แม่แตงโม รู้แล้ว ใครทำลูกเสียชีวิต! ลั่น มีพยานลับ แต่ขออุบไม่เฉลย
อีจัน บันเทิง
30 มีนาคม 2569

เรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่งคดีที่ยังไม่จบ และกำลังจะรู้ตัวคนทำในอีกไม่ช้า!? สำหรับคดีการเสียชีวิตของนักแสดงสาวผู้ล่วงลับ แตงโม นิดา

ที่ล่าสุดฝั่งคุณแม่ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ หอบเอกสารหลักฐานสำคัญเข้ายื่นต่อ DSI พร้อมเปิดใจกลางวงสัมภาษณ์ว่า “ รู้แล้วว่าใครทำลูก ” ทำเอาสังคมจับตาอีกครั้ง!
ซึ่ง แม่แตงโม ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อ ถึงเรื่องนี้ไว้ว่า…

นักข่าว : วันนี้คุณแม่มาทำอะไร หอบอะไรมา
แม่แตงโม : “ เอกสารค่ะ ที่จะต้องมาให้ที่ดีเอสไอ เอกสารสำคัญทั้งหมด ก็จะมีเอกสารของน้อง แม่ไม่ค่อยอยากพูด ไม่อยากพูดอะไรที่เกี่ยวกับตัวน้อง สงสาร
คือภาพขาของน้อง ตอนที่เป็นศพที่โดนแทง แล้วมีไขมันออกมา ที่ดีเอสไออยากได้ภาพนั้นตัวจริง ขอไปนานแล้วยังไม่ได้สักที ก็จะให้คุณแม่ช่วยพูดให้หน่อย ทางดีเอสไอจะได้ไปประกอบคดี เป็นเอกสารสำคัญ จะเอาไปประกอบสำนวนคดี
ขอมา 6 เดือนยังไม่ได้สักที คือมันต้องประกอบคดีด้วยภาพจริง แต่ภาพที่เขาต้องการของน้องที่เป็นภาพจริง มันคือเอกสารจาก สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม จ.ปทุมธานี เราจะเอาไปประกอบทำสำนวนในศาล
เราอยากได้ภาพแท้ๆเลย ที่ไม่ได้ถ่ายออกมาจากกล้องมือถืออีกที คือมันจะได้เป็นของจริงเวลาฟ้องศาล ”

นักข่าว : จนถึงวันนี้ แม่มีความเชื่อยังไงคะ ลูกสาวเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุ หรือยังไง? หรืออยากจะเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ไปเอื้อคนบนเรือ
แม่แตงโม : “ ตามดีเอสไอเลยค่ะ ตาม อ.ปานเทพ คุณแม่ก็ดูมาตลอดนะ ก็ตามนั้นเลย ”
นักข่าว : แล้วถ้าในความรู้สึกส่วนตัว?
แม่แตงโม : “ เราก็ต้องฟังผู้ทำคดี เราก็เชื่อตามนั้นค่ะ ตอนแรกแม่ก็ยังไม่ทราบว่าน้องเสียชีวิต เพราะอะไร คุณแม่ก็ยังเฉยๆ เพราะเราไม่รู้ว่าลูกจมน้ำหรืออะไร แต่ตอนนี้ 1 เดือนที่ผ่านมา แม่รู้หมดแล้วว่า น้องเสียชีวิตเพราะเหตุอะไร ใครทำ คุณแม่ทราบแล้ว ความเสียใจมันก็ไปอยู่ที่ สิ่งที่เรารู้แล้วว่าใครทำน้อง ทำเพราะเหตุใด อันนี้ก็รู้นะ เหตุผลก็รู้แล้วด้วย ความเศร้ามันก็เลยคลายลงไปหน่อย มันก็ดีกว่าที่เราไม่รู้อะไรเลย ”
นักข่าว : คนบนเรือได้มีการติดต่อมาบ้างมั้ย?
แม่แตงโม : “ ไม่มีค่ะ ไม่มีสักคน เมื่อก่อนก็ยังมีกระเช้าของขวัญ ผลไม้ให้ เดี๋ยวนี้หายไปหมดแล้ว แต่ยังการชำระรายเดือน 4 ปี ตามปกติ และตรงเวลา ”
นักข่าว : 4-5 ปีผ่านไป อยากพูดอะไรถึงลูกสาวมั้ย? วันนี้เรายังเดินหน้าต่อสู้เพื่อลูกสาวอยู่
“ สงสารลูกมากๆ เราจากกันแบบไม่ได้ร่ำลาเลย แม่ไม่รู้เลยว่าน้องหายไปไหน ไปอยู่ที่ไหนกับใคร แม่ต้องไปแจ้งความที่สน.เอง เพราะฉะนั้นความรับผิดชอบทั้งหลายมันต้องมีมากกว่านี้ ไม่ใช่ว่าหนีไปนอนตั้ง 2 คืน
และเคยฝันหนักๆถึงน้อง เมื่อ 2 เดือนก่อน แต่แม่คิดว่าน้องก็ไปเกิดแล้วเนอะ ”

