“ก้อง ห้วยไร่” เปิดใจ เจตนาเห็นแก่ตัว สาสมแล้วกับสิ่งที่ได้รับ
migrator
13 มกราคม 2564

หลังจากที่นักร้องเสียงอีสานอย่างหนุ่ม “ก้อง ห้วยไร่” ออกมาโพสต์ระบายความรู้สึกและยอมรับว่าเคยแต่งงานมาแล้วและมีลูกจริงๆทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เคยปฏิเสธมาตลอด จนถูกคนขุดขุ้ยเรื่องราวกันไม่เลิก และดูจากช่วงเวลาแล้วหนุ่มก้องอาจจะมีการคบซ้อนเกิดขึ้น จนโดนชาวเน็ตโจมตีอย่างหนัก จนกระทบถึงครอบครัว ทั้งเมียเก่า เมียปัจจุบัน และลูกๆ ทำให้หนุ่มก้อง ห้วยไร่ ตัดสินใจออกมาเล่าความจริงทั้งหมด พร้อมยอมรับผิด โดยก้องได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า
“มันเป็นความผิดของตัวเราเอง เพราะผมก็ต้องยอมรับในสิ่งที่ตัวเองทำไว้ เจตนาคือเห็นแก่ตัวมาก กลัวว่าความนิยมที่เราเคยได้รับ มันจะหายไปหรือเปล่า มันเป็นความคิดของเด็กบ้านนอก แล้วมีโอกาสได้มาอยู่ตรงนี้ มันก็เลยคิดไปต่างๆนานาให้ตัวเองรอด แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นเรื่องที่ทำลายความรู้สึกพี่น้องแฟนเพลง ผมต้องขอโทษ (ยกมือไหว้) ทุกๆคนนะครับ แล้วก็มีพี่สื่อหนึ่งคือไนน์เอ็นเตอร์เทน พี่เขาพยายามถามผมตลอดว่ามีภรรยาหรือยัง มีลูกจริงไหม ผมก็โกหกเขามาตลอด เพราะเจตนาเหมือนเดิม เพราะคิดว่าฉันจะปกปิด มันเป็นความเห็นแก่ตัว ผมต้องขอโทษจริงๆนะครับ ขอโทษด้วย “








พอเบลรู้เรื่องเลิกเอ๋เพราะมาคบเบลเขาว่าไงบ้าง?
“มันรักกันไปแล้ว ผมกับเบลยอมรับผิดทุกอย่าง ขอโทษเอ๋ด้วยที่ไม่ได้คุยกันตั้งแต่วันที่ตัดสินใจเลิก เพราะว่าผมกับเอ๋ได้หมั้นกัน โดยเป็นพิธีของอีสาน ก็คือผูกข้อต่อแขนยังไม่ได้แต่งงาน ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน”
เห็นเขาออกมาชี้แจงประเด็นสินทรัพย์?
“ผมว่ามันเป็นการเชื่อมโยงที่ไม่ใช่ตัวเราพูด แล้วเขารู้สึกว่าเขาถูกทำร้าย ถ้าผมเป็นเขาผมก็จะออกมาพูดว่าทุกคนออกมาด้วยความเจ็บปวด เอ๋ออกไปด้วยความเจ็บปวด แล้วทำไมจะต้องไปตอกย้ำเขาอีก ซึ่งที่เอ๋พูดเป็นสิ่งที่ถูกต้องครับ”
ได้คุยได้เคลียร์กับเอ๋บ้างไหม?
“ยังไม่ได้คุยกับเอ๋ตั้งแต่วันที่ตัดสินใจแยกทางกัน ด้วยความที่เป็นคู่หมั้นแล้วแยกทางกัน ผมเป็นคนผิดสัญญาหมั้น เพราะผมเป็นคนเลิก เงินที่หมั้นหมาย ผมก็ให้เอ๋ไป โดยที่ไม่ได้ทวงคืน ซึ่งมันก็เป็นส่วนตรงนั้นไป แต่ส่วนที่เอ๋ออกมาพูดก็คือรายได้จากการทำงานของผม ซึ่งผมก็บอกว่าเอางี้นะเอ๋นะ ถึงไม่สามารถจะใช้คำว่าร่วมทุกข์ร่วมสุข เพราะตอนนั้นผมเป็นเน็ตไอดอลแล้ว มีคนรู้จักจากการดีดกีตาร์ลงเฟซบุ๊ก จากเพลง ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน จนพี่กบเอามาทำเป็นเพลงแล้ว แต่เราก็อยู่ในฐานะคู่หมั้นกัน เงินที่เราหาได้ทุกบาททุกสตางค์ เราแบ่งกันคนละครึ่งได้ไหม ตัวผมเอง ผมก็ต้องใช้ชีวิตต่อ ผมก็ต้องมีค่าใช้จ่าย ผมต้องให้เงินเดือนพ่อแม่ พี่สาวและหลานๆ ที่ผมเคยพูดไปครับ ก็เลยขอเอ๋มา ซึ่งเป็นเงิน 1.8 ล้านบาท ก็แบ่งกันได้คนละ 9 แสน ณ ตอนนั้นครับ”

