เปิดชีวิต เอ็มมี่ แม็กซิม จากจุดสูง สุดสู่ขุมนรก

เปิดชีวิต เอ็มมี่ แม็กซิม จากจุดสูง สุดสู่ขุมนรก ทั้งถูกฉุด ท้องในวัย 19 ปี ติดคุกที่มาเลเซีย และคดีแชร์ 26 ล้าน?

ชีวิตของ เอ็มมี่ แม็กซิม ไม่ต่างอะไรจากละครเรื่องหนึ่ง ที่เต็มไปด้วยทั้งแสงไฟ น้ำตา ความเจ็บปวด และการดิ้นรนเอาชีวิตรอด

จากเด็กผู้หญิงที่เคยถูกเลี้ยงเหมือนเจ้าหญิง… สู่วันที่ต้องกินน้ำก๊อกประทังชีวิต
จากวันที่มีแม่บ้านคอยป้อนข้าว… สู่วันที่ต้องตื่นตีสี่ครึ่งเดินขายปลาเพื่อแลกเงินไปโรงเรียนวันละ 3 บาท
และจากผู้หญิงที่เคยอยู่บนจุดสูงสุดของวงการ… สู่วันที่ใส่กำไล EM เดินขึ้นศาล พร้อมคำตัดสินจำคุกกว่า 11 ปี

นี่คือชีวิตจริงของผู้หญิงที่ชื่อ “เอ็มมี่ อมลวรรณ

เอ็มมี่ เกิดที่จังหวัดอุทัยธานี แต่โตที่พัทยา เธอเป็นลูกสาวคนโตของบ้าน ชีวิตช่วงเด็กสุขสบายจนแทบไม่ต้องทำอะไรเอง ถุงเท้าต้องรีด กางเกงในต้องรีด แม่คอยป้อนข้าวแม้กระทั่งตอนอยู่โรงเรียน

แต่ทุกอย่างพังลงในวันที่พ่อแม่แยกทางกัน แม่พาเธอไปอยู่ที่อุบลราชธานี ก่อนจะบินไปทำงานที่ญี่ปุ่น ทิ้งเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ไว้กับยาย และนั่นคือช่วงเวลาที่ชีวิตพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ

ตอนนั้น เอ็มมี่ ได้เงินไปโรงเรียนเพียงวันละ 3 บาท บางวันต้องกินน้ำก๊อก บางวันต้องขโมยข้าวเพื่อนกิน ทุกเช้าตีสี่ครึ่ง เธอต้องตื่นไปเดินขายปลาในหมู่บ้าน กว่าจะขายเสร็จก็เกือบหกโมงเช้า ยายจะวางเงินไว้ให้คนละ 3 บาท สำหรับหลานทั้งสามคน แล้วค่อยไปโรงเรียน เธอใช้ชีวิตแบบนั้นมาจนจบ ม.2

จนวันที่แม่กลับมาจากต่างประเทศ และพาเธอไปเที่ยวที่พัทยา เอ็มมี่บอกว่าแค่ได้อยู่ใกล้แม่ ก็รู้สึกเหมือนชีวิตกลับมาอบอุ่นอีกครั้ง เธอจึงตัดสินใจเลือกย้ายมาอยู่กับแม่ มาเรียน ม.3 ที่พัทยา พอเรียนจบ แม่กลับบอกว่าเราจะต้องโยกย้ายอีกครั้ง แต่เธอชอบที่นี่ สุดท้ายเธอหนีออกจากบ้านแม่ เพื่อไปใช้ชีวิตกับพ่อที่พัทยาใต้…ที่นั่นเอง เธอได้เห็นโลกอีกใบ

พ่อของเธอเปิดร้านอาหารกึ่งคาเฟ่ ทุกคืน เอ็มมี่ จะเห็นนักร้องบนเวที ได้พวงมาลัย ได้เงิน ได้เสียงปรบมือ เด็กสาววัยกำลังโต เริ่มอยากสวย อยากดัง อยากเป็นเหมือนผู้หญิงบนเวที จึงแอบฝึกร้องเพลงอยู่คนเดียว และเมื่อเธอเริ่มมั่นใจ เธอจึงตัดสินใจขอพ่อเป็นนักร้องในร้าน แต่ด้วยความเป็นห่วง คุณพ่อจึงไม่อนุญาต สุดท้ายเธอจึงตัดสินใจหนีไปสมัครร้องเพลงที่คาเฟ่ใหญ่ที่สุดในพัทยา และคืนแรกในชีวิต เด็กอายุเพียง 15 ปีคนนั้น ได้เงินถึง 100,000 บาท

ภายในเวลาไม่ถึง 3 เดือน เอ็มมี่ มีเงินล้าน แต่โลกกลางคืนไม่ได้มีแค่แสงไฟ เธอเพิ่งรู้ว่าการได้พวงมาลัยจากลูกค้า หมายถึงการต้องลงไปนั่งดื่มกับแขก VIP และเรียนรู้การเอาตัวรอดในโลกผู้ใหญ่เร็วเกินวัย แม้จะหาเงินได้มาก แต่ในใจ เอ็มมี่ กลับมีความฝันอีกอย่าง จริงๆ แล้ว “เธอไม่ได้อยากเป็นนักร้องคาเฟ่ แต่เธออยากเป็นดารา”

ในยุคนั้นเธอกลายเป็นดาวเด่นที่ใครๆ ก็อยากได้ แต่มีหนึ่งคนที่เธอเองก็รู้สึกพอใจ เขาเป็นลูกทนาย ที่อายุไล่เลี่ยกันกับเธอ วันหนึ่งเขาขอให้เธอย้ายไปใช้ชีวิตอยู่กับเขา แต่ เอ็มมี่ กลับปฏิเสธ เพราะความกลัว กลัวว่าจะต้องห่างพ่อ กลัวว่าจะอันตราย

จนคืนนั้นเอง หลังเลิกงาน เธอไปนั่งร้านอินเทอร์เน็ตตามลำพัง เพื่อค้นหาเส้นทางเข้าสู่วงการบันเทิง แต่ระหว่างเดินกลับ เธอกลับถูกผู้ชายคนนั้นฉุดขึ้นมอเตอร์ไซค์ และชีวิตก็เข้าสู่ฝันร้ายทันที

เอ็มมี่ ถูกกักขังอยู่เกือบ 1 ปี โทรศัพท์ถูกทุบ ซิมถูกหัก ห้ามติดต่อใคร เธอพยายามหนีหลายครั้ง ทั้งเอาเสื้อผ้ามามัดต่อกันแล้วไต่ลงจากชั้น 7 กระโดดหนีจนขาเจ็บ วิ่งเข้าป่า ขึ้นรถทัวร์ แต่ก็ถูกตามลากลงมา หรือแม้ในวันที่เธอมีโอกาสได้ติดต่อ ขอให้แม่พาตำรวจมาช่วย สุดท้ายเขาก็ตามไปฉุดเธอกลับมาถึงที่กรุงเทพฯ เธอถูกฉุดกลับไปถึง 4 ครั้ง ถูกทำร้ายจนหน้าเละ ตัวช้ำ แต่สิ่งเดียวที่ยังอยู่ในหัวคือ “กูอยากเป็นดารา

เอ็มมี่บอกว่า เธอไม่เคยอยากมีผัว ไม่เคยอยากถูกขัง ชีวิตตอนนั้นมีแค่ “เงิน” กับ “ความอยากดัง” เป็นแรงผลักดันเดียว ด้วยความที่ทนอีกต่อไปไม่ไหว เธอตัดสินใจบอกเขาถึงความฝันของเธอ และสุดท้ายเขาก็ยอมปล่อยมือ

หลังเป็นอิสระ ชีวิตเหมือนเปิดประตูอีกบาน เมื่อวันหนึ่งมีแมวมองเดินเข้ามาทักระหว่างเธอกินข้าวกับแม่ที่ห้วยขวาง พร้อมชวนไปเล่นมิวสิกวิดีโอ วันนั้น “ต้อม” ตายไป และ “เอ็มมี่” ถือกำเนิดขึ้น

เธอเริ่มใช้ชีวิตในวงการบันเทิง โดยมี ตุ้ม ปริญญา คอยดูแล ได้เห็นชีวิตดารา เห็นรถตู้มารับ เห็นคนกางร่มให้ และมันยิ่งทำให้เธอทะเยอทะยานหนักกว่าเดิม

วันหนึ่งความสามารถในการแสดงของเธอก็ไปเตะตาผู้กำกับ อย่าง อาต๋อย จรินทร์ พรหมรังษี จากเด็กบ้าน ๆ ดั้งแหมบ ๆ ที่ไม่มีใครคิดว่าจะได้เป็นนางเอก เอ็มมี่ค่อย ๆ จึงมีงานหนัง งานละคร และได้เล่นละครช่อง 3 เป็นครั้งแรกในชีวิต แต่พอชีวิตกำลังไปได้ดี เธอกลับตั้งท้องลูกคนแรกตอนอายุ 19 ปี

อย่างไรก็ตาม เอ็มมี่ ไม่เคยมองว่าลูกคือความผิดพลาด เธอบอกว่ามันคือผลลัพธ์ของความรัก แม้จะเสียดายโอกาสในวงการบ้าง แต่ก็เลือกทำหน้าที่แม่อย่างเต็มที่

หลังคลอดลูก เธอกลับเข้าสู่วงการอีกครั้ง ด้วยละคร “แรงเงา” ของ หน่อง อรุโณชา ที่ทำให้คนเริ่มรู้จักชื่อของเธอมากขึ้นเรื่อย ๆ เธอเริ่มถูกพูดถึง แต่ในขณะที่ชีวิตกำลังไปได้สวยเธอตั้งท้องลูกคนที่ 2 ตอนอายุ 22 ปี และเลือกไปคลอดที่ประเทศมาเลเซีย เพราะยุคนั้น “ดาราห้ามมีลูก”

แต่ชีวิตก็เล่นตลกอีกครั้ง ทันทีที่ไปถึง เธอกลับถูกตำรวจรวบในปฏิบัติการกวาดล้างหญิงไทย จนต้องนอนคุกมาเลเซียทั้งที่กำลังแพ้ท้อง ถูกยึดพาสปอร์ต ไม่มีแม้แต่สิทธิ์ทำสูติบัตรให้ลูก แต่โชคยังดี เธอได้เจอกับผู้ชายใจดี ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ แม้กระทั่งร่างกายของเธอ เขาเลี้ยงดู ส่งเงินให้ที่บ้านเธอเดือนละ 50,000 บาท เป็นเวลาปีกว่า จ่ายให้หมดแม้กระทั่งค่าคลอดลูก

ซึ่งหลังคลอด เอ็มมี่ ต้องแอบร้องเพลงหาเงินตอนกลางคืน พอลูกกินนมเสร็จก็ลงไปร้องเพลง พอน้ำนมไหลก็ตื่นขึ้นมาป้อนลูกต่อ สุดท้าย เธอต้อง “อุ้มลูกหนีออกจากประเทศ” เพราะไม่มีเอกสาร ไม่มีพาสปอร์ต และไม่มีทางกลับไทยแบบถูกกฎหมาย

หลังกลับมาไทย เธอประกวด Miss Maxim Thailand และกลายเป็นตัวเต็งทันที แต่แล้วก็ถูกแฉว่า “ซุกลูก” แต่แทนที่ชีวิตจะพัง กลับกลายเป็นว่า เอ็มมี่ ได้รับกำลังใจมหาศาล ผู้หญิงหลายคนเริ่มกล้าออกมายอมรับว่าตัวเองมีลูกเหมือนกัน จากเรื่องอื้อฉาว เธอกลับกลายเป็นไอดอลของผู้หญิงยุคนั้นโดยไม่รู้ตัว ชีวิต เอ็มมี่ ขึ้นถึงจุดสูงสุด มีชื่อเสียง เงิน งาน และคนติดตามจำนวนมาก ก่อนที่ทุกอย่างจะพังอีกครั้งจากธุรกิจแชร์

เธอยอมรับว่าตัวเองบริหารเงินผิดพลาด ถูกลูกแชร์โกง ทบเงินจนรับผิดชอบไม่ไหว สุดท้ายถูกแจ้งความ ถูกสังคมตราหน้า และถูกตัดสินจำคุก 11 ปี 7 เดือน จากคนที่เคยได้เงินรีวิวรูปละแสน กลายเป็นคนไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล
จากคนที่เคยมีเพื่อนเต็มวงการ กลับไม่เหลือใครเลยในวันที่ล้ม

เอ็มมี่ บอกว่า ช่วงนั้นเธอต้องกินยาจิตเวชทุกวัน เครียดจนแทบเป็นบ้า แต่จุดที่ทำให้ลุกขึ้นสู้ คือวันที่เห็นคำว่า “จุดรับยาคนบ้า” ในโรงพยาบาล

“กูไม่ได้บ้า” เธอบอกกับตัวเองแบบนั้น ก่อนจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ซึ่งคนที่อยู่ข้างเธอในวันที่ไม่เหลืออะไร คือ สามี เต๋า เอกพงศ์ ผู้เอาปืนไปจำนำ หาเงินมาประกันตัวเมีย และคอยป้อนข้าวป้อนน้ำให้ในวันที่เธอใส่กำไล EM…ทุกวันนี้ เอ็มมี่บอกว่าชีวิตมีแค่ “ลูก” กับ “ครอบครัว”

ซึ่งล่าสุด เอ็มมี่ ก็ได้ออกมาปกป้องครอบครัวของเธอ ทวงเงินกว่า 2 ร้อยล้านบาท จากไฮโซท่านหนึ่งในวงการบันเทิง เอ็มมี่ อเล่าว่า ไฮโซได้ทำธุรกิจร่วมกับพ่อเลี้ยงชาวสวิส และแม่ของเธอ ในการส่งออกหน้ากากอนามัย ไปให้กองทัพทหารที่ประเทศสวิตเซอร์แสนด์ แต่ในวันส่งของ ปรากฎว่า ไฮโ คนดังกล่าวกลับส่งของมาไม่ครบ ไม่ตรงปก เสียหายกว่า 2 ร้อยล้าน เธอจึงประกาศออกสื่อว่าให้นำเงินมาคืนครอบครัวเธอ ตามคำสั่งศาล หรือเข้ามาเจรจาอย่างจริงใจ

สุดท้าย เอ็มมี่ เล่าว่า ชีวิตเธอในวัย 41 ปี ไม่มีอะไรน่าห่วง นอกจากปัญหาเรื่องสุขภาพ ทำเอาเธอกังวลเมื่อไม่นานมานี้มีหมอดูทักว่าเธอจะมีอายุแค่เพียง 42 ปี ซึ่งก็คือปีหน้า… แม้จะไม่อยากเชื่อ แต่เธอก็จัดเตรียมทุกๆ เอาไว้ให้ลูกๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เธอขอบคุณครอบครัว ลูกๆ สามีของเธอที่มอบชีวิตใหม่ ขอบคุณทุกคนที่ซัปพอร์ต พร้อมกับสั่งเสียว่าในวันงานสุดท้ายของเธอ เธออยากให้ทุกคนใส่ชุดสีทอง ยิ้มแย้ม เหมือนตอนที่มีความสุขร่วมกัน และขอเพียงอย่างเดียว อย่าทิ้งลูกๆ ของเธอทั้ง 3 คน

จากเด็กหญิงที่เคยเดินขายปลา
สู่แม่คนที่ต้องอุ้มลูกหนีข้ามประเทศ
จากดาราสาวสุดเซ็กซี่
สู่ผู้หญิงที่เคยถูกสังคมเหยียบจนแทบลุกไม่ขึ้น

ชีวิตของเอ็มมี่ แม็กซิม อาจไม่สมบูรณ์แบบ
แต่ทุกบาดแผลในชีวิต คือหลักฐานว่าเธอ “สู้” มาตลอดจริง ๆ