เจ็บปวด! คู่รักอินฟลู LGBTQ เลี้ยงลูกบุญธรรม 6 เดือน แม่เด็กมาขอคืน

ใจสลาย ร้องไห้แทบขาดใจ! คู่รักอินฟลู LGBTQ เลี้ยงลูกบุญธรรม 6 เดือน แม่เด็กมาขอคืน หลังตอนคลอด ไม่พร้อมเลี้ยงลูก

บีบหัวใจ คู่รักอินฟลู LGBTQ ช่องติ๊กต็อก “ลิ้นจี่สตอรี่” รับเลี้ยงลูกบุญธรรม มา 6 เดือน จู่ๆ ครอบครัวเด็ก มาขอเด็กคืน ซึ่งในคลิปนี้ คู่รัก LGBTQ ร้องไห้แทบขาดใจ บอกว่า…

“ตั้งแต่วันแรกพี่ก็คิดดูสิ แม่เค้าไม่เอาด้วยซ้ำ วันแรกที่เด็กมันนอนอยู่ตรงนั้น พี่เห็นหรือเปล่า หนูเป็นคนไปเฝ้าอยู่โรงพยาบาล แล้ววันนี้พี่จะมาบีบพวกหนู หนูเลี้ยงของหนูมาอย่างดี กลายเป็นพวกหนูผิดเหรอ”

เรื่องนี้ พี่ณัฐ กับ พี่ลิ้นจี่ คู่รัก LGBTQ ซึ่งจดทะเบียนสมรสกันแล้ว ให้สัมภาษณ์อีจันบันเทิง เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น ว่า

📌จุดเริ่มต้น รับเลี้ยงลูกบุญธรรม
อยากรับบุตรบุญธรรม เลยศึกษาหาข้อมูลจาก กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เรื่องการรับบุตรบุญธรรม

จนไปเจอผู้หญิงคนหนึ่งโพสต์ในกลุ่มว่า ใครสนใจรับเลี้ยงเด็กทิ้งไอดีไลน์เอาไว้ คลอดเดือนหน้า

พอทักไปคุย ผู้หญิงคนนี้ บอกว่า ท้อง 8 เดือน ยังไม่ได้ฝากครรภ์ ลำบากมาก คลอดมาคงลูกเลี้ยงไม่ได้ ครอบครัวไม่มีใครเลี้ยง เธอก็เลยนัดเจอเพื่อไปดูว่าท้องจริงไหม และจะพาไปฝากครรภ์

จนไปเจอ แม่เด็กอายุ 23 ปี พ่อเด็กอายุประมาณ 20 ปี วันที่ไปเจอ ก็พาแม่เด็กไปฝากครรภ์ แม่กับพ่อเด็ก ก็ยืนยันว่า จะไม่เอาลูกคนนี้ เลี้ยงไม่ได้ ลำบาก งานไม่ได้

แล้วเขาก็พาไปบ้าน ก็ไม่ได้ดูลำบากมาก เป็นบ้านชั้นเดียว มีแอร์ แต่ก็ไม่ได้สงสัยอะไร เพราะเขาให้ไปถึงบ้าน

หลังจากนั้น แม่เด็กก็ทักมาถามย้ำว่า จะรับเป็นลูกบุญธรรมจริงใช่ไหม ถ้าไม่รับ จะยกเด็กให้คนอื่น

พอถึงวันคลอด แม่เด็กไม่มีเงินซื้อผ้าห่อตัว กับเสื้อผ้าเด็ก

พวกเธอก็เลยซื้อผ้าห่อตัวเด็ก เสื้อผ้า และของใช้จำเป็นเด็ก ไปให้ที่หน้าห้องคลอด

พอตอนค่ำๆ แม่ของเด็กโทรมาหาพี่ลิ้นจี่ บอกว่ามีธุระ ต้องออกจากโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้ ซึ่งหมออนุญาตให้แม่เด็กออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว แต่เด็กต้องอยู่โรงพยาบาลให้ครบ 48 ชั่วโมงก่อน เหมือนแม่เด็กเร่งรัดให้เธอไปรับเด็ก

คืนนั้น ประมาณ 5 ทุ่ม พี่ลิ้นจี่ ก็ไปเฝ้าเด็กที่โรงพยาบาล ซึ่งไม่เจอแม่เด็กแล้ว และเล่าให้พยาบาลฟังว่า แม่เด็กไม่พร้อมที่จะเลี้ยง และจะยกให้เป็นลูกบุญธรรม

ต่อมาอีกวัน พวกเธอก็ไปลงบันทึกประจำวันที่โรงพัก เพื่อยืนยันว่า ไม่ได้ลักขโมยเด็ก แม่ของเด็ก จะยกให้เป็นลูกบุญธรรม

พอวันถัดมา เธอก็พาเด็กไปแจ้งเกิด โดยนัดแม่เด็กไปด้วย เธอเป็นคนตั้งชื่อเด็ก ข้อมูลในสูจิบัตร แม่เด็กไม่ได้ใส่ชื่อพ่อเด็กลงไป

หลังจากแจ้งเกิดเสร็จ พวกเธอก็รับเด็ก กลับมาเลี้ยงที่บ้าน

ส่วนขั้นตอนการรับเด็กเป็นลูกบุญธรรม

ตั้งแต่แรก ที่เธอรับเด็กคนนี้เป็นลูกบุญธรรม ก็ได้แจ้ง พม. แต่วันแรกแล้ว

พม. ทำหนังสือมาให้ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ใช้ระยะเวลา 1 เดือน

เดือน ธ.ค. 68 พวกเธอไปตรวจสุขภาพจิต ที่โรงพยาบาลเอกชน ได้คิวเดือน

เดือน มี.ค. 69 พม. มาเยี่ยมบ้าน เพราะพวกเธอกับเด็ก ไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด ตามกฎระเบียบของ พม. ต้องทดลองเลี้ยงเด็ก 6 เดือน

ในระหว่างอยู่ในขั้นตอนของ พม. พวกเธอทราบดีว่า ยังไม่มีสิทธิ์ รับเด็กเป็นลูกบุญธรรม 100% เพราะขั้นตอนยังไม่สมบูรณ์

📌 พวกเธอเลี้ยงเด็กคนนี้มา 6 เดือน จนกระทั่ง ความเจ็บปวด เกิดขึ้นเมื่อแม่เด็ก มาทวงลูกคืน

เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 69 แม่เด็กทักมาบอกว่า ยายของเด็ก รู้แล้วว่า เธอมีลูก เขาจะส่งทนาย มาฟ้องเอาเด็กคืน

พอยายของเด็กติดต่อมา พวกเธอก็บอกไปว่า ที่รับเด็กมาเลี้ยง เพราะแม่เด็ก ไม่พร้อมที่จะเลี้ยงลูก ตอนแรกก็คุยกันดีๆ ถ้าจะเอาเด็กคืน เธอจะคืนให้ตามขั้นตอน พม. เพราะตอนรับมาเลี้ยง พวกเธอก็ทำตามขั้นตอน พม.

พอพวกเธอโทรไปแจ้ง พม. ว่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น แม่เด็กจะมาขอเด็กคืน ทาง พม. บอกว่าในระหว่างนี้เลี้ยงเด็กไปก่อน เดี๋ยวกลางเดือนพฤษภา 2569 จะนัดอีกที

ในระหว่างนี้ เธอก็ปรึกษาเพื่อน ปรึกษาทนาย ก็ได้คำแนะนำว่า ให้คืนเด็กผ่านขั้นตอนของ พม. เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเด็ก เธออาจจะโดนกล่าวหาได้ แต่ยายของเด็ก ก็เร่งที่จะเอาเด็กคืน

จนกระทั่ง 27 เม.ย. 69 ทางครอบครัวของแม่เด็ก ก็มาพร้อมกับตำรวจ อ้างว่า ใช้สิทธิ์ความเป็นแม่ มาเอาเด็กคืนไปเลย

ทางนั้น กำลังโทรคุยกับทาง พม. ซึ่งทาง พม. บอกว่า ถ้าเคลียร์กันไม่ได้ จะพาเด็กไปอยู่สถานสงเคราะห์ ฝ่ายนั้นก็ยอม

พี่ณัฐ พี่ลิ้นจี่ พูดทั้งน้ำตา บอกว่า มีแต่ฝ่ายเรา ที่ไม่ยอมให้เด็กเข้าไปอยู่ในสถานสงเคราะห์ ด้วยความที่เรารัก และห่วงเด็กคนนี้มากๆ เราเลี้ยงมาอย่างดี ถ้าปล่อยให้เขา เข้าไปอยู่ในที่แบบนั้น เราไม่อยากให้เด็กคนนี้ รู้สึกว่า มันเจ็บเลยสักวันเดียว เพราะว่าเราเลี้ยงมาด้วยความรัก

ครอบครัวแม่เด็ก บอกอีกว่า จะชดใช้ค่าใช้จ่าย
พวกเธอ ก็เสนอไปว่า จะขอคิดค่าใช้จ่าย แบบพี่เลี้ยงเด็กแบบฟลูไทม์ ส่วนใหญ่เดือนละ 30,000 บาท

เราเลี้ยงเด็กคนนี้มา 6 เดือน แต่คิดแค่ 30,000 แถม นม แพมเพิส แถมทุกอย่างให้

ที่เรียกแบบนี้ เพื่อชดเชยความรู้สึกในใจ แล้วบอกตัวเองว่า ที่ผ่านมากูรับเลี้ยงเด็ก คุณจะมาหลอกให้เราเลี้ยงเด็ก 6 เดือน แล้วมาเอาเด็กคืนกลับไป มันไม่ยุติธรรมหรือเปล่า เราเลยเรียกไปตามนั้น

เขาบอกว่าจ่าย 120,000 บาท ไม่มีปัญหา แต่จะขอผ่อนเดือนละ 2,000 – 3,000 บาท

และเขาพูดทำนองว่า ยินดีให้เราเจอเด็ก แต่ถ้าเรียกร้องค่าใช้จ่ายมากไป คุณก็ต้องคิดนะว่า เขาอยากจะให้เจอลูกหลานเขาอีกเหรอ เค้าไม่ได้บังคับให้เราเลี้ยง ที่ผ่านมา คือการให้โดยเสน่หา

พี่ณัฐ พี่ลิ้นจี่ พูดทั้งน้ำตา สิ่งที่เลวร้ายที่สุดตอนนี้ ทางครอบครัวเด็กให้ พม. โทรมาบอกว่า จะฟ้องเรา ที่พาดพิง ทำให้แม่เด็กเสียหาย

พวกเธอ สงสัยว่า เราได้ประโยชน์อะไรจากเรื่องนี้ เราเป็นฝ่ายสูญเสีย เราเสียใจ สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง

พี่ถาม พม. เลยว่า คุณรับผิดชอบ ปกป้อง ความรู้สึก ขอครอบครัวผู้รับเลี้ยงได้เท่านี้เหรอ เราทำถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง พอฝั่งโน้นขู่จะฟ้อง คุณมีหน้าที่มาบอกเรา

ถ้าพี่รู้ว่ามันจะจบแบบนี้ แล้วทาง พม. ไม่สามารถปกป้องครอบครัวเราได้ พี่ไม่รับเป็นบุตรบุญธรรมตั้งแต่แรก มันมีแต่เสียกับเสีย พี่ศึกษากฎหมายแล้วยังไงเราก็แพ้แม่เด็ก เพราะยังไงแม่เด็กก็มีสิทธิ์

พี่ไม่ได้อยากคืนเลย พี่อยากทำใจก่อน แล้วค่อยๆคืนเดี๋ยวผ่านขั้นตอน พม. พี่มีความรู้สึกว่า สถานสงเคราะห์ ไม่ใช่ที่ที่ลูกควรจะไปอยู่ เพราะพี่เลี้ยงเค้าเป็นลูก พี่ถึงยอมคืนลูกให้เขาไป ด้วยเหตุผลเดียวเพราะ พม. บอกว่าจะเอาเด็กเข้าสถานสงเคราะห์

แล้วเค้าบีบบังคับทุกอย่าง ให้ลงบันทึกประจำวันว่า ไม่ให้เจอเด็กอีก ไม่โพสต์พาดพิงแม่เด็ก แต่ทุกวันนี้ที่โพสต์ ก็ยืนยันว่าไม่ได้พาดพิงแม่เด็ก แค่อยากจะแชร์ประสบการณ์ เรื่องการรับบุตรบุญธรรม ตอนนี้กฎหมาย ยังไม่สามารถปกป้องครอบครัวผู้รับเลี้ยงได้ นอกจากเสียเงินแล้ว ยังต้องเสียใจมากๆด้วย

พี่รับสภาพไม่ได้ ที่ลูกจะต้องไปอยู่ในสถานสงเคราะห์ พี่เลยยอมทุกอย่าง และยอมคืนเด็กไป มันเหมือนเยาะเย้ย เราตั้งใจเลี้ยงมาอย่างดี คุณเคยขอบคุณสักคำไหม ยังหาเรื่องฟ้องร้องครอบครัวเราอีก ครอบครัวเราผิดอะไรเหรอ ในวันที่คุณไม่เอาเด็กคนนี้ เรามีหลักฐานทุกอย่าง

วันที่เค้าทิ้งไป เด็กอยู่ในโรงพยาบาล เราเป็นคนไปเฝ้าตั้งแต่โรงพยาบาล เราเห็นเด็กคนนี้นอนอยู่บนเตียง โดยที่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่า แม่ทิ้งไปแล้ว เรายังยืนร้องไห้เลย เรารู้สึกเจ็บปวด เราเลี้ยงของเรามาอย่างดี คนเป็นแม่ทิ้งไปแล้ว แล้ววันนี้มาทวงคืน ซึ่งมันไม่ถูกต้องด้วยซ้ำ ทำเหมือนเราเป็นคนผิด ทั้งๆที่เราไม่ได้ผิดอะไร

อยากฝากถึงลูก อยากมีพรวิเศษให้ลูกจำได้ ช่วงเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน มันมีความสุขมาก แค่นั้นเลย พี่ไม่ได้ต้องการอะไรจากเขา

ในวันที่สัมภาษณ์กับ พม. ถามว่า คาดหวังอะไรในตัวเด็กหรือเปล่า?

พี่ตอบว่า ไม่ได้คาดหวังอะไรเลย ไม่ได้คาดหวังว่า เค้าจะต้องกลับมาดูแลเรา ทดแทนบุญคุณ พี่อยากให้เค้าโตเป็นผู้ใหญ่ ที่มีศักยภาพ และดูแลตัวเองได้

ถ้าลูกเห็นคลิปนี้ แม่ไม่ได้ทิ้ง ยังรัก ยังห่วงเหมือนเดิมทุกอย่าง จะเก็บลูกไว้ในความทรงจำตลอดไป ไม่ลืมแน่นอน

นี่ก็เป็นเรื่องราวที่ พี่ณัฐ และ พี่ลิ้นจี่ เล่าให้อีจันบันเทิง ฟังค่ะ