“ชมพู่ อารยา” เปิดใจ หลังถูกโยงการเมือง เพราะถ่ายรูปคู่ “จอห์น วิญญู”
migrator
13 มกราคม 2564

หลังจากไปเดินเฉิดฉายที่เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์มาเป็นปีที่ 7 แล้ว สำหรับ ซุปตาร์สาวชมพู่ อารยา ก็ได้รับกระแสชื่นชมไม่น้อยเลยทีเดียว ว่าในปีนี้ ปังทุกลุค แต่พอสาวชมพู่กลับมาเมืองไทยก็มีดราม่าซะงั้น เพราะเธอถ่ายรูปคู่กับ จอห์น วิญญู ที่หลายคนโยงไปถึงเรื่องการเมือง บางคนถึงกับส่ายหน้าไม่ติดตามไอจีสาวชมอีกต่อไป



พาครอบครัวไปด้วยได้รับกำลังใจมากน้อยแค่ไหนสำหรับปีนี้?
"มันก็ชื่นใจจริงๆค่ะ ถ้าหากคนเป็นแม่ก็จะเข้าใจ เวลาได้เห็นเขาอยู่ในสายตาเราก็รู้สึกสบายใจไปด้วย มันทำให้เรามีความสุข"
หลายคนค่อนข้างประทับใจที่เราพาน้องมาร่วมถ่ายภาพแล้วก็เดินอยู่รอบๆ งาน?
"ก็…จริงๆ ชมก็มีความฝันค่ะว่าอยากจะให้เขามาอยู่ตรงนี้ เพราะสำหรับชมแล้วคานส์มันคืองานที่มีความหมายทางจิตใจชมมาก ทุกครั้งที่ชมกลับไปที่งานนี้มันจะทำให้ชมนึกถึงครั้งแรกที่ชมได้เดินทางไปตลอด มันมีทั้งชมในเวอร์ชั่นก่อนแต่งงาน หลังแต่งงาน อุ้มท้อง และในปีนี้ชมก็ได้พาลูกไปอยู่ด้วยกัน มันฟินอ่ะ"
เตรียมชุดสูทให้น้องแฝดไปร่วมงานด้วยน่ารักมาก?
"ใช่ค่ะ คุณแม่ก็ซื้อทักซิโด้ให้ (หัวเราะ)"


ทางจอห์นได้มีโอกาสมาพูดคุยเรื่องนี้บ้างไหม?
“มีนิดหน่อย แต่ว่าไม่ได้พูดในเชิงที่ว่าเราซีเรียสอะไรกัน”
บางคนที่บอกว่าจะเลิกติดตาม อันนี้รู้สึกว่าแรงไปไหม?
“ไม่ได้แรงนะคะ อย่างที่บอกว่าเป็นสิทธิของทุกคน จริงๆ แล้วกระแสที่ว่าเลิกติดตามก็ไม่ใช่ว่าเป็นครั้งแรกที่ชมเคยเจอ”
รู้สึกยังไงที่โดนโยงไปเรื่องการเมืองอีกแล้ว?
“ค่ะ เราก็ห้ามความคิดคนไม่ได้ถูกมั้ยคะ ฉะนั้นก็ต้องข้ามผ่าน ส่วนตัวชมรู้สึกว่ามันไม่ใช่ว่าสังคมเราทั้งหมดเป็นแบบนี้ มันก็เป็นแค่คนส่วนหนึ่งที่มีความคิดเห็นของเขา แล้วก็ยังมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่น้อยเหมือนกันที่ไม่ได้คิดว่าถ้าไม่ขาวแล้วจะต้องดำ หรือว่าถ้าไม่ดำแล้วจะต้องขาวเท่านั้น ชมว่าคนที่ไม่ได้คิดแบบนี้มันก็มี เพียงแต่ว่าเขาก็อาจจะออกมาแสดงความคิดเห็น หรือไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นก็ได้ เพราะฉะนั้นใครที่มีแนวคิดยังไงและอยากแสดงความคิดเห็นยังไงมันก็เป็นสิทธิของเขา เพราะเราก็เป็นผู้มีสิทธิในการใช้โซเชียลมีเดียค่ะ”
ดราม่าช่างแต่งหน้าที่คานซ์ระหว่างป้อมกับน้องฉัตร?
“ก็พอได้ยินบ้าง คิดว่าคงข้ามเหมือนกัน ในส่วนตัวชมไม่ได้อยากจะยุ่งอะไรมากกับตรงนี้ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่อยู่ตรงนั้น เราคงต้องโฟกัสตรงนั้นมากกว่า ก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกับพี่ป้อม แต่ก็พอจะรู้แหละ ถ้าจะบอกว่าไม่ได้ยินเลยก็คงเป็นไปไม่ได้โทรศัพท์เราก็มีเน็ตเนอะ จะบอกเราไม่ได้ยินเลยมันก็คงไม่ใช่”

เรียกว่าลอยตัวเหนือดราม่า?
“ก็ไม่รู้ว่าจะเก็บมาคิดทำไมเอาจริงๆนะ”
กับดราม่ารักลูกไม่เท่ากัน จากคลิปว่ายน้ำในสระ คนเมนต์ทำไมสนใจแต่สายฟ้า ไม่สนใจพายุบ้าง?
“พายุเขาไม่อยากกระโดด พายุเขาโน้โนไง ก็ถามเขาแล้วเขาโน้โน อันนี้ชมยังไม่ได้เห็นคอมเมนต์”
มีคนสังเกตแม่ชมอุ้มน้องคนนี้เยอะกว่าอีกคน?
“คือส่วนตัวชมเราไม่ได้อะไรอยู่แล้ว ทุกคนก็ทราบสไตล์ชมแต่ว่าถ้าคุณรักเด็ก ชมว่าคุณไม่ควร…ถ้าวันนึงเขาเกิดอ่านหนังสือได้ หรือทำความเข้าใจกับอะไรได้ ไม่ต้องห่วงชมหรอกว่าชมจะทำหน้าที่ของชมจะทำหน้าที่ตัวเองได้ดีมั้ย อันนี้มันบ้านใครบ้านมันเนอะ แต่ว่าในฐานะคนที่ใช้โซเชียลมีเดียชมว่าถ้าคุณคิดว่าคุณรักเด็ก เอ็นดูเด็ก นึกถึงวันที่เขาโตพอที่จะอ่านคอมเมนต์ได้อย่างนี้ดีกว่า อันนี้ชมว่ามันเป็นเรื่องของการใช้โซเชียลมีเดียนะ”
ชินมั้ยที่มีช่าวเน็ตมาช่วยเราเลี้ยงลูก?
“(หัวเราะ) เอาจริงๆคือไม่ได้รับมาเป็นอารมณ์แล้ว ก็เข้าใจว่าชมเองก็ไม่ได้โดนคนเดียว บ้านอื่นเขาก็โดน”
เราเตรียมรับมือจะพูดกับน้องเขายังไงหากวันนึงเขาสามารถรับรู้เรื่องราวดราม่าต่างๆที่เกิดขึ้นได้?
“อันนี้ชมว่าสำคัญที่สุดคือในบ้านเราก็ต้องแข็งแรง ซึ่งตรงนี้ชมไม่สงสัยเพราะเราก็ทุ่มเทให้เต็มที่เท่าที่เราทำได้ และคิดว่ามันก็คงได้เลือดแม่มันอ่ะ(ยิ้ม)”

