ทำไมต้องลาออก? หมอของขวัญ เปิดหมดเปลือก ลั่น ขอไม่ทนระบบไม่ยุติธรรม
โอปอ อีจันบันเทิง
27 กุมภาพันธ์ 2569

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งประเด็นร้อน ที่สะเทือนวงการแพทย์ไม่น้อย เมื่อ หมอของขวัญ ออกมาเปิดใจแบบหมดเปลือกผ่าน อีจันบันเทิง หลังตัดสินใจ คืนใบประกอบวิชาชีพแพทย์ ที่ทำมานานกว่า 20 ปี เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 69
โดยเจ้าตัวยืนยันชัดว่า การตัดสินใจครั้งนี้ ไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบ แต่ผ่านการคิด วิเคราะห์ และต่อสู้กับระบบมานานหลายปี


” คือจริงๆแล้ว สาเหตุหลักที่เราตัดสินใจลาออก มี 2 ข้อคือ
การที่ไม่เห็นด้วย กับกฎที่ใช้ดุลยพินิจตัดสินจริยธรรม
คำว่า ดุลยพินิจ มัน ไม่มีมาตรวัด เราทำการกระทำหนึ่งร้ายแรงแค่ไหน
สู้ว่าเราเป็นคนของใครไม่ได้ เนื่องจากดุลยพินิจ มันคือความคิดของกลุ่มคนเล็กๆ ที่ตัดสินดูชี้เป็นชี้ตาย คนที่ถูกสอบจริยธรรม สิ่งที่สำคัญที่สุด คือจริยธรรมต่อผู้ป่วยสองคือ จริยธรรมต่อองค์กรและวิชาชีพ
ส่วนสาเหตุ ที่ 2 ก็คือ การออกกฎลิดรอนสิทธิ์ การประกอบวิชาชีพของคนที่อยู่ในแพทย์สภา ดังนั้น หมอก็เลยมองว่า สิ่งนี้เราขอไม่รับ
ดังนั้นถ้าระบบมันบิดเบี้ยว สิ่งที่เราทำได้มีอยู่สองอย่างก็คือ
แก้ไขมันหรือออกจากระบบ
หมอใช้เวลาห้าถึงหกปี ในการต่อสู้เพื่อพยายามจะแก้ไข ชนะคดีที่ศาลปกครองก็แล้ว อะไรก็แล้ว แต่ไม่สามารถแก้ไข และมันยิ่งหนักข้อในการที่ถูกจดจ้อง และเล่นงาน และยืนอยู่ตรงข้ามฝ่ายขั้วของคนที่มีอำนาจ
สุดท้ายสู้กับผู้ที่มีอำนาจ เหมือนต่อยลม เหมือนคว้าลม ดังนั้น ถ้าแก้ไม่ได้ก็ต้องออก

และอยู่ในวิชาชีพนี้มา 20 ปี ยอมทิ้งวิชาชีพ แน่นอนว่า ไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบ ไม่ใช่การตัดสินใจข้ามคืนแน่นอน มันผ่านกระบวนการวิเคราะห์ คิด และไตร่ตรองมาอย่างดีแล้ว
เบื้องต้นเลย เราไม่เคยมีคดี ในวันที่เรายังยืนอยู่ในข้างเดียวกับคนที่มีอำนาจ แต่วันที่มันเริ่ม เรื่องทั้งหมดมันเริ่มมาจาก ตั้งแต่เรื่องของโควิด เรายืนออกมาประท้วง เรายืนออกมาเรียกร้องวัคซีนให้ประชาชน เราก็ถูกคดีมา 2 คดี
คดีที่เกิดเมื่อ 12 ปีที่แล้ว คดีที่จบไปแล้ว 12 ปี เป็นคดีที่คนไข้ร้องแพทย์สภาว่า มารักษา แล้วค่าค่าใช้จ่ายสูง แต่เราก็ได้ทำการคืนเงิน 11 เดือนที่แล้ว คืนเงินคนไข้ทุกบาททุกสตางค์ เพราะคนไข้ไม่พอใจในการรักษา และรู้สึกว่าค่าใช้จ่าย เป็นปริมาณสูง
กับอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของ ไหมทองคำ ซึ่งเขาก็ตีจริยธรรมมาว่า ใช้ของไม่มีคุณภาพ แต่ความตลกอยู่ที่ว่า… ไหมอันนี้ เราซื้อในงานแพทย์สภา ซึ่งแพทย์สภา ก็ให้เหตุผลว่า ถึงแม้จะซื้อในงานแพทย์สภา ก็จำเป็นที่จะต้องตรวจสอบว่ามีคุณภาพหรือไม่ คำถามคือทำไมแพทย์ไม่ตรวจสอบให้ ก่อนจะเอามาขายในงาน
พูดตรงๆนะคะ ต้องบอกว่าเสียดาย เพราะนั่นคือการสละวิชาชีพ แต่มันก็แค่ กระดาษแผ่นหนึ่ง ที่เป็นกระดาษที่อนุญาตให้ ผ่า เจาะ ฉีด หมอบอกแล้วว่า คืนได้แค่กระดาษ แต่ความเป็นหมอมันจะอยู่ตลอดชีวิต มันไม่สามารถจะไม่เป็นหมอได้
ดังนั้น มันก็เลยถามว่า เสียดายไหมในวันนี้ เอาเป็นว่าขอเปลี่ยนบริบทใหม่ จากการตรวจที่เตียง มาเป็นเปิดปากได้กว้าง 100% ที่จะให้ข้อมูลกับทุกคนดีกว่าค่ะ
หมอยังไม่เห็นว่า มันจะมีอะไรที่จะมาพักใบ หรือเพิกถอนใบของหมอได้ กลับไปก่อนที่จะถามว่าชิงลาออกก่อนหรือไม่ ถามกลับก่อนดีกว่าว่า
หมอขวัญไม่เคยถูกร้องเรียนโดยคนไข้ไม่เคยทำคนไข้ตาย ไม่เคยทำคนไข้พิการหรือไม่เคยคอมพลิเคชั่น จากการรักษา สิ่งเดียวที่ หมอของขวัญโดนเล่น คือเรื่องของจริยธรรมโฆษณา แค่คำว่าจริยธรรมโฆษณา คุณตัดสินพักใช้ไปเพิกถอนใบ ร้ายแรงกว่าการทำคนไข้ตาย ร้ายแรงกว่าการทำอนาจารคนไข้ ร้ายแรงกว่าผิดสัจจะซื้อจัดจ้าง ร้ายแรงกว่าทุจริต เป็นดุลยพินิจที่เหมาะสมหรือไม่
นี่คือคำถามที่จะถามกลับไปที่แพทย์สภา

อันนี้เขาเรียกว่าเอากฎปิดปาก เอากฎครอบงำ เอากฎมากดเราให้ต่ำ แกล้งเราให้กลัวหรือไม่ กฎอันนี้ทำแรงเกินกว่าเหตุหรือไม่ กฎนี้ยังเป็นกฎที่เหมาะสมหรือไม่ แพทย์สภาทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ แต่สุดท้ายแพทย์สภา คือกึ่งองค์กรอิสระ ที่ไม่ฟังใครอยู่ดี ดังนั้นถ้ามันอิสระ และดุลยพินิจจบค่ะ
การที่หมอจะลาออกนี้ มันไม่ใช่คำว่าชิงลาออก แต่ว่าเป็นคำว่า อารยะขัดขืน ทำให้คุณได้รู้ว่า หมอไม่ยอมรับ และไม่เห็นด้วยกับกฎที่ไม่ยุติธรรม
ในเรื่องของคลินิกเนี่ย มีผลกระทบไหมต้องบอกว่า
ณ วันนี้ นักธุรกิจเป็นเจ้าของธุรกิจเยอะแยะ ฉะนั้น ในอีกบริบทหนึ่งของคลินิกของหมอ หมอเป็นผู้บริหารมานานมาก และไม่ได้ตรวจคนไข้มานานมากแล้วค่ะ
ต้องบอกว่าความรู้สึกประเทศนี้ นั่งหักหารกันเอง
ประเทศไทยเป็นประเทศที่เจริญแล้วนะ แต่เจริญแล้วได้แค่นี้ แพทย์สภาจัดการหมอทุกคนได้ ยกเว้นหมอปลอม หมอปลอม หมอเถื่อนเต็ม TikTok Facebook แต่ให้คนที่เรียนมาต้องเงียบปาก ด้วยคำว่า จริยธรรมและดุลยพินิจ
ดังนั้นคำถามคือ เวลาคุณมีปัญหา คุณปรึกษาทนาย แต่พอเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ หมอดันพูดไม่ได้ คำถามคือคุณจะให้ใครพูด ใช้กันมั่วซั่วเต็มไปหมดในสังคม แต่บอกออกมาพูดไม่ได้ เพราะแพทย์สภาจ้อง กรุณาย้ายสายตาการจับจ้อง เล่นงานแพทย์ด้วยกัน ไปจับหมอปลอมให้ได้สักครึ่งหนึ่งดีกว่านะคะคุณแพทย์สภา
เอาเวลาที่จะจับผิดคนอื่น ไปทำชีวิตให้มันดีก่อนเด้อ แล้วฉันจะสูงขึ้นไปให้เธออกแตกตายเล่น ฉันสัญญาจ้ะ “
