ไฮโซ สุดทน! อ้างถูก อ.ต้นผู้วิเศษ ชวนทำบุญตัดกรรม สูญเงินหลายล้าน

โอปอ อีจันบันเทิง

โอปอ อีจันบันเทิง

8 มกราคม 2569

ไฮโซ สุดทน! อ้างถูก อ.ต้นผู้วิเศษ ชวนทำบุญตัดกรรม สูญเงินหลายล้าน

กำลังเดือดสนั่นหน้าจอในรายการ โหนกระแส อยู่ตอนนี้ สำหรับประเด็นร้อนที่ออกมาเตือนภัยสังคม ถึงขบวนการอ้างตนเป็น ผู้วิเศษ แต่ไม่ใช่ผู้วิเศษธรรมดา เพราะยุคนี้แค่มีของขลังไม่พอ ต้อง สวมบทไฮโซ สร้างภาพความน่าเชื่อถือ เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนมีฐานะ ก่อนหลอกลวงเงินกันเป็นหลัก หลายสิบล้านบาท

โดยพี่หนุ่ม กรรชัย ได้บอกต้นรายการว่า “อยากเตือนถึงกลุ่มคนที่ไปหลงเชื่อบุคคลเหล่านี้ บุคคลที่อ้างตนเองเป็นผู้วิเศษ อาจจะทำให้ชาวบ้าน คนทั่วไปหลงเชื่อได้ แต่ตอนนี้มันก้าวข้ามไปอีกขั้นแล้ว การที่จะเป็นผู้วิเศษอย่างเดียวมันไม่พอ คือต้องเป็นไฮโซด้วย เพราะว่าการที่จะไปหลอกไฮโซด้วยกัน ต้องทำตัวให้น่าเชื่อถือ ให้ไฮโซเหล่านั้นเชื่อถือ มากกว่าคนรากหญ้า อัพเกรดตัวเองเป็นผู้วิเศษระดับไฮโซ เพื่อไปหลอกไฮโซ เอาเงินทีเป็นหลายๆล้าน หลอกกันแบบนี้ ที่ไม่ใช่แค่ หมื่น สองหมื่น หลอกกันเป็นสิบล้าน ซึ่งวันนี้ผู้เสียหายมากันหลายคน ในรายการ มีคุณดาต้า โดนไป 50 ล้าน คุณนัท คุณขวัญ สามี-ภรรยา อดีตพนักงานขับรถของอาจารย์ต้น และคุณมัดหมี่ พิมพ์ดาว นางเอกสาว”

ช่วงนั้นปี 2560 เป็นช่วงที่มัดหมี่มีอาการเครียดซึมเศร้า เพราะเราถอดตัวละครไม่ออก มีโอกาสไปพบจิตแพทย์ ไปพบพระก็เหมือนกับช่วยไม่ได้ ก็เลยมีรุ่นพี่ 2 คนที่เรารู้จัก เขาแนะนำว่ามีอาจารย์คนนึงที่จะช่วยเราได้ เขาบอกว่าจะช่วยเกี่ยวกับ Energy ดึงพลังงานออก ตอนนั้นเราก็เอ๊ะอยู่แต่เราก็ไป เพราะเรารู้สึกว่าเราอยากหาย เราไปกัน 3 คน มัดหมี่ Data แล้วก็เพื่อนอีกคนนึง หลังจากนั้น Data ก็หายไปช่วงนึง แต่มัดหมี่ยังไป ตอนแรกเรารู้สึกว่าเขาน่าเชื่อถือวิธีการพูดของเขา มีการลิงค์กับเรื่องของกรรม อดีตชาติ ณตอนนั้นที่เราได้เล่นซีรีย์ ก็มันค่อนข้างรินกัน เราก็เชื่อณตอนนั้นเรารู้สึกว่าเขาน่าเชื่อถือ

อะไรที่ทำให้มัดหมี่มั่นใจว่าเขาจะดึง Energy เราออกมาได้?

มัดหมี่ : เขาทำท่าเลยค่ะ หนูเจอแบบนั้นเลย ตอนนั้นเราเชื่อเลย ณตอนนั้นเราแค่รู้สึกว่าเราไม่อยากเป็นทุกข์แบบนี้ มันเป็นช่วงที่เราอ่อนแอที่สุดจริงๆ

ดาต้า : อันนี้ยืนยันได้เป็นเพื่อนกับมัดหมี่มาตั้งแต่ก่อนเข้าปี 1 ตอนนั้นเป็นช่วงที่มัดหมี่ดิ่งที่สุด เหมือนเขาอยู่ในช่วงที่กำลังยากลำบาก ในช่วงของจิตใจช่วงนั้น

บางคนบอกว่าไปหลงเชื่อได้ยังไง?

มัดหมี่ยอมรับข่าวว่าครั้งหนึ่งเราเคยถูกเอาวิชามาครอบงำ เรียกว่าโง่เลยก็ได้ ครอบครัวเพื่อนสนิทหลายคนเตือนเรา แต่เราเลือกที่จะปกป้องสำนัก

พี่หนุ่ม : จริงๆคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ ไม่จำเป็นต้องมาออกก็ได้ เขามีฐานะ ออกมาก็โดนคนครหาว่าทำไมโง่ แต่ที่เขาออกมาเขาแค่อยากจะเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตัวเขา เขาอยากให้เอาเรื่องเราของเขาเป็นอุทาหรณ์ว่าไอ้เรื่องแบบนี้มันไม่ได้จำกัดอยู่ในแค่คน วงเดียวมันหลายวงมาก แม้กระทั่งวงของเขาก็โดนแบบนี้ อยากให้คนดูใจเย็นๆอย่าเพิ่งไปต่อว่าต่อขาน ผมขอร้องจริงๆฟังก่อน คนที่คุณควรจะด่าไม่ใช่ผู้เสียหาย ถึงเขาจะไม่รู้อะไรก็แล้วแต่โง่อย่างที่คุณบอกแต่คุณต้องเข้าใจนะเขาก็ยังเป็นผู้เสียหาย เขาคือผู้เสียหายคุณควรจะด่าคนที่ทำกับพวกเขา ไม่ใช่ไปประนามหรือหยามเหยียดเขา คนที่คุณควรจะด่าคือคนที่ทำกับคนพวกนี้ เข้าใจตามนี้นะ

ขอบคุณภาพ รายการ โหนกระแส

มัดหมี่ : เรายอมรับว่าเราก็เชื่อ เราอยากจะรับผิดชอบส่วนนี้ด้วยเพราะตอนเราเชื่อเราก็อยากจะให้คนอื่น ได้ดี ณ ตอนนั้น ณ ตอนนั้นเราเชื่อว่าเขาก็ช่วยได้จริงๆ เราชวนหลายคนมากค่ะ เพื่อที่จะตัดกรรมได้ลดละได้ ครอบครัวเราก็เคยมาแต่ครอบครัวเราเตือนแล้วว่า ออกมาเถอะมัดหมี่มันไม่ใช่พุทธศาสนาจริงๆ หรือเพื่อนบางคนก็เตือนบางคนก็มาดูเหมือนมาแอบดูว่าโอเคไหม มันมีอยากรับผิดชอบส่วนนี้ด้วยเพราะว่าเราชวนหลายคน ณ ตอนนี้ บางคนก็ยังติดอยู่ที่สำนัก ก็ยังเชื่ออยู่แต่บางคนออกมาแล้วก็โชคดีไป แต่สุดท้ายเราทำอะไรไม่ได้เราทำได้มากสุดก็คือ การที่เรามาตรงนี้ยืนยันความเป็นจริง และความยุติธรรม ว่าสุดท้ายมันไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดจริงๆ

คุณเชื่อ คุณเริ่มที่จะเสียเงินยังไง?

มัดหมี่ : ตอนแรกเขาบอกว่าการลดละกำหรือการทำบุญทำที่ไหนก็ได้ เข้ามูลนิธิต่างๆได้หมดเลย ตอนแรกมา 15 คนกลุ่มเล็กๆ หลังจากนั้นคนเริ่มเยอะขึ้น 20-30 เป็นร้อยจนกระทั่ง 200 แล้วจะย้ายการปฏิบัติธรรมไปเรื่อยๆ ไปต่างจังหวัดคือจะไม่อยู่ที่เดิม หลังๆเริ่มจะให้เอาเข้าที่ของเขาแล้ว บอกว่าเอามา ช่วยตรงนี้ดีแล้ว จะช่วยการปฏิบัติธรรมในครั้งต่อไปช่วยเรื่องอาหารการกิน ช่วยในเรื่องของนำพาคนสู่นิพพาน โดยประมาณนี้แหละค่ะเชื่อเต็มที่

คุณจ่ายเงินไปยังไงบ้าง?

มัดหมี่ : มัดหมี่โอน ก็ตกใจเหมือนกัน ว่าตัวเองโอนได้เยอะขนาดนั้น

มันเป็นการตัดกรรมหรอ?

มัดหมี่ : เขาบอกมันเป็นการลดละกันเป็นการช่วยเจ้ากรรมนายเวรเป็นการช่วยคู่กรรม เขาบอกว่าเป็นคู่รักเก่าจากอดีตชาติ ทำไมความสัมพันธ์ของเราณปัจจุบัน ถึงมีปัญหา เพราะนี่ไงคู่กรรมตามมาจากในอดีตชาติอะไรแบบนี้

ดาต้า : มัดหมี่ชวน ดาต้า ไปเพราะว่าเห็น ดาต้า ไม่สบายบ่อยมาก ไปหาหมอหลายๆที่ ยังหาสาเหตุไม่ได้ เพื่อนก็สงสารเราเพื่อนก็หวังดีกับเรา เพื่อนชวนเราไปเพราะคิดว่าจะช่วยได้ ตอนแรกเราก็ไปก่อน ตอนแรกเรายังไม่เชื่อค่ะ ตอนแรกเรายังรู้สึกว่ามันแปลก เพราะเราไปเจอหน้าอาจารย์ต้นครั้งแรก เขานั่งว่าภรรยาให้เราฟังอยู่เป็นชั่วโมง รวมถึง ลูกศิษย์ของเขาอยู่ตรงนั้นอีกนิดหน่อย เหมือนทุกคนเข้านอนกันไปแล้ว เขาว่าภรรยาเขาให้ฟังเป็นชั่วโมง เราก็เลยงง เพราะว่าเราเคยปฏิบัติธรรมมาหลายที่ เราก็เลยคิดว่าเราจะไม่กลับไปอีก เรารู้สึกว่าคนนี้แปลก เราก็เลยไม่ไปอีก เราไม่ได้ไปอีกประมาณครึ่งปี เพราะเรากลับไปปฏิบัติต่างจังหวัดตามวัดป่าของเรา

ไปถึงจุดหนึ่งมัดหมี่ชวนมาอีกรอบนึง ครึ่งปีถัดไป ช่วงนั้นเราไม่สบายปวดหัวตลอดเวลา มัดหมี่ก็ได้ไปเรียนกับอาจารย์ต้นต่อ ตอนนั้นเขาสอนเกี่ยวกับกรรมที่ไม่มีคู่กรณี มัดหมี่ก็เหมือนถ่ายสไลด์นั้นส่งมา  ใน line เราก็คิดว่าควรจะมาฟังเรื่องนี้ไหม เผื่อมันจะช่วยได้ ตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะไป เพราะเพื่อนชวนเราก็โอเค คือเชื่อเพื่อนค่ะ เพราะเรารู้ว่าเพื่อนเราเป็นคนดี คนส่วนใหญ่ที่ไป ก็คิดว่าเป็นคนดีเครดิตดีและรู้ว่าเจตนาดีเราก็เลยไปเราไม่ได้สงสัยเพื่อนเราอยู่แล้ว เราคิดว่าคนที่เพื่อนเราสแกนมา ก็น่าจะโอเค หรือแม้แต่คนที่ชวนมัดหมี่ไป ก็ดูเป็นคนที่มีเครดิตดีเราก็เข้าใจว่าน่าจะโอเคเพราะเราก็รู้จักพี่คนนั้นเหมือนกัน

ขอบคุณภาพ รายการ โหนกระแส

หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นครับ?

ดาต้า : หลังจากนั้นก็ติดเบ็ด ก็ไม่เชื่ออยู่ครึ่งปีเลยนะ พอไปเขาก็เริ่มสอนเกี่ยวกับการลดละกรรม เขาก็จะมีการให้เราทำสมาธิ มันก็รู้สึกดี เราก็เลยรู้สึกว่า รู้สึกดีขึ้น บรรยากาศที่ไปมันก็อบอุ่น ตอนนั้นยังเป็นกลุ่มเล็กๆ ผู้ปฏิบัติทุกคนใจดี บรรยากาศอบอุ่นทุกคนมาด้วยเจตนาที่ดี อยากจะขัดเกลาตัวเองอยากจะพัฒนาตัวเองให้จิตใจดีขึ้น มันเป็นบรรยากาศที่ดีในตอนนั้น เรารู้สึกว่าก็ไม่เสียหาย เพราะตอนนั้น เขาบอกว่าเราโอนเงินไปทำบุญที่ไหนก็ได้ เราก็เลยรู้สึกว่าถ้าเราไปก็คงไม่เสียหายอะไร เพราะเขาไม่ได้บังคับให้เราโอนเงินไปที่เขาตั้งแต่แรก เราก็โอนเงินทำบุญลดละกันไปที่โรงพยาบาลสงฆ์บ้างบ้านเด็กตาบอดบ้าง ทำอย่างนั้นอยู่เป็นปีหลังจากที่กลับไป อาจจะมีให้แค่ค่าครู สำหรับค่าครูก็แล้วแต่

เอาที่ดินกี่ไร่ยกให้เขา?

ดาต้า : 18 ไร่ ที่เขาใหญ่

เอาที่ดินที่เขาใหญ่แล้วที่สวยมากให้เขาไป แล้วไปสร้างเป็นสถานปฏิบัติธรรม ถูกไหม?

ดาต้า : ใช่ค่ะ

พี่หนุ่ม: วันนี้เราพูดคุยถึงเรื่องราวของไฮโซตัดไฮโซทำไมถึงใช้คำนี้ คนที่นั่งอยู่ตรงนี้ส่วนใหญ่จะถูกแล้วก็เป็นไฮโซนั่นแหละครับ ส่วนอีกมุมนึง ที่เป็นคู่กรณี ก็ถูกขนาดนามว่าเป็นไฮโซด้วยเหมือนกันหนึ่งในนั้นมีไฮโซคนหนึ่งครับชื่อว่า ไฮโซต้น เดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟังว่า ทำไมไฮโซต้นคนนี้ เข้าไปเกี่ยวข้องกับอาจารย์ต้น แล้วมันเป็นการเจอสมกัน แล้วทางกลุ่มผู้เสียหายเขาเชื่อว่าสองคนนี้ น่าจะรู้กัน และมีการแบ่งประโยชน์กัน ในการทำต่างๆนานา ถ้าท่านเป็นผู้บริสุทธิ์ท่านกลับมาเถอะครับ แล้วท่านก็กลับมาฟ้องพวกนี้ นั่งอยู่ตรงนี้รอให้ฟ้องอยู่เลย ทั้งคุณมัดหมี่ ทั้งฝั่งของตัวคุณดาต้า คุณนัดคุณขวัญเขารออยู่ ถ้าคุณอยากจะฟ้องคุณกลับมา แล้วผิดถูกว่ากัน ถ้าวันนี้คุณจะบอกว่าเขาหมิ่นประมาทคุณคุณก็มาสู้ ทางนี้เขาจะสู้ว่าคุณเอาเงินเขาไปยังไง มันก็จะได้เคลียร์กันไป มานั่งต. ต. เลอะเทอะ เดี๋ยวจะเอ่ยนามสกุลด้วย แล้วตระกูลคุณ คุณก็ไปเอานามสกุลเขามาใช้นะ ผมบอกก่อนเลย เป็นนามสกุลของแม่คุณนะ แล้วมันทำให้คนอื่นเขาหลงเชื่อด้วยมันไม่ดี มันเสียหายไปถึงตระกูลเขาอีกเยอะแยะมากมาย

ขอบคุณภาพ รายการ โหนกระแส

ทำไม ถึงไปหลงเชื่อขนาดนั้น?

ดาต้า : ใช้เวลาหลายปีมากค่ะ มันไม่ใช่ข้ามคืนที่เราจะเชื่อ ถึงจุดหนึ่งเรากาดตก เราเริ่มคิดแล้วว่าเขาคงไม่ได้หาผลประโยชน์อะไรจริงๆเพราะเขาให้เราทำบุญที่อื่นมาเป็นปีเลย เขาจะพูดกับคนใหม่ๆที่เข้าไป ว่าทำบุญที่ไหนก็ได้ ก็ดีเหมือนกันแล้วพอมันผ่านไป พอเราเริ่มเป็นคนเก่าเขาจะเรียก beginner กับ Advance พอเราเป็นคนเก่า เขาเรียกว่า Advance อยู่กับเขามาสักพักหลายๆปี เขาก็จะเปลี่ยนไปบอกว่า จริงๆแล้วทำบุญมาที่เขา มันจะได้ประโยชน์สูงสุดเป็นบุญสูงสุด เพราะว่าเขาจะเอาเงินนี้ ไปทำประโยชน์ให้กับผู้คน ช่วยคนกลับนิพพาน ตอนนั้นยังไม่มีเรื่องที่เกิดขึ้น เราปฏิบัติตามโรงแรมอยู่หลายปีมาก ไปทำต่างจังหวัดปราจีนบ้างศรีราชาบ้างครั้งละ 3 วัน 2 คืน ทุก 2 เดือน และระหว่าง 2 เดือนนั้นทุกๆ 2 อาทิตย์จะมีการสนทนาธรรมกัน ที่ซอยประดิพัทธ์ในกรุงเทพฯ พูดง่ายๆว่ามาฟังธรรมะกันทุกๆ 2 อาทิตย์ พูดง่ายๆว่าเราจะเจอกันทุกๆ 2 อาทิตย์เลย เหมือนเราโดนกรอกข้อมูลทุกๆ 2 อาทิตย์บิ้วขึ้นเรื่อยๆ มันก็ค่อยๆเปลี่ยนไปจนกลายเป็นว่า สิ่งที่เขาทำ มันช่วยคน กลับนิพพาน ถ้าเราทำกลับไปที่เขามันจะช่วยคน เขาจะชอบพูดให้ลูกศิษย์ได้ยินให้เราได้ยิน ว่า คนเวลาหยอดกล่อง ชอบหยอดเหรียญ อาจารย์ต้นกับภรรยาเขาเดือดร้อนเขาสองคนคุยกันให้เราได้ยิน ว่าอีกสักพักคงต้องปิดปฏิบัติ ทำแล้วแหละ เพราะว่าค่าใช้จ่ายไม่พอ

มัดหมี่: พอได้ยินอย่างนั้นเราก็ลงไปใหญ่เลย

ดาต้า : เขาพูดแบบนี้ให้ได้ยินหลายๆกลุ่มด้วยลูกศิษย์ก็เลยสงสาร เราก็รู้สึกว่าเห็นใจ เหมือนตัดพ้อกับภรรยาว่าคงจะทำต่อไม่ค่อยได้แล้วคงจะต้องปิดแล้วล่ะ

ดาต้า : เรื่องที่ดินเขาขอเลยค่ะ จริงๆตอนนั้นยังไม่มีที่ดิน ตอนนั้นลูกศิษย์เขาเพิ่มมา 200-300 คน เขาก็เลยมาปรึกษามาคุยกับเราว่า ลูกศิษย์เขาเยอะแล้วอยากจะมีที่ปฏิบัติธรรม เป็นของตัวเองมีอาคารเป็นของตัวเองจะได้ไม่ต้องคอยไปใช้โรงแรมนั้นโรงแรมนี้ เพราะเวลาไปโรงแรมทุกคนก็ต้องจ่ายค่าห้องในโรงแรมค่าอาหารต่างๆ เขาชอบบอกว่าเขาขาดทุน

ตอนนั้นไฮโซต้นเข้ามาหรือยัง?

ดาต้า : มาช่วงปีที่ 2 ค่ะ ช่วงแรกๆยังไม่มีแต่พอคนเริ่มเยอะก็จะเริ่มมีไฮโซต้นเข้ามา

เอาเป็นว่าคุณยกที่ดินให้เขาได้ยังไง?

ดาต้า : เขามาขอว่าเขาอยากได้ที่ที่เขาใหญ่ เหมือนเขาบอกว่าเขาต้องการสร้างสถานธรรมเพราะว่าคนเยอะแล้ว คิดว่าถึงเวลาที่จะมี สถานธรรมของตัวเองได้แล้ว ขอทราบอยู่แล้วว่าเราไปปฏิบัติธรรมตรงนั้นตรงนี้แล้วก็จะสร้างไว้ตรงนั้นตรงนี้เขาจะทราบข้อมูลนี้เขาจะรู้ว่าเราศรัทธาด้านนี้อยู่แล้วเขาก็เลยถามเรา พอเราได้ยินคำว่าสร้างสถานธรรม เราก็คิดว่าโอเคดีสิ

18 ไร่ ตอนแรกเป็นชื่อใคร?

ดาต้า : ตอนแรกทั้งหมดมันเป็นของเรา เป็นชื่อเรากับครอบครัว มันจะมีที่ 2 ผืน ผืนข้างหลังจะเป็นชื่อของที่บ้านเรา ผืนข้างหน้าถ้าจำไม่ผิดเขาน่าจะให้เป็นชื่อของบริษัทเขา ไปเลยตั้งแต่แรกแต่ใช้เราเป็นหุ้น

แม่ดาต้า : คือ 18 ไร่นี้เขาจะเปิดบริษัทขึ้นมาอีกบริษัทหนึ่ง ตอนแรกบริษัทที่เขาใช้รับเงิน ค่าลดละกรรม จะเป็นชื่อนึง พอมีโครงการของทางเขาใหญ่เขาจะเปิดอีกบริษัทหนึ่ง

ที่ดินเก่าเป็นชื่อของใคร?

แม่ดาต้า : เขาเป็นคนขับพาไปดูที่ด้วยกันเลย

พี่หนุ่ม : เขาอยากสร้างสถานปฏิบัติธรรม แล้วเขาไปเล็งที่แปลงนี้เอาไว้ แต่ไม่มีตังค์เขาก็เลยพาพวกคุณไปดู แล้วก็บอกว่าที่แปลงนี้เป็นที่ที่บุญนะถ้าซื้อแปลงนี้คุณจะได้บุญนะคุณจะมีบุญมากเลยเพราะคนจะมาปฏิบัติธรรม พวกคุณจะสำเร็จเป็นอรหันต์เลย เพราะฉะนั้นจะต้องซื้อที่แปลงนี้นะ แล้วก็ทำสถานปฏิบัติธรรม พวกคุณก็เลยเอาเงินพวกคุณไปซื้อที่แปลงนี้แต่ไม่ได้ใส่ชื่อพวกคุณ เอาไปใส่ชื่อบริษัทของเขา

แม่ดาต้า : ที่ยอมให้ใส่ตอนนั้นเพราะหนึ่งในนั้นมีชื่อของน้องชาย ดาต้า 2 คนเป็นชื่อหนึ่งในบริษัทด้วย 2 คนรวมกันก็ถือหุ้น 51% ถ้าจำไม่ผิดนะคะ เราก็เลยคิดว่าเรายังจะคุมตรงนั้นได้ ส่วน 34 ไร่ด้านในเป็นชื่อของครอบครัวเรา ก็คือมีชื่อคุณแม่ ดาต้า และชื่อน้องชาย ส่วนนั้นไม่ได้ให้ แต่ส่วน 18 ไร่ เราคิดว่ามันมีชื่อตรงนี้อยู่ พอ Data ยอมโอนให้เขาไป เขาเอาชื่อลูกเราออกไป จากบริษัท

ขอบคุณภาพ รายการ โหนกระแส

พี่หนุ่ม : ที่ดินแปลงนี้เงินที่ซื้อมาซื้อจากเงินของพวกคุณ เรามีหลักฐานในการโอนเงิน แต่พอซื้อมาเสร็จ ที่กลับมากลับไปใส่ชื่อบริษัท ซึ่งบริษัทนั้นมีชื่อของน้องชายของเราสองคนเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ในนั้น สุดท้ายที่ดินแปลงนี้จดอยู่ในชื่อของบริษัทไปๆมาๆบริษัทที่คุณจดไว้มันกลับกลายเป็นว่าเขาเอาชื่อน้องคุณออกไปแล้วเขาแต่งอีกคนนึงเข้ามา เพื่อเป็นกรรมการผู้มีอำนาจในการเซ็น มันก็เลยกลายเป็นว่าคุณไม่มีอำนาจในการบริหารอะไรในนั้นเลย

ดาต้า : ใช่ค่ะ แล้วเขาก็ไล่เราออกมา ไล่ออกมาจากออฟฟิศโดนให้คุณไฮโซต้นเป็นคนเดินมาบอกว่าให้เราออกไปได้แล้ว

กรรมการ ที่เข้ามาอยู่ในบริษัทนั้นมีชื่อไฮโซต้นไหม แล้วเขามาเกี่ยวข้องยังไง?

ดาต้า : ไม่มีค่ะ เขามานั่งบริหารแทนเราในออฟฟิศ เข้ามาบอกว่าอาจารย์ให้มาขอ ฐานข้อมูลของลูกค้าทั้งหมด แล้วก็บอกให้เราออกไปได้แล้วแล้วเขาก็ทำหน้าไม่พอใจ

ทำไมถึงมีภาพพระเยซูไปอยู่ตรงนั้นกับพระพุทธรูปได้?

ดาต้า : เขาจะพูดว่าข้างในเขา จิตของอาจารย์ต้นจริงๆเหมือนกับนิพพานไปแล้ว แล้ว เป็นจิตขององค์ผู้สร้างมาอยู่แทน แล้วก็มีองค์พุทธะมาอยู่ด้วย ข้างๆ

ดาต้า : เขาบอกว่าพระศิวะอยู่กับเขาเหมือนกันก็คือทั้งหมดเลย เขาพูดบ่อยมากทุกศาสนาอยู่กับเขาหมด ลูกศิษย์จะเป็นศาสนาอะไรก็ได้

หลังจากที่ซื้อที่ให้เขาไปแล้ว ยังไงต่อ?

ดาต้า : เขาก็แปลกใส่เราเลย จากปกติที่เคยดีกับเรา กลายเป็นไม่มองหน้าไม่สบตาไม่คุยด้วย เหมือนเราเป็นอากาศธาตุ เดินผ่านเราไปเลย ก็เลยรู้สึกว่าเริ่มแปลกแล้ว สักพักหลังจากนั้นเขาก็เริ่มมาบอกเราว่า ขอให้เราบริหารสถานธรรมด้วยไม่ได้แล้ว เพราะว่าเขาติดต่อกับเจ้าที่ได้ แล้วเจ้าที่บอกว่าเราเป็นคนไม่ดี เขาฝันว่าเจ้าที่มาบอก ว่าเราเป็นคนบาปหนา เป็นคนไม่ดี เขาบอกว่าอดีตชาติเราเคยทำลายพระพุทธเจ้า เราก็เลยไม่มีสิทธิ์ที่จะทำสถานธรรมอีกต่อไปแล้ว

พี่หนุ่ม:  กูเป็นคนจ่ายเงินซื้อที่ดินไปแท้ๆ แต่เจ้าที่มึงกลับบอกว่า กูเป็นคนไม่ดี ทำไมไม่ถามเจ้าที่ไปว่า เจ้าที่มึงรู้ไหม ว่ากูจ่ายเงินซื้อไป ซื้อที่มึงมานะ?

ดาต้า : ตอนนั้นก็คิดว่าทำไมเจ้าที่ไม่เข้าฝันเร็วกว่านั้นสักเดือนนึง ก่อนที่จะกลายเป็นชื่อเขา

ขอบคุณภาพ รายการ โหนกระแส

หลังจากนั้นเขาทำยังไง?

ดาต้า : ตอนนั้นเราก็งงเราก็ไก่ตาแตกอยู่อึ้งอยู่แล้วเขาก็บอกว่า ให้ทำต่อไม่ได้แล้ว แล้วก็ให้ไฮโซต้นเข้ามาในออฟฟิศเรา ให้มาขอข้อมูลต่างๆ แล้วก็ให้ไล่เราออกมา แล้วให้ไฮโซต้นบริหารแทน หลังๆไฮโซต้นมาประจำค่ะ ช่วงแรกๆไม่เจอช่วงหลังๆพอเขาเข้าปฏิบัติแล้วเขามาตลอด หลังๆเลยเจอกันบ่อยมาก

แล้วคดีความมันไปยังไงบ้างหลังจากที่เขาเอาคุณออกมา แล้วคุณทำยังไงต่อ?

ดาต้า : เขาจะเตะเราออกจากตรงที่เป็นธุรกิจแต่ตรงสำนักเขายังอยากจะเก็บเราไว้ เพราะว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตามเราอาจจะมีประโยชน์อะไรบางอย่างอยู่ แต่พอเขาเริ่มสัมผัสได้ว่าเรากับแม่รู้สึกไม่เชื่อเขา แล้วเขาก็เลยเริ่มขู่เขาขู่ด้วยว่า ถ้าใครออกจากสำนักเขา จะมีอันเป็นไปถึงชีวิตเลยนะ

มัดหมี่: แต่ออกมาแล้วดีเลยชีวิตเรารู้สึกว่าชีวิตเป็นอิสระ มันไม่ได้ถูกครอบจากความกลัว คือเขาจะฝังเมล็ดความกลัวไว้ให้ทุกคนว่าทำแบบนี้แล้วมารลง ทำแบบนี้แล้วล้ำเส้นคุยแบบนี้ไม่ได้แม้กระทั่ง เราเองมีปัญหากับที่บ้านเพราะที่บ้านเตือนไม่อยากให้ไปแต่เราก็จะพูดว่าอย่าพูดอย่างนี้นะแม่อย่าพูดอย่างนี้นะพ่อเดี๋ยวมารลงเดี๋ยวล้ำเส้น กลายเป็นเราทะเลาะกับที่บ้านทะเลาะกับเพื่อน ภายในหลังๆเขาจะเริ่มแบ่งพรรคแบ่งพวกด้วย เขาจะทำให้คนทะเลาะกัน

ดาต้า : เขาจะอยากให้เชื่อเขาคนเดียว เพิ่งมาทราบที่หลัง ว่ามันคือออฟฟิศขายกัญชา ตอนแรกมันเป็นออฟฟิศไหมรับรองแขก

คลิปเสียง : พัฒนาการของผมก็คือผมไม่ต้อง เกิดแล้ว ก็แสดงว่าพวกเราอย่างน้อย กรรมของผมที่เป็นคนเนี่ย เข้ามาแล้ว หน้าที่มันชัดเจนแล้ว วันนี้คนเก่าถึงพูดได้ คนใหม่จะพูดน้อยกว่านี้ ถามว่า 100% ไหมไม่มีอะไรร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ทำให้ดีที่สุดอย่างน้อยเจนนี้รุ่นนี้ผมว่าได้กลับ อย่างน้อย คนที่ทำหน้าที่จะต้องเปลี่ยนข้างใน ถ้าคุณกลับไปแล้ว คนที่เปลี่ยนจิต ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ต้องช่วยเหลือผู้อื่น ไม่งั้นคุณจะทุกข์ทรมาน แสนสาหัส มีความทุกข์บนโลกมนุษย์ มันสุดจริงๆ ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น แต่ไม่ช่วยก็ไม่ได้ รอข้างในของคนคนนั้นอาจจะเป็นกากที่อยากจะกลับอยู่แล้ว แต่ไอ้สังขารมันติดไง น่าเสียดายหลายๆคนก็มี เพราะฉะนั้นด้วยความเป็นมนุษย์มันน่ากลัวครับมันเชื่ออะไรไม่ได้

ขอบคุณภาพ รายการ โหนกระแส

ดาต้า : ความหมายก็คือคำว่า คนที่เปลี่ยนจิต เขาหมายถึงคนเก่าๆ เขาพูดว่าต้องช่วยเหลือผู้อื่น ความหมายคือต้องช่วยงานเขา เขาบอกว่างานของเขาเป็นงานของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และถ้าใครไม่ทำก็จะมีอันเป็นไป อย่างตอนที่ดาต้าจะออก เขาก็จะขู่ว่า ดาต้าจะโดนธรณีสูบ แล้วลูกก็จะเป็นใบ้ตอนนั้นลูกเพิ่งจะ 2 ขวบเอง

แต่เขาบอกว่าเขานิพพานแล้วนะ เขาจะไม่กลับมาเกิดแล้ว

ดาต้า : ที่เราไม่เคยออกมาพูดในออนไลน์ เล่าก่อนเลยว่า ตั้งแต่เรารู้อย่างนี้เราออกจากสำนักเขาแล้ว ทั้งๆที่เขาขู่ขนาดว่าเราจะตาย จะโดนธรณีสูบ เราไม่สนใจแล้วเราออกเลย แล้วพอเราออกเลยเราเดินไปแจ้งความเราเข้ากองปราบทันที พอเราเดินเข้ากองปราบกองปราบก็คีย์ชื่อของอาจารย์ต้น ก็ขึ้นประวัติอาชญากรรม แล้วก็หนีมาแล้ว 8 ปีที่ตามจับ เราก็เลยอึ้ง เพราะว่าเขาไม่เคยบอกชื่อจริงใครเลย เราได้รู้แค่ตอนท้ายที่มีเรื่องที่ดินที่เขาใหญ่ เราถึงได้รู้ชื่อจริงเขาเราไม่เคยได้สามารถตรวจสอบชื่อจริงเขาได้เลย

มีคลิปบอกว่า เอาเงินมาทำบุญเพื่อลดกรรมได้?

คำถามในคลิป: จะตัดกรรมยังไงคะ?

อ.ต้นตอบ : ของทางเราก็มีนะ บางคนก็มาทำตรงนี้ ต้องแบ่งส่วนกำไร มาลดละกรรมครับเท่านั้นเอง

พี่หนุ่ม : ขอโทษนะ อาจารย์ต้นมึงมันบ้า มึงพูดได้ยังไงเขาขายของ ได้กำไรมา เขาเปิดร้านเหล้า ร้านอะไรก็บอกติดกรรม บอกถ้าได้กำไรมาต้องทำบุญ 30% กับอาจารย์ต้น เพื่อลดละกรรม มึงเป็นใครเนี่ย ขอโทษนะพี่อาจจะพูดไม่ค่อยเพราะ แบบนี้มันไม่ถูกต้อง

ขอบคุณภาพ รายการ โหนกระแส

คุณนัทตกลงคุณรู้จักไฮโซต้นไหม?

นัท : ดูจากตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัยครับ เขาเป็นเพื่อนของเพื่อนเขาเรียนอยู่คณะหนึ่งที่จุฬา ผมก็เรียนอยู่คณะหนึ่งที่จุฬา เป็นเพื่อนรู้จักกันก็เลยมาเจอกันอันนั้นเป็นจุดเริ่มต้นครับ

ก็ผ่านมาเรื่อยๆ จนกระทั่งส่งมาทำลัมโบ ตัวเขาเองเขาใช้ Lamborghini ไปซื้อรถข้างนอกไม่ได้ซื้อกับผม แล้วเข้ามาเข้ากลุ่ม ก็ดีใจเจอเพื่อนเก่า ไม่เจอกันตั้ง 20 กว่าปี เจอกันก็คุยกันปกติก็เริ่มสนิท วันหนึ่งเขาบอกว่า เขาจะทำธุรกิจ เราก็ไม่ได้สนใจอะไร ก็สรุปว่าเริ่มยืมเงิน ล็อตแรก 5 ล้าน 3 ล้าน แล้วก็ 3 ล้าน

อีกทีนึงก็ 3 ล้าน รวมกันก็ 14 ล้าน เขาก็เป็นคนทำสัญญาทั้งหมด เขาบอกว่าจะไปลงทุนทำธุรกิจอะไรของเขานี่ล่ะครับในบริษัท ด้วยความเป็นเพื่อน การ์ดเราก็ลดลงกว่าปกติ เราก็เชื่อเพื่อน เราแทบไม่ได้สนใจเลยว่าเขาจะเอาไปทำอะไรเหมือนเพื่อนยืมเงิน

สุดท้ายปัญหามันเกิดขึ้นยังไง?

นัท : ปัญหาเกิดขึ้นตรงที่ว่า วันที่เขายืมเงิน ก็มีกำหนดสัญญาคืน ในสัญญามีตีเช็กล่วงหน้าหมดเลย ดอกเบี้ยเขาก็เป็นคนเสนอทุกอย่างเขาเป็นคนเสนอ การทำสัญญาทั้งหมด ถึงวันหนึ่งดอกเบี้ยจ่าย พอถึงจุดปุ๊บครบสัญญา เราอยากได้เงินต้นคืน แล้วเขาก็บอกว่า ขอผลัดผ่อนไปก่อน แล้วเขาก็ผลัดผ่อนไป 1 ปี ก็ยังจ่ายดอกเบี้ย เราก็บอกว่าไม่ได้แล้ว ซึ่งเช็กเขาก็ไม่ได้ขึ้น ผลัดผ่อนไปเรื่อยๆ

จนถึงจุดหนึ่งค่อนข้างพีค เราก็ตัดสินใจจุดหนึ่งว่า เราจะฟ้องเนี่ยเขามีบริษัท ที่เหมือนกับปล่อยกู้ เขาก็บอกว่า ตอนนี้เขายังไม่มีเงินนะ แต่บริษัทเขามีเงินเขาให้ผมกับพาร์ทเนอร์ผม ไปกู้เงินในบริษัทเขา ไปเป็นลูกหนี้ แล้วเขาจะทำให้ เพื่อเอาเงินมาคืนผมก่อน เขาบอกว่านั่นคือความพยายามที่จะคืนเงินของเขา

เขาบอกว่าถ้าผมไปฟ้องยังไงก็ไม่ชนะนะ เพราะเขาพยายามที่จะคืนเงินแล้ว ด้วยวิธีนี้ แต่ผมก็ไม่ได้ไปกู้นะครับ เขาก็ผลัดผ่อนมาตั้งแต่กุมภาพันธ์ มาเมษามากรกฎาคม 68

เขาบอกว่า ธุรกิจไม่ดี อย่างแรกของไม่จ่ายดอกเบี้ย

อย่างที่ 2 คือคิดว่าจะคืนเงินได้ประมาณปี 2570 ผมบอกว่า เราควรจะมานั่งคุยกันนะ เขาบอกว่า เขาไม่ค่อยว่าง เขาเดินทางไปอเมริกา ไปติดต่อธุระจนสุดท้ายก็คือ ติดต่อไม่ได้แล้ว แล้วก็ให้ทางภรรยาของเขา เขาบอกว่าถ้ามีอะไรก็ติดต่อผ่านทางภรรยาของเขา ซึ่งจริงๆผมมองว่า คือคู่สัญญาคือเราสองคนมันไม่ควรจะเอาภรรยาเขามาเกี่ยวข้อง ก็เลยบอกว่าถ้าจะเอาภรรยาเข้ามาคุย ทางขวัญเองเขารู้จักกับภรรยาของทางคุณต้น ก็เลยให้ทางคุณขวัญเป็นคนคุย ให้ผมไปคุยมันตลก

พี่หนุ่ม : ตอนนี้ทราบไหมว่าอาจารย์ต้นและไฮโซต้นเขาอยู่ที่ไหน?
ดาต้า : เข้าใจว่าอยู่ ซีแอตเทิล อเมริกา เท่าที่ได้รับข้อมูลมาคือเขาไปเจอกันที่นั่นอาจารย์ต้นหนีไปเป็นปีๆแล้ว หนีมาน่าจะ 2 ปีแล้ว ธุรกรรมที่นี่เขาน่าจะให้นอมินีทำเขาจะให้ลูกศิษย์คนนึง เป็นกรรมการแทนชื่อเขา เขาไม่ใส่ชื่อตัวเองไว้ในบริษัทเลย

ทนายแก้ว : ตอนที่เขาไป เขาให้ไฮโซต้นบริหารกิจการคนเดียวไปก่อน?
ดาต้า : อันนี้ไม่ทราบว่าให้ใครบริหารค่ะ แต่ทราบว่าเขาเคยให้ลูกศิษย์เขาคนนึง เป็นนอมินีที่บริหารตรงนั้นด้วยคอยเข้าไปดูแล เพราะตัวเขาไม่อยู่ หรือแม้แต่ช่วงที่ตัวเขาอยู่เขาก็ให้ลูกศิษย์เป็นคนดูแล

ทนายแก้ว : ค่าครูที่เราโอนไปชื่อใคร?
ดาต้า : ชื่อบริษัทมายแอนโซล

มัดหมี่ : โอนไปเรื่อยๆประมาณ 8 ล้านเวลา 4 ปีครึ่ง เขาอ้างว่าเป็นค่าครูค่าลดละกรรม ทำบุญอะไรอย่างนี้

ดาต้า : เวลาที่เราทำบุญลดละกรรมเข้าไป เขาบอกว่าเป็นการไปทำประโยชน์ จุดที่บางอ้อก็คือ พอเราเข้ากองปราบเราเห็นประวัติ เขาก็บอกว่า เส้นทางการเงิน ที่มาจากบัญชีลดละกรรม มันถูกไปซื้อเป็น บ้านเงินสด 35 ล้านบาท ซื้อรถพอร์ชเงินสด 10 กว่าล้าน เราก็ซื้อพวกของแบรนด์เนม ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงที่หลายคนเริ่มสงสัย ว่าทำไมพฤติกรรมการใช้เงินเขาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดจากที่ปกติ จากเมื่อก่อนใส่เสื้อ ชุดขาวปฏิบัติธรรมตลอด แต่หลังๆเป็นใส่แบรนด์เนมตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยแบบนี้ ช่วงนั้นลูกศิษย์สงสัยกันเยอะเหมือนกัน ตอนที่ออกมาตอนนั้นก็ออกมากันเยอะ จากประมาณ 300 คนจะเหลือแค่ 50 คน อยู่ประมาณเป็นครึ่งปี เขาก็ค่อยก่อร่างสร้างตัวให้กลับมาอีก ใครที่รู้จักเขามาเป็นเวลานานจะถูกเตะออก ภรรยาเขาเป็นคนบริหารทั้งหมด แต่อาจารย์จะเป็นคนสอน ภรรยาเขาตอนนี้เท่าที่ทราบก็คือยังอยู่เมืองไทย

แล้วที่ไปแจ้งความคดีไปถึงไหนแล้ว?
ดาต้า : เห็นว่ากำลังพยายามเร่งออกหมายจับนะคะ เท่าที่ทราบอาจารย์ต้นเขากระโดดไปมาหลายๆประเทศไปอยู่ที่นั่นแป๊บนึงไปอยู่ที่นี่แป๊บนึง แต่ทราบว่าเขาไปเจอกันที่ซีแอตเทิล ไม่ทราบว่าอยู่นานแค่ไหน เท่าที่ทราบคือไฮโซต้นอยู่อเมริกาเลย

เรื่องราวนี้ เรียกได้ว่าสะท้อนให้เห็นถึง การหลอกลวงในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่คำพูดลอยๆ แต่มีการสร้างภาพ สร้างโปรไฟล์สวยหรู สร้างความศรัทธา จนหลายคนเผลอเชื่อใจและต้องแลกมาด้วยเงินจำนวนมหาศาล