ห๊ะ พีคไม่ไหว! เพื่อนรัก ขอผัวเราจดทะเบียนสมรส ยังไม่พอ ขออสุจิทำลูกอีก?

โอปอ อีจันบันเทิง

โอปอ อีจันบันเทิง

21 ชั่วโมงก่อนหน้า

ห๊ะ พีคไม่ไหว! เพื่อนรัก ขอผัวเราจดทะเบียนสมรส ยังไม่พอ ขออสุจิทำลูกอีก?

เป็นเรื่องราวของคุณองศา นามสมมติ ที่ได้เล่าผ่านรายการ พุธทอล์ค พุธโทร 22 เม.ย. 69 ถึงเรื่อง เพื่อนสนิทของตัวเอง มาขอให้สามีของเราไปจดทะเบียนสมรสด้วย เพราะเขาอยากจะมีลูก!

ขอบคุณภาพ รายการ พุธทอล์ค พุธโทร

โดยเรื่องราวนี้ เล่าผ่านคุณองศา นามสมมติ ที่ได้โทรเข้ามาปรึกษา 3 พิธีกร ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม คุณองศา เกริ่นก่อนว่า

“ เรื่องนี้ค่อนข้างที่จะซับซ้อน เธอมีเพื่อนสนิท ที่สนิทกันมานาน 40 ปี ตั้งแต่อนุบาลจนถึงตอนโต และเราก็ได้แยกย้ายกันไปมีครอบครัว

ซึ่งครอบครัวของเราก็สมบูรณ์ดี มีความสุขดี ความสัมพันธ์ในครอบครัวดีทุกอย่างเลย มีลูกชาย คนโตอยู่ปี 2 และลูกคนเล็ก 5 ขวบ ซึ่งเป็นลูกหลง

( มีลูก 2 คน ) ซึ่งทั้งคุณองศา และ สามี ได้มีการจดทะเบียนสมรสมาตั้งแต่ต้น

ทั้งนี้ ในฝั่งของเพื่อน ก็ได้แต่งงานและได้มีการหย่าร้าง ครอบครัวของเพื่อน เป็นลูกคนเดียว ไม่มีหลาน ตอนที่หย่าก็ไม่มีหลาน ทางคุณแม่ของเพื่อนสนิทคนนี้ เร่งอยากให้เพื่อนเรามีหลาน ซึ่งเพื่อนเราก็ไม่รู้จะไปหาใครมาแต่งงานด้วย ”

“ ซึ่งระหว่างทาง เพื่อนของเรา ก็มีแฟนบ้าง แต่ไม่ได้จริงจังถึงขั้นแต่งงาน และเพื่อนมักจะมาบ่นกับเราตลอดว่า “ แม่อยากจะได้ลูกเขย ” เราก็ฟังไปเพราะคิดว่ายังไงมันก็ไม่ได้เกี่ยวกับเรา พอถึงช่วงที่เรามีลูกคนเล็ก ก็คือลูกคนที่สอง เพื่อนเราเขาก็พูดว่า ลูกเราน่ารัก อยากได้ อยากขอไปเลี้ยง แต่แฟนเราเขาไม่ให้

จนมาถึงปีนี้ เพื่อนสนิทเราเขาได้มีการไปฝากไข่ และแม่ของเพื่อนสนิทคนนี้ ก็ได้บอกกับเราว่า เราสามารถที่จะให้แฟนเรา ไปจดทะเบียนสมรสกับลูกเขาได้มั้ย เพื่อที่จะไปทำ GIFT เพราะที่คลินิกบอกมาว่า จะต้องมีทะเบียนสมรส และอสุจิ

โดยจริงๆก่อนหน้านั้น เขาเคยขอให้เราไปอุ้มบุญให้ แต่เราสุขภาพไม่ดี และเราก็คิดว่า เราไม่ไหวหรอก เพราะเราก็อายุมากแล้ว ความเสี่ยงเราก็เยอะ และเราก็ทำหมันแล้วด้วย

เขาเลยมาเสนอช้อยส์สองแนวนี้ ตัวคุณแม่ของเพื่อนสนิท เขาก็มาพูดกับแฟนเราว่าทำได้มั้ย เรื่องการจดทะเบียนสมรส ”

หลังจากนั้นสามีก็มาถามเราว่า “ คุณกับเพื่อนสนิทกันขนาดไหน ทำไมเขาถึงมาบอกเราแบบนี้ แล้วคุณคิดเห็นว่ายังไง? ”

เราตอบว่า “ ก็สนิทกันนะ แต่เราก็ไม่รู้ว่าเขาจะพูดขนาดนั้น ”

เราเลยถามสามีกลับไปว่า “ คุณคิดว่าไง? ”

สามีตอบว่า “ แล้วแต่คุณเลย เห็นว่าสนิทกัน แล้วแต่คุณจะตัดสินใจเลย ”

เราพูดไปว่า  “ เอ้า! แล้วคุณยอมเหรอ เพราะถ้าสมมติว่า มันจะต้องทำจริงๆ คือเราสองคนจะต้องหย่ากันก่อน และเราก็รู้ว่าขั้นตอน มันค่อนข้างยุ่งยาก เราสองคนหย่ากัน แล้วคุณไปแต่งงานกับเพื่อนสนิทเรา ”

“ ทางฝั่งเพื่อนสนิทเรา เขาถามว่า เราอยากเรียกร้องอะไรก็ให้บอกเขามาได้เลย

เราเลยบอกว่า เราจะต้องไปเรียกร้องอะไร มันเหมือนว่า ถ้าเราช่วยจริงๆ มันก็เป็นเพราะน้ำใจ และเราก็ไม่คิดว่าเขาจะพูด

พี่เผือก : เดี๋ยวนะครับ ถ้าเขาจะไปทำเด็กหลอดแก้ว เขาต้องใช้อสุจิของสามีคุณ?

คุณองศา : ใช่ค่ะ เขาบอกมาแบบนี้

พี่เผือก : บ้าไปแล้ว ”

ทั้งนี้ เราเลยถามฝั่งทางเพื่อนสนิทเราว่า ถ้าเกิดสมมติว่าเรายอมจริงๆ แล้วตอนคุณไปทำ GIFT จะใช้อสุจิที่ไหน? และคำตอบของคุณแม่เพื่อนสนิทคือ…

“ ก็เป็นของสามีเราได้มั้ย? ”

และล่าสุดเพื่อนสนิทเรา โทรมาอัปเดตบอกเราว่า เพิ่งไปตรวจร่างกายมา ไปตรวจผนังมดลูกมา ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ไปฝากไข่ไว้ 2 ปีแล้ว ทั้งนี้เราจึงมองว่า เรื่องนี้หากว่าเพื่อนสนิทเราไม่ได้เห็นด้วยตั้งแต่แรกจริงๆ แต่แค่ไม่กล้าพูด จึงให้แม่มาพูดแทน เขาคงไม่เตรียมพร้อมขนาดนี้??!

หลังจากนั้น เราเลยบอกเพื่อนสนิทไปว่า ก็ไปเคลียร์ตัวเองก่อน เพราะว่ายังไงสะ ถ้าเธอมีเนื้องอก มีซีสต์ ยังไงคุณก็ต้องผ่าออกอยู่ดี ส่วนเรื่องสามี เรายังไม่ตัดสินใจให้นะ

พี่เผือก : ไม่ต้องเคลียร์ ไม่ต้องตัดสินใจแล้ว คุณควรที่จะให้คำตอบไปเลย ผมเจอความหวังของบ้านนั้นแล้ว เพราะคุณองศาไม่ปฎิเสธไง

พี่ต้นหอม : แล้วยังไงคุณองศา มันมี % ที่คุณจะตกลงเขาเหรอ?

เต็ม 100 ให้กี่ %

คุณองศา : ไม่คิดดีกว่ามั้งคะ รู้สึกแค่ว่า ถ้าเราไม่ช่วยจะเป็นอะไรมั้ย เพราว่าเราสนิทกันขนาดนี้

พี่เติ้ล : ไม่เป็นไรค่ะ ชีวิตเขาค่ะคุณองศา

พี่ต้นหอม : เขาขอในสิ่งที่มันมากเกินไป ไม่มีใครเขาขอกันค่ะ!

ผัวเราจะไปแชร์คนอื่นได้ยังไง

ทั้งหมดที่เล่ามานั้น คุณองศา จึงอยากโทรมาปรึกษาดีเจทั้งสามว่า ถ้าเราไม่เห็นด้วยกับเพื่อนสนิท เราจะกลายเป็นคนไม่ช่วยเพื่อนมั้ย เป็นคนแย่มั้ย?

ขอบคุณภาพ รายการ พุธทอล์ค พุธโทร

พี่เผือก : “ คือเราบอกไปเลยว่า มันผิดกฎหมาย เข้าใจว่าคลินิกอาจจะหลับหูหลับตาข้างหนึ่ง เพื่อทำให้เขาได้คนไข้ แต่มันผิดกฎหมาย เพราะมันเป็นการจดทะเบียนเพื่อที่จะไปทำ GIFT  มันเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกต้อง เราต้องล้างความเป็นครอบครัวของเรา แค่เพื่อที่จะช่วยให้เขาได้ลองลุ้นว่าจะมีลูกได้หรือไม่ แบบนี้เหรอ มันแปลกมาก

และถ้าสมมติว่ามีได้ แล้วมรดกของสามีจะต้องให้ใคร ให้ลูกฝั่งไหน ในตามกฎหมาย มันจะต้องมีเรื่องอีกมากมายเลยที่จะเข้ามา เรื่องนี้มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คุณแม่ของเพื่อนสนิทคุณองศาคิด เอางี้นะเท่าที่เคยได้ยินมา มันมีคนที่บริจาคหรือว่าขายอสุจิ เชื้อฝรั่ง เชื้อยุโรป ซื้อขายไม่ได้ในบ้านเรา ผิดกฎหมาย แต่ต้องโดเนท

หรือถ้าอุ้มบุญ อันนี้ไม่ชัวร์นะครับ ก็ต้องเป็นญาติสายตรงเท่านั้น ที่จะมาอุ้มบุญให้ เป็นการยินยอมกัน แม่จะต้องได้รับการรับรองจากแพทย์ว่า เขามีปัญหาในการอุ้มไม่ได้ และจะต้องเป็นญาติสายตรงเท่านั้นในการอุ้มบุญ ”

ขอบคุณภาพ รายการ พุธทอล์ค พุธโทร

พี่เติ้ล :  “ ถ้าตอนนี้คุณองศาคิดว่า การที่เราไม่ช่วยแล้วเรารู้สึกผิด ตัดความรู้สึกตรงนี้ออกได้เลย เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่ต้องมาช่วยกัน มันไม่ใช่เรื่องที่จะขอแล้วให้กันได้ คุณองศาต้องคิดว่า ตอนนี้ครอบครัวเรามีความสุขดี แต่ถ้าเราเข้าไปช่วย เรื่องนี้มันจะทำให้ชีวิตคุณองศาจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ทันที คุณองศาไม่ได้ผิดเลย คนมาขอควรรู้สึกผิด ”

พี่ต้นหอม :  “ ไม่ช่วยก็ได้ ไม่น่าเกลียดค่ะ และไม่ให้ความหวังเขาค่ะ

บอกไปตรงๆว่ามันไม่ได้ ไม่ต้องเสียเวลาขอเลย แนะนำวิธีอื่นไปดีกว่าค่ะ

ให้เขาติดต่อคนอื่นที่พร้อม และมันก็ไม่ต้องใช้อสุจิผัวเรา มันตลก

ถึงแม้เขาจะเจตนาดี ไม่ได้จะแย่งสามีเราก็ตาม แต่ว่าเรื่องนี้มันมากเกินไปที่เราจะให้ มันไม่มีใครทำ มันจะยุ่งเหยิง ”

ขอบคุณภาพ รายการ พุธทอล์ค พุธโทร