สื่อเกาหลี แฉยับ! “ซึงรี” พัวพันจีนเทา เตรียมเปิด “Burning Sun 2” ในกัมพูชา
น้ำฝน อีจัน
24 มกราคม 2569

(วันนี้ 24 ม.ค. 69) ชื่อของ ‘ซึงรี’ อดีตสมาชิกวง BIGBANG กลับมาเป็นที่จับตามองอีกครั้ง หลังสื่อเกาหลีใต้รายงานถึงความเป็นไปได้ที่เขาอาจพยายามสร้างเครือข่ายธุรกิจในลักษณะคล้ายกับคดีอื้อฉาว Burning Sun โดยมีประเทศกัมพูชาเป็นฐานที่ตั้ง

ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นมาจากวิดีโอของช่อง YouTube 지릿지릿 ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา โดย โอฮยอกจิน นักข่าวสายสืบสวน ได้กล่าวว่า มีข้อมูลเบาะแสชี้ให้เห็นว่า ซึงรีอาจมีการพูดคุยด้านธุรกิจในประเทศกัมพูชา พร้อมตั้งคำถามว่า เขากำลังพยายามผลักดันโครงการที่ถูกเรียกกันว่า “Burning Sun แห่งที่ 2” หรือไม่
โอฮยอกจินระบุเพิ่มเติมว่า แม้ซึงรีจะมีความตั้งใจเดินหน้าธุรกิจในทิศทางดังกล่าว แต่ในปัจจุบันกลุ่มผู้ร่วมลงทุนและผู้เกี่ยวข้องหลายรายถูกจับกุมตัวไปแล้ว ทำให้ยังไม่ชัดเจนว่า จะยังมีบุคคลหรือแหล่งเงินทุนใดคอยสนับสนุนเขาอยู่อีกหรือไม่

นักข่าวรายนี้ยังอธิบายถึงสถานะของซึงรีในแต่ละประเทศว่า ในญี่ปุ่นเขายังพอรักษาฐานแฟนคลับไว้ได้บางส่วน ขณะที่ในเกาหลีใต้ ชื่อเสียงถือว่าตกต่ำลงอย่างรุนแรง แต่ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภาพลักษณ์ของการเป็นอดีตสมาชิก BIGBANG ยังคงหลงเหลืออยู่ ซึ่งอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาพยายามใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจ
นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวอ้างว่า ช่วงหลังซึงรีเดินทางเข้าออกประเทศไทยอยู่บ่อยครั้ง ยิ่งทำให้กระแสการจับตามองจากสื่อและสังคมเพิ่มมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ ซึงรีเคยตกเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากคลิปวิดีโอที่เขาไปร่วมงานในคลับแห่งหนึ่งที่กัมพูชา และขึ้นพูดบนเวทีด้วยตัวเอง โดยในคลิปมีคำพูดว่า
“พอผมบอกว่าจะมากัมพูชา คนรอบข้างก็ถามว่ามันจะไม่เป็นอันตรายเหรอ?”
ก่อนจะกล่าวต่อว่า
“กัมพูชาคือประเทศที่ยอดเยี่ยมที่สุดในเอเชีย”

หลังคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตได้ตั้งข้อสังเกตถึงโลโก้ Prince Brewing และ Prince Holdings ที่ปรากฏอยู่ด้านหลังเวที ซึ่งบริษัทเหล่านี้ถูกกล่าวถึงว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ในกัมพูชา โดยเฉพาะ Prince Holdings ที่ถูกเชื่อมโยงกับโครงการ Prince Complex หรือที่บางฝ่ายเรียกว่า “อาณาจักรเจ้าชาย” ซึ่งมีชื่อพัวพันกับเครือข่ายอาชญากรรมในประเทศ
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ ถึงความสัมพันธ์ทางธุรกิจโดยตรงระหว่างซึงรีกับบริษัทหรือเครือข่ายดังกล่าว ข้อมูลทั้งหมดจึงยังอยู่ในระดับการตั้งข้อสงสัยจากสื่อ ซึ่งต้องติดตามความคืบหน้ากันต่อไป