งไว้ให้เขาต่างหาก ให้คุณพ่อทุกเดือน ตัวน้องหลินเค้าใช้ตังไม่เป็นครับ แต่ก็มีขออะไรเล็กๆ น้อยๆ เค้าอยากพกตังค์เล็กๆ น้อยๆ 100-200 บาท แอบไปซื้อขนมรับหลังเรา”

โรคเบาหวาน ของน้องเป็นยังไงบ้าง?
พี่เบนซ์ : “เบาหวานดีขึ้น แต่ก่อนเค้าจะให้ฉีดด้วยแล้วก็ให้กินด้วย แต่ตอนนี้หมอบอกว่าตัดยาฉีดออกให้กินอย่างเดียวครับ”

แม้จะเคยโดนดราม่าว่า “เอาน้องมาหากิน” แต่ พี่เบนซ์ ตอบตรง ๆ แบบไม่ปิดบังว่า “ใช่ครับ เราต้องหาเงิน” แต่เงินที่ได้ก็คือเอามาดูแลน้อง ดูแลครอบครัว เติบโตไปด้วยกัน และจะไม่มีวันทิ้งน้องแน่นอน

โดนดราม่า เอาน้องมาหากิน?
พี่เบนซ์ : “แรกๆ ก็เถียงกลับครับ แล้วก็เสียใจมากด้วย ที่หลายๆ คนมองในทางที่แย่แบบนั้น จริงๆ ก็มีคำพูดว่าเอาน้องมาหาเงินหรือเปล่า คือตอบตรงๆ เลยว่าใช่ครับ ก็ต้องหาเงินครับ เพราะว่าต้องใช้เงินใช้จ่าย แต่ว่าหาเงินในที่นี้คือหามาได้แล้วเราเอาไปใช้ยังไง คือเอามาเลี้ยงน้อง ให้น้องจุนเจือครอบครัว แล้วเบนซ์เองก็มีทีมงาน มีครอบครัวให้ต้องจุนเจือ อยากให้มองเป็นพึ่งพาอาศัยซึ่งกัน และกันมากกว่า มีผลประโยชน์ร่วมกัน แต่ในฐานะที่เราอยู่ด้วยกัน คือเราอยู่ด้วยกันด้วยความจริงใจ ความรักจริงๆ ครับ ไม่ใช่แค่ฉาบฉวยแล้วก็ไป เบนเชื่อว่าถ้าเกิดเราไม่ได้รู้สึกรักผูกพัน หรือว่าหวังดีต่อกันจริงๆ มันจะไม่เกิดภาพแบบนี้ออกมาให้หลายคนได้เห็นครับ”

จะดูแลเขาไปอีกนานแค่ไหน?
พี่เบนซ์ : “ในใจเบนซ์คือไม่มีกำหนดเลยครับ ก็ต้องเติบโตขึ้นไปด้วยกัน สมมุติว่างานในวงการมันน้อยลง หรือวันข้างหน้าไม่มีแล้ว ก็ต้องหาธุรกิจ หรือว่าหาอะไรทำ ที่มันสามารถต่อยอด หรือว่ายั่งยืนกับเราได้ เพราะว่าก่อนหน้านี้ ก่อนที่จะมีชื่อเสียง เบนซ์ก็ขายข้าวออนไลน์ เลี้ยงน้องซึ่งกัน และกัน”

วางแผนอนาคตยังไง?
พี่เบนซ์ : “ยังไงก็ต้องเติบโตขึ้นกว่านี้ให้ได้ครับ วางแผนไว้ในหัวเยอะแยะเต็มไปหมดเลย จะทำคอนเทนท์ช่องทางนั้นช่องทางนี้ เกี่ยวกับนั่นเกี่ยวกับนี่ เยอะขึ้นเรื่อยๆ ครับ เพื่อให้เราไปได้ไกลที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ ถ้าไม่มีงานก็ไม่ทิ้งเค้าครับ”

และประโยคที่ทำเอาหลายคนยิ้มทั้งน้ำตา คงเป็นตอนที่ น้องหลิน บอกว่า “หนูไม่อยากแต่งงาน หนูอยากอยู่กับ พี่เบนซ์ เพราะรัก พี่เบนซ์ มาก”

รัก พี่เบนซ์ ขนาดไหน?
น้องหลิน : “รักหัวใจมากค่ะ”

พี่เบนซ์ ล่ะ?
พี่เบนซ์ : “รักมากๆ เหมือนน้องสาวคนหนึ่งเลยครับ รักแล้วก็ห่วงใยมากๆ”

น้องหลิน จะอยู่กับ พี่เบนซ์ ไปอีกนานแค่ไหน จะมีแฟน แต่งงานมั้ย?
น้องหลิน : “หนูไม่อยากแต่งงาน จะอยู่กับ พี่เบนซ์ เพราะว่ารัก พี่เบนซ์ มาก หนูรัก พี่เบนซ์ ตลอดเลยค่ะ อยู่ยาวๆ เลยค่ะ”

เรื่องราวของทั้งคู่ทำให้เรารู้ว่า บางความสัมพันธ์ ไม่จำเป็นต้องมีสายเลือดเดียวกัน แค่มีหัวใจที่คอยดูแลกันจริง ๆ ก็กลายเป็นครอบครัวได้เหมือนกัน ทั้งคู่ต่างก็เป็นความโชคดีของกัน และกันจริงๆ ค่ะ