“ณพ ณรงค์เดช” เปิดหลักฐานโต้ หลังถูกพิพากษาคดีปลอมลายเซ็นพ่อโอนหุ้น
แคน อีจันบันเทิง
14 พฤศจิกายน 2568

กรณี ณพ ณรงค์เดช ออกมาแถลงชี้แจง พร้อมงัดพยานหลักฐานสำคัญ ยืนยันว่า ไม่มีการปลอมลายเซ็นในเอกสารโอนหุ้นบริษัทวินด์ เอเนอร์จี้ฯ และเตรียมนำเอกสารการโอนหุ้นที่ถูกต้องตามกฎหมายมาเปิดเผยเพิ่มเติม

ณพ เล่าว่า วันหนึ่งมีตำรวจ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้กำกับ สน.ห้วยขวาง มาที่บ้าน ซึ่งตนไม่แน่ใจว่านายตำรวจคนดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องอะไรกับคดีนี้ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ตำรวจมีบริการรับแจ้งความนอกสถานที่หรือไม่? อีกทั้งข้อมูลในระบบระบุว่าได้แจ้งความที่ สน.ทองหล่อ
หลังจากรับแจ้งความ สน.ทองหล่อ ได้ส่งเอกสารตัวจริงจาก คุณหญิงกอแก้ว ไปตรวจพิสูจน์ที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐาน ซึ่งผลตรวจออกภายใน 24 ชั่วโมง ณพ ตั้งข้อสังเกตว่า มีคดีใดบ้างที่สามารถออกผลตรวจได้เร็วเช่นนี้ และขอให้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจง
ณพ ยังกล่าวถึงกระบวนการของอัยการ โดยระบุว่าในช่วงที่ผ่านมา มีการ “เข้า–ออกบ้าน” ของพี่ชาย และน้องชายของตนหลายครั้ง ซึ่งเรื่องนี้ ณพ ได้มีการยื่นเอกสารขอตรวจสอบข้อเท็จจริงไว้ตั้งแต่ปี 2565 และยังไม่ทราบความคืบหน้าของผลการตรวจสอบ เนื่องจากมีพยานหลักฐานจำนวนมากที่มีผู้ส่งมาเพิ่มเติม ทั้งกรณีการเข้าบ้าน การพบปะกันที่ร้านอาหาร และเหตุการณ์อื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ณพ กล่าวในช่วงหนึ่งของการแถลงข่าวด้วยน้ำเสียงสะเทือนใจว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาต้องเผชิญเรื่องราวมากมาย ทั้งไม่มีโอกาสได้พบกับพ่อ และลูกของเขาเองก็ไม่ได้พบปู่ ทำให้เจ็บปวดอย่างยิ่งเมื่อมีคนกล่าวหาว่าเป็น “ลูกอกตัญญู ไม่ดูแลพ่อ”
ณพ ตั้งข้อสงสัยว่า มี “บางคน” ใช้ประเด็นครอบครัว และสถานการณ์สุขภาพของพ่อเป็น “เครื่องมือสร้างอำนาจต่อรอง” พร้อมย้ำว่าเขารัก และเคารพพ่อเสมอ และมั่นใจว่าพ่อเป็นคนสุจริต โดยเขายืนยันว่าความสัมพันธ์ของเขาและพ่อใกล้ชิดกันมาก ชอบอะไรเหมือนๆ กัน เขากล่าวว่า “คุณพ่อสอนเสมอว่าไม่เคยหยิบฉวยของคนอื่นมาเป็นของตัวเอง” และเขาเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่าพ่อไม่ได้มีเจตนาใดผิดปกติ แต่สถานการณ์ด้านสุขภาพถูกนำมาใช้ในทางที่ผิดหรือไม่? โดยเฉพาะเมื่อทราบว่าพ่อมีปัญหาเรื่องความจำ และโรคเกี่ยวกับสมอง ทำให้เขารู้สึกกังวลเป็นอย่างมาก และกำลังตรวจสอบรายละเอียดด้านสุขภาพด้วยตัวเอง

ณพ ย้ำว่าตนพูดเรื่องนี้ด้วยความยากลำบาก เพราะเป็นประเด็นละเอียดอ่อนที่เก็บไว้หลายปีด้วยความรัก และห่วงใยพ่อ แต่สถานการณ์บังคับให้ต้องออกมาเปิดเผย เขาระบุว่า ข้อกล่าวหาที่ว่าตน “ปลอมลายเซ็นพ่อเพื่อเอาทรัพย์สินไปให้บ้านแม่ยาย” นั้นไม่เป็นความจริง ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องเป็นทรัพย์ที่เขาซื้อด้วยเงินของเขาเอง และเมื่อขายไปก็เป็นเงินของคุณหญิงกอแก้ว พร้อมย้ำว่ามีทั้งคลิป และคำเบิกความ ของพ่อในหลายคดี ที่ระบุชัดว่าพ่อเป็นผู้ลงลายเซ็นในเอกสารต่าง ๆ
ณพ กล่าวถึงประเด็น คดีมรดก โดยระบุว่า แม่เสียชีวิตตั้งแต่ปี 2556 แต่จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีการจัดสรรทรัพย์มรดกตามวัตถุประสงค์ที่แม่ได้กำหนดไว้ กระบวนการที่ดำเนินไปแล้วมีเพียง “ส่วนน้อยมาก” เท่านั้น ขณะที่ทรัพย์สินส่วนใหญ่ยังไม่ได้มีการจัดแบ่ง หรือดำเนินการใด ๆ ตามเจตนารมณ์ของผู้ล่วงลับ

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความสัมพันธ์ภายในครอบครัว ณพ กล่าวว่า ตามหลักแล้วเขาไม่อยากนำเรื่องส่วนตัวออกมาสู่สาธารณะ และตั้งใจมาตั้งแต่ต้นว่า “เรื่องครอบครัวควรเป็นเรื่องในครอบครัว” เว้นเสียแต่ว่ามีความจำเป็นจริง ๆ จึงจะขอพูดเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เพราะเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อน
ณพ ย้ำว่า ทุกครอบครัวล้วนมีปัญหา ไม่มากก็น้อย เพียงแต่บางครอบครัวอาจไม่ถูกนำเสนอผ่านสื่อ และแต่ละครอบครัวก็มีวิธีจัดการปัญหาที่แตกต่างกัน ซึ่งเขาเคารพกระบวนการแก้ปัญหาในแบบของแต่ละคน


ท้ายที่สุด ณพ ขอบคุณสื่อมวลชนและประกาศว่าพร้อมเปิดใจในทุกเวที โดยเชิญรายการข่าวชื่อดัง อาทิ สรยุทธ หนุ่ม กรรชัย คุณพุทธ หรือคุณเมย์ ให้เชิญคู่กรณีมาร่วมพูดคุยต่อหน้า “ผมพร้อมตอบทุกคำถาม และพร้อมให้ความจริงปรากฏในทุกรายการ”