เก่งลายพราง ขอโต้กลับหลังดราม่าดัง ลวงผู้หญิงไปบ้างหวังขืนใจ

อีจัน บันเทิง

อีจัน บันเทิง

8 กันยายน 2568

เก่งลายพราง ขอโต้กลับหลังดราม่าดัง ลวงผู้หญิงไปบ้างหวังขืนใจ

หลังกรณีดราม่าดัง เก่งลายพราง ที่มีผู้หญิงออกมาแฉว่าถูกเก่งลวงไปที่บ้าน หวังขืนใจ วันนี้เก่งออกมาโต้กลับแล้ว ฟังเรื่องงราวในมุมของเก่งลายพรางจากปาก

รายการโหนกระแส

ซึ่งเริ่มแรกเก่งเล่าว่าเริ่มรู้จักฝ่ายหญิงมา 4 ปีแล้ว ตอนแรกคุยกันเรื่อธุรกิจ จะให้ไปรีวิวโรงงานไวน์ ทักมาจ้างงาน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือทางฝ่ายหญิงทักมา เนื่องจากอกหักจากแฟน ซึ่งก็ได้มีการนัดไปทานข้าวกัน เก่งได้มีการพิมพ์ข้อความหาฝ่ายหญิง “อานน้ำแต่งหัวหอม ๆ เลยนะ” “พี่จะขอกอด” “ขอหอม” และได้เริ่มมีการคุยกันเชิงชู้สาวหลังจากฝ่ายหญิงโสด ซึ่งได้มีการคุยกันมาตลอดก่อนจะมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น

ซึ่งตลอดเวลาฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายทักมาก่อนตลอด และได้มีการนัดเจอกันแต่คลาดกันตลอด ซึ่งพอวันที่เกิดเหตุ 5 กันยายน 2568 ทั้งคู่นัดกันไปร้านไก่อย่าง ย่านรัชดา ซึ่งเจอกันก็ได้มีการกอดและหอมในครั้งแรกที่เจอ ซึ่งในวันนั้นเก่งเล่าว่าทางฝ่ายหญิงก็ไม่ได้มีการปฎิเสธอะไร ซึ่งได้มีภาพยืนยันเหตุการณ์

รายการโหนกระแส

ซึ่งทางฝ่ายหญิงเล่าว่าตนมีธุรกิจมากมาย ทั้งรีสอร์ท โรงงานไวน์ และคุยกับเก่งว่าอยากสร้างอนาคตร่วมกัน ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้มีการคุยกันที่ร้านไก่ย่าง ก่อนที่ทางเก่งจะชวนฝ่ายหญิงไปดื่มต่อที่บ้าน

ซึ่งก่อนหน้านี้ทางรายการโหนกระแสได้มีการติดต่อกับฝ่ายหญิงและได้มีการต่อสายให้ฟังตลอดและจะมีการโต้กลับทางโทรศัพท์ แต่อยู่ ๆ ฝ่ายหญิงก็ได้หายจากสายและติดต่อไม่ได้ และอ้างว่าทางตำรวจไม่ให้พูด แต่ทางพี่หนุ่มกรรชัยได้มีการโทรถามทางตำรวจและได้คำตอบว่าทางตำรวจไม่ได้ห้ามใด ๆ และสักพักฝ่ายหญิงก็ได้กลับเข้ามาในสายโดยให้น้องสาวเป็นคนพูดสายแทน

ซึ่งในวันเกิดเหตุก็ได้นั่งคุยกันที่ร้านไก่อย่างประมาณ 1-2 ชม. และได้มีการกอด และนั่งข้างกันตลอดเวลา หลังจากนั้นก็ไปต่อที่บ้านและเดินจูงมือเข้าซอยกันไป

ทางฝ่ายหญิงยืนยันว่ารู้จักกับเก่งมา 4 ปี และได้มีการชวนกันไปกินไก่ย่างจริง ส่วนเรื่องที่มีรีสอร์ทและที่พัก 80 หลัง ทางฝ่ายหญิงยืนยันว่าไม่ได้พูดถึง แต่เรื่องโรงงานไวน์มีจริง ซึ่งในวันเกิดเหตุทางฝ่ายหญิงเล่าว่าทางเก่งเข้ามากอดแบบยังไม่ได้ตั้งตัว ซึ่งทางน้องสาวของฝ่ายหญิงก็ได้เล่าว่า ทางฝ่ายหญิงขอกลับบ้านแต่ทางเก่งไม่ให้กลับ ยึดโทรศัพท์ และทางน้องสาวได้มีการโทรไปหาในขณะเกิดเหตุและอยู่ในสายตลอดและพยามขอร้องให้ทางเก่งปล่อยพี่สาวกลับบ้าน ซึ่งทางฝ่ายหญิงยืนยันว่าวันนั้นทางเก่งได้มีการกอดหลายครั้งโดยไม่ตั้งตัว และทางฝ่ายหญิงไม่ได้ปฎิเสธตอนกอดและการนั่งข้าง ๆ และนั่งต่อไปเรื่อย ๆ โดยไม่ได้สมัครใจ ซึ่งที่ไม่กล้าปฎิเสธเพราะทางเก่งได้มีการขู่จะทำร้าย ซึ่งตอนชวนไปที่บ้าน ทางฝ่ายหญิงเล่าว่าตอนไปที่บ้านได้มีการบอกว่าได้มีการอยู่กันหลายคนแต่สักพักก็ได้เหมือนมีการส่งสัญญาณให้คนค่อย ๆ ออกไป และทางฝ่ายหญิงได้มีการขอลูกสาวของเก่งว่าให้ช่วย แต่ทางลูกสาวพูดว่า “พี่ขอคนผิดแล้ว” และไม่ได้มีการยินยอมในการอยู่สองต่อสอง

รายการโหนกระแส

ซึ่งทางด้านเก่งก็เล่าว่า ได้มีการเข้าไปดื่มกันในบ้าน และมีเพื่อนหนึ่งคนอยู่ด้วยชื่อ “ตั้ม” และหลังจากนั้นก็มีลูกสาวเข้ามาชวนไปทานสุกกี้ และทางเก่งได้พยายามชวนฝ่ายหญิงอยู่ค้างคืน และไม่ได้มีอะไรด้วยเนื่องจากฝ่ายหญิงเป็นประจำเดือน และได้มีการกอด หอมกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ฝ่ายหญิงเล่าว่าทางฝ่ายหญิงได้มีการฝากให้ทางเก่งไปซื้อผ้าอนามัยให้เพื่ออาศัยจังหวะหลบหนี แต่ทางเก่งได้นำโทรศัพท์ของฝ่ายหญิงไปด้วย และล็อกบ้าน ซึ่งทางเก่งยืนยันว่าไม่ได้มีการนำโทรศัพท์ของฝ่ายหญิงออกไป

ซึ่งทางน้องสาวฝ่ายหญิงยืนยันว่าเก่งได้มีการยึดโทรศัพท์ของฝ่ายหญิงอยู่ตลอด รวมถึงกระเป๋าที่เป็นของส่วนตัว และทางน้องสาวโทรหาฝ่ายหญิง แต่ทางเก่งก็เป็นฝ่ายรับสายอยู่ตลอด และทางฝ่ายหญิงก็ทนไม่ไหวทิ้งทุกอย่างและวิ่งหนีขึ้นแท็กซี่ ซึ่งเก่งก็ได้มีการวิ่งตามมาเคาะกระจกรถแท็กซี่และทางฝ่ายหญิงก็ได้มีการหลอกชวนเก่งไปที่คอนโด เพื่อจะให้น้องสาวมาช่วยเพื่อหลบหนี และน้องสาวก็ไปหาที่คอนโด และทางเก่งก็ได้มีการนำยานอนหลับออกมาให้ทางฝ่ายหญิงทานแต่ไม่ได้มีการทาน ซึ่งทางฝ่ายหญิงก็ขอร้องขอกลับบ้าน และทางเก่งได้มีการขู่ โทรหาลูกน้องและมีการขู่ว่าจะเอาปืนมายิง และทางฝ่ายหญิงได้มีการโทรหาน้องชายให้โทรแจ้งตำรวจ และหลังจากนั้นตำรวจก็ได้เข้ามา ซึ่งทางฝ่ายหญิงก็พูดทิ้งท้ายว่าก่อนวางสายว่า “มีหลักฐานทั้งหมด ไว้เจอกันในชั้นศาลค่ะ”

ซึ่งทางฝั่งของเก่งก็เล่าว่า ตอนที่อยู่บ้านก็ได้อยู่กัน 3 คน โดยมีเพื่อนอีกคนคือ “ตั้ม” และหลังจากนั้นทางลูกสาวก็ได้มีการเข้ามาชวนไปกินสุกกี้ แต่ทางเก่งและฝ่ายหญิงไม่ได้ไป ทำให้ทั้งคู่อยู่ด้วยกันสองคน และหลังจากนั้นก็ได้มีการชวนให้ขึ้นไปนอนที่ห้อง ซึ่งทางฝ่ายหญิงก็ได้บอกว่าเป็นประจำเดือนและได้ให้เก่งไปซื้อผ้าอนามัย ซึ่งหลังจากกลับมาทางฝ่ายหญิงก็ได้มีการบอกกับทางเก่งว่าอยากกลับบ้าน ซึ่งทางเก่งก็ได้ชวนให้นอนด้วยแต่ทางฝ่ายหญิงบอกว่าจะพาน้องสาวมานอนด้วยเป็นเพื่อน และได้มีการนั่งซ้อนท้ายลูกเขยออกไปเพื่อนำกระเป๋าไปคืนไม่ใช่วินอย่างที่ฝ่ายหญิงเล่า และฝ่ายหญิงเป็นคนชวนขึ้นรถไปที่คอนโดเอง และยืนยันว่าไม่เคยล็อกบ้าน และไม่ได้ถือโทรศัพท์ของฝ่ายหญิงออกไป ซึ่งทางลูกสาวของเก่งก็ได้มีการยืนยันว่าบ้านล็อกไม่ได้จริง ๆ

ซึ่งสักพักทางฝ่ายหญิงก็ได้มีการโทรเข้ามาอีกครั้งและปฎิเสธทุกกรณีและยืนยันว่าที่เก่งพูดมาทั้งหมดไม่เป็นความจริง ทั้งเรื่องการยินยอมให้หอม กอด และการขึ้นไปห้อง รวมถึงยังมีเรื่องของการยัดยาอีก ซึ่งฝ่ายหญิงบอกว่ามีหลักฐานทุกอย่าง และส่งให้ทางตำรวจเรียบร้อยแล้ว

ทางด้านของ จูน (ลูกสาวของเก่ง) ก็ได้เล่าว่า ได้มีการเข้าไปชวนฝ่ายหญิงไปทานสุกี้ด้วยแต่ถูกปฎิเสธเลยไปกับคนชื่อตั้มแค่ 2 คน และได้กลับมาอีกครั้งตอนมีเรื่องแล้ว และที่ทางฝ่ายหญิงคู่กรณีบอกว่า ได้มีการขอทางจูนให้ช่วยแต่ถูกปฎิเสธ ทางจูนเล่าว่าไม่จริงไม่เคยปฎิเสธ และยังบอกกลับฝ่ายหญิงอีกว่า “พ่อน่าจะเมาแล้วพี่กลับได้เลย”

ฟังมาทั้งหมดเรียกได้ว่าหนังคนละม้วนกันเลยทีเดียว ซึ่งต้องบอกเลยว่าเรื่องราวนี้จะจบลงแบบไหนก็คงต้องเป็นเรื่องของกฎหมายต่อไป และถ้ามีอะไรเพิ่มเติมทางอีจันบันเทิงจะมาอัปเดตให้ฟังอีกครั้งค่ะ