หนุ่ม กรรชัย เล่าย้อน! โหนกระแส ถึงขั้นไปต่อไม่ไหว เคยติดหนี้ 30 ล้าน

โอปอ อีจันบันเทิง

โอปอ อีจันบันเทิง

2 มกราคม 2569

หนุ่ม กรรชัย เล่าย้อน! โหนกระแส ถึงขั้นไปต่อไม่ไหว เคยติดหนี้ 30 ล้าน

กว่าจะเป็น โหนกระแส รายการข่าวตัวท็อปที่คนไทยทั้งประเทศต้องเปิดดูทุกวัน ใครจะคิดว่า เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะล่าสุด พี่หนุ่ม หรือ หนุ่ม กรรชัย ได้ออกมาเปิดใจแบบหมดเปลือกเป็นครั้งแรกผ่านรายการโหนกระแสนี่แหละ ถึงวันที่รายการเกือบต้องพับจอ หลังทำมา 2 ปีเต็ม แต่เรทติ้งยังติดตัวแดง แถมแบกรับภาระหนี้ตัวเอง กว่า 20–30 ล้านบาท จนถึงขั้นต้องเอ่ยปาก ขอคืนรายการ เพราะไปต่อไม่ไหวจริงๆ

เครดิตรายการ โหนกระแส

โดยพี่หนุ่มได้เล่าย้อนให้ฟังว่า

“ โหนกระแสทำมา 9 ปี เชื่อไหมตอนที่ผมทำมา 2 ปี ผมขายไม่ได้ ผมติดตัวแดงอยู่ประมาณ 20 กว่าล้าน เกือบ 30 ล้าน ไม่ใช่เป็นสถานี เป็นหนี้ตัวเองนี่แหละ เพราะว่าเงินมันออกทุกเดือน จ่ายเงินเดือนให้พนักงาน จ่ายนู่นนี่นั่น แขกรับเชิญ ในขณะเดียวกันไม่มีเงินกลับเข้ามาเลยแม้แต่บาทเดียว มันน้อยมากจริงๆ มันแทบจะไม่มีเลย ค่าพิธีกรตัวเองก็ติดตัวแดง เรียกว่าทำรายการเอาแต่เงินออกไปอย่างเดียว จนสุดท้ายไม่ไหว ช่องก็เลยย้ายให้มาอยู่ตอนเย็น 5 โมงเย็น หลังจากนั้นไม่ว่าจะอยู่เวลาไหน ก็ขายไม่ได้อยู่ดี

เครดิตรายการ โหนกระแส

ซึ่งเพราะอะไรรู้ไหม ผมขอโทษช่อง 3 นะ ไม่ได้จะเอาเรื่องเก่ามาพูดนะ เป็นเพราะว่าเมื่อก่อนช่อง 3 เขาจะมีระบบที่ สมมติเขาขายในช่อง 33 เขาจะมีแถมช่อง 28 เหมือนเป็นการพ่วง เพราะฉะนั้นแวลู่ของตัวรายการมันก็ไม่มี สมมติว่าพี่ไปขายบริษัทนี้ แล้วเขาบอกว่าโอเคจะซื้อ เราดีใจ พรุ่งนี้ไปเซ็นสัญญา พอวันรุ่งขึ้นบริษัทกลับมาบอกเราว่า ขอโทษนะคะ ทางผู้ใหญ่เขาต้องดันกลับ เพราะว่าเราไปซื้อละครในช่อง 3 แล้วเขาแถมรายการนี้ให้แล้ว ผมทำยังไงล่ะ แต่จะไปโทษช่อง 3 ก็ไม่ได้ เพราะเป็นระบบของเขา เพราะเมื่อก่อนเป็นไทม์แชร์ริ่ง มันไม่ได้เป็นเรฟแชร์

ซึ่งมันมี 3 ระบบคือ ซื้อเวลา , ไทม์แชร์ริ่ง (แบ่งกันขาย) , เรฟแชร์ (แบ่งกันคนละครึ่ง 70 30 40 60) ตอนไหนผมใช้วิธีไทม์แชร์ริ่ง พอทำแบบนั้นปุ๊บ ชีวิตลำบากมาก เพราะอยู่ในช่องที่มีการแถม ผมก็ไปไม่ไหว เลยคิดจะทำยังไงดี ตอนนั้นผมถืออยู่ประมาณ 4 นาทีมั้ง ช่องถือ 2 นาที มัน 6 นาที แล้วช่องจะมีเก็บของเขาอีก 1 นาที ก็จะเป็นประมาณ 7 นาที ตอนนั้นก็เลยไปคุยกับคุณอัมพรและพี่ตั๋ม บอกว่าไม่ไหวแล้ว นี่ไม่เคยเล่าเลยนะ ขอคืนรายการ แต่ด้วยความที่โหนกระแส ณ ตอนนั้นมันเหมือนน้ำซึมบ่อทราย ถึงเรทติ้งน้อยมาก ผมมาจากเรทติ้ง 0.3 ,0.2, 0.1 ก็อยู่

คือทางผู้ใหญ่ก็บอกว่า ไม่อยากให้ไป หรือไม่อยากให้ออก อยากให้ทำก่อน ให้ทำไปเรื่อยๆ คือมองว่ารายการนี้ก็ให้ประโยชน์คนดูนะ ผมก็เลยบอกว่า ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาตได้มั้ย ผมขอขายตรงเลยได้มั้ย ก็คือการทอล์คสินค้า นั่งทอร์คสินค้า ตอนแรกนายก็ ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น เพราะจะผิดกฎเรื่องกสทช. หลายอย่าง ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า ช่อง 3 เขาก็จะมีกรอบ มีกฎระเบียบของเขา

เครดิตรายการ โหนกระแส

ผมบอกว่างั้นไม่ไหวจริงๆ สุดท้ายนายบอกว่า โอเค ได้ ตามนั้น แต่ขอนะว่าอย่าฮาร์ดคอร์ อย่าฮาร์ดเซลล์ ขอให้ขายอยู่ในกรอบที่ไม่มีใครมาว่าเราได้ ผมก็รับปากโอเค  ผมก็แฮปปี้ แต่เจอปัญหาอีก ทั้งหมด 6 นาที ผมถือ 4 ช่องถือ 2 ช่องมีอีก 1 เป็น 7 ผมไปขายลูกค้า 4 นาทีทอล์ค ลูกค้าไม่ซื้อเลย ลูกค้าบอกขอ 7 นาที ตอนแรกจะขอประมาณ 7-8 นาที ผมไม่รู้จะทำยังไง

สุดท้ายสิ่งที่ผมทำคืออะไรรู้มั้ย ผมต้องไปคุยกับนาย บอกผมขอช้อนซื้อ 3 นาทีของช่องมาถือไว้เองเลยได้มั้ย คือช่องไม่ต้องขายเลยในช่อง 28 ไม่ต้องไปขายใครเลย ผมเหมาเอง ช่องเห็นว่าเขาก็ไม่เหนื่อย ขายผมมา 3 นาที  ผมก็ไปขายลูกค้า 7 นาที ผมถึงเริ่มนับ 1 ได้จากวันนั้น

เล่าย้อนไปอีกว่า เมื่อที่เราเล่นละครตลอดเวลานะ แต่พอวันหนึ่งเราได้เป็นพิธีกร เราเลิกเลย เราไม่เล่นละครเลย เพราะรู้สึกว่าถ้าเกิดว่า เราไม่วัดในการหยุดเล่นละคร พี่จะเป็นพิธีกรที่ดีไม่ได้ เรามีความคิดแบบนี้ของเราคนเดียวนะต้องบอกแบบนี้ก่อน ถามว่าเพราะอะไร ไม่ใช่ขี้เกียจนะ แต่อะไรก็ตามแต่ที่เราจะเป็นพิธีกร เราไม่สามารถมีภาพอย่างอื่นที่มันหลากหลายได้ คนต้องจำภาพจากที่เราเป็นพิธีกรเท่านั้น และด้วยภาพลักษณ์ของเราเอง เราจึงจำเป็นต้องหยุดการเป็นพิธีกรอย่างอื่นด้วย เพราะจะทำให้ข่าวเราดูไม่น่าเชื่อถือ จนเป็นรายการที่หลายคนให้ความสนใจมากขึ้นทุกปี และเป็นที่รู้จักมายาวนาน 9 ปี  ”

จากวันที่เกือบล้มทั้งยืน วันนี้ โหนกระแส กลายเป็นรายการข่าวที่คนไทยพูดถึงมากที่สุด และยืนหยัดมายาวนานถึง 9 ปี ด้วยหยาดเหงื่อ ความเสี่ยง และการตัดสินใจที่เดิมพันด้วยชีวิตการทำงานจริงๆค่า