ฝ่าฟันทุกมรสุม คุณตัน ภาสกรนที จากติดลบ 100 ล้าน สู่อนาจักรหมื่นล้าน
ปลา อีจัน บันเทิง
8 ธันวาคม 2566

“จะรวย ต้องเป็นคนบ้า”
เป็นคำพูดที่มักจะได้ยินจากปากของ “คุณตัน ภาสกรนที” ได้บ่อย ซึ่งถ้าหากไม่ได้คิดอะไร คงเป็นคำพูดติดตลกที่เขามักจะใช้พูดเพื่อสร้างสีสันเฉยๆ โดยที่ความหมายที่ คุณตัน ต้องการจะสื่อจริงๆได้เล่าความคิดผ่านรายการ “ตือจันบันเทิง”ออกอากาศเมื่อวันพฤหัสบดีวันที่ 11 ธันวาคม 2566 ผ่านเพจอีจันบันเทิงให้ลูกเพจได้ฟังว่า
“ถ้าเราทำงานเหมือนๆคนอื่น เงินเดือนเท่าๆกันกับคนอื่น เราแทบจะไม่มีสิทธิ์รวยเลยครับ ดังนั้นเวลาที่ผมจะทำอะไร ผมจะตั้งใจทำอย่างบ้าคลั่งครับ ผมตั้งใจทำงานทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ จากที่เคยมีหนี้ 100 ล้าน จนตอนนี้ผมไม่มีหนี้แล้ว ต้องเล่าก่อนเลยว่าผมเป็นเด็กที่เรียนหนังสือไม่รู้เรื่องเลย เวลาจะทำอะไรผมมักจะเริ่มต้นจากการสังเกตคนอื่นที่เขาทำในสิ่งเดียวกันกับที่ผมสนใจ แล้วนำมาปรับใช้ มีเหตุการณ์หนึ่งที่ผมจำได้ขึ้นใจเลย แล้วเป็นแรงฮึดให้ผมสู้คือ ตอนนั้นผมไม่มีบ้านครับ แล้วแม่ของผมบอกว่า เดือนนี้ไม่มีเงินค่าเช้าบ้านแล้ว เราจะมีบ้านอยู่หรือเปล่ายังไม่รู้”

สิ่งที่ป๊าตือและทีมงานอีจันบันเทิงคาดคิดว่า เส้นทางมหาเศรษฐีอย่าง #คุณตันอิชิตัน ต้องเป็นลูกคุณหนูร่ำรวยจากมรดก คุณพ่อคุณแม่มาตั้งแต่กำหนดแต่พอมาฟังจากปากคุณตันเส้นทางชีวิตของผู้ชายคนนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่โรยด้วยขวากหนาม กัดฟันสู้มาตลอดโดยคุณตันเล่าต่อว่า “อาชีพแรกที่ผมเริ่มทำเลยคือ แบกของ ไม่ได้มีหน้าที่อะไรนะ วันๆแค่แบกของขึ้นตึกลงตึกอย่างเดียว พอมาเริ่มทำธุรกิจแบบจริงๆจังๆตอนนั้นผมไม่รู้เรื่องอะไรเลยในตอนที่เริ่มแม้แต่ธุรกิจอย่างร้านถ่ายรูป ตอนที่ผมมีความรู้สึกว่า เริ่มอยากทำเลยคือตอนที่โอกาสได้ไปสิงคโปร์ ฮ่องกง ผมเลยมีโอกาสได้ไปเห็นว่าประเทศเขามีสตูดิโอถ่ายรูปเยอะมาก ซึ่งที่ไทยยังไม่มีเลยในสมัยนั้น พอเริ่มทำเลยหาลูกค้ากลุ่มแรกจากการออกบูธในงานแฟร์ ความซวยในตอนนั้นคือ พิมพ์เบอร์โทรร้านในใบปลิวผิด จบงานนั้นมีแต่คนโทรผิดไปหานายพล จนนายพลคนนั้นโทรมาด่าเลย ว่าทำให้เขาเดือดร้อน เราก็ดันแจกใบปลิวไปซะเยอะเลย พอถึงตอนลงมือทำ ผมไม่รู้เลยว่าถ่ายยังไง ตอนนั้นแค่เอาตัวอย่างผลงสนคนอื่นมาใส่อัลบั้มขายให้ลูกค้าเลือก พอเขาเลือกก็เลยไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะมันเป็นตัวอย่างของร้านถ่ายรูปที่ไต้หวัน เราก็เลยเริ่มจากการไปซื้อตัวช่างภาพมาถ่ายรูปให้ โดยให้ภารกิจเขาไปว่า คุณมีหน้าที่ถ่ายรูปยังไงก็ได้ให้เหมือนอัลบั้มต้นฉบับที่ลูกค้าเลือกมา สำหรับผมคิดว่าของแบบนี้มันอยู่ที่กลยุทธการขายจริงๆ แล้วหลังจากนั้นผมก็ค่อยๆเริ่มที่จะเรียนรู้ตามตัวอย่างที่คนอื่นเขาได้ทำมาก่อนแล้ว จากการถามบ้าง ไปเรียนบ้าง จนผมสามารถทำได้ดีกว่าทุกๆคน ผ่านไป 2-3 ปีคนที่สอนผมมาเที่ยวที่ไทยตอนนั้นคนที่สอนผมเขามีร้านแค่ 2-3 ร้าน แต่ผมมี 8 ร้านตอนนั้น เขาถามเลยว่าผมทำได้ยังไง ผมเลยตอบไปตามจริงว่า ร้านของผมผมมีทุกอย่างที่เขาสอนผมหมดเลย ผมทำงานทุกอย่างจนผมเริ่มมีฐานะขึ้นมา”

“ไม่ได้บ้าทำบุญ แต่ผมช่วยคนตามจังหวะ จะช่วยคนอย่าคิดเยอะ” คำกล่าวของคุณตันที่พูดในรายการ นอกจากเป็นนักธุรกิจหมื่นล้านแล้ว หมวกอีกใบของคุณตัน ยึดเหนี่ยวยึดถือต่อชีวิต คือการทำบุญช่วยเหลือสังคมและผู้ด้อยโอกาส โดยคุณตันเล่าปิดท้ายว่า “คนที่มาขอความช่วยเหลือก็มีมากมายหลายเคสเลยครับ แต่ผมก็ไม่ได้ช่วยหมดทุกคนหรอก แต่ผมก็ดูเท่าที่ผมไหว และช่วยตามกำลัง แต่บางเคสที่พอเห็นว่าเราให้แล้วมาขอเรื่อยๆผมก็ไม่ได้ให้ เพราะถือว่าผมช่วยเหลือไปแล้วแต่เขาจัดการได้ไม่ดีเอง ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรอีกแล้ว ผมไม่ได้บ้าทำบุญ แต่ผมช่วยคนตามจังหวะ และ เวลา จะช่วยคนอย่าไปคิดเล็กคิดน้อยเลย”

ใครที่อยากรวยเหมือนคุณตัน ก็ลองเอาแนวคิด ทฤษฎี “คนรวย = คนบ้า ถ้าไม่บ้าก็ไม่รวย?” ไปลองไปปรับใช้ดูกันนะคะเพราะอย่างน้อยคุณตันก็เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่ชีวิตเริ่มต้นจากศูนย์ ไม่ได้ร่ำรวยมาตั้งแต่เกิด แต่ปัจจุบันเป็นนักธุรกิจใจบุญ ที่โด่งดังมีอนาจักรเป็นหมื่นล้าน ด้วยความบ้า=คนรวย ที่เล่าสู่กันฟัง และนี่เป็นเนื้อหาส่วนหนึ่งจากบทสัมภาษณ์ในรายการ ตือจันบันเทิง สำหรับในตอนต่อไป ตือจันบันเทิง จะพาไปพบกับแขกรับเชิญท่านใดสามารถติดตามได้ที่เพจ อีจัน บันเทิง ทุกวันอังคารและพฤหัสบดี เวลา 18:00 น. แล้วมาพบกันได้ใหม่ในรายการ #ตือจันบันเทิง นะคะ
