เรียกได้ว่า จากกรณีที่ดารา อดีตนางเอกดัง ต้อม รัชนีกร เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ปิ่น พิศพรรรณ ผู้บริหารและเจ้าของโรงพยาบาลเสริมความงามชื่อดัง รวมไปถึงพวก 4 ราย ฟ้องละเมิดเรียกค่าเสียหาย 50 ล้าน กล่าวหาโรงพยาบาลศัลยกรรมทำหน้าพัง จนกลายเป็นข่าวใหญ่โต คนให้ความสนใจจำนวนมาก ว่าเรื่องนี้จะจบยังไง?!

โดยในวันนี้ 12 พ.ค. 69 ทางคุณปิ่น พิศพรรณ พร้อมทนายความของโรงพยาบาลเสริมความงาม ได้มาที่ศาลตามนัดฝ่ายโจทก์และจำเลยฟังคำพิพากษา ทั้งนี้ ด้าน คุณต้อม รัชนีกร ไม่ได้มาฟังคำตัดสินในครั้งนี้ โดยให้ทนายความแทนค่ะ
ต่อมาทางทนายความของโรงพยาบาลเสริมความงาม และ คุณปิ่น พิศพรรณ ได้ออกมาบอกว่า ทางศาลจังหวัดนนทบุรี ได้เลื่อนนัดฟังคำพิพากษาในคดีนี้ออกไป โดยเลื่อนเป็นวันที่ 6 ส.ค. 69 เพราะเมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่ผ่านมา ทางฝ่ายโจทก์ได้ยื่นเอกสารเพิ่มเติมหลังแถลงปิดคดี ทำให้ทางศาลได้พิจารณารับเอกสารดังกล่าวไว้พิจารณาเพิ่มเติม ซึ่งเป็นเอกสารคำแปลที่มีอยู่ในเอกสารเดิมที่เคยส่งไปก่อนแล้ว ทั้งนี้ ในส่วนของการเลื่อนฟ้องออกไป ไม่มีผลกระทบกับคำตัดสิน

มาในด้านของ คุณปิ่น พิศพรรณ ผู้บริหารและเจ้าของโรงพยาบาลเสริมความงามชื่อดัง ได้พูดเสริมในประเด็นฟ้องร้องนี้ว่า…
“ พี่ค่อนข้างมั่นใจว่าพี่ไม่ใช่คนแพ้แน่ เพราะว่าพี่ไม่ได้ทำอะไรผิด คุณหมอไม่ได้ทำอะไรผิด เราอยากให้เขาสวยอย่างสุดหัวใจเลยค่ะ จากใจพี่แล้วบริสุทธิ์จริงๆในการตั้งใจช่วยเขา
คือเขาฟ้องพี่มา 50 ล้าน ถ้าพี่แพ้ยินดีจ่ายให้น้องต้อมเลยทันที จ่ายเป็นเงินสดให้เลย แต่เวลาที่พี่ฟ้องกลับ พี่ก็ต้องตั้งตัวเลขว่าเสียหายขนาดไหน อันนี้ต้องขอปรึกษากับทนายก่อนนะคะ
ซึ่งความเสียหายของเรามันมากกว่า 50 ล้านแน่นอน ศัลยกรรมตกแต่งเวลากระทบ มันโดนหลายเดือน และกระทบรุนแรงมาก และถ้ามีโอกาสฟ้องกลับเยอะมากกว่า 100 ล้าน เราก็จะสู้จนถึงสุดเหมือนกัน
ทั้งนี้ ในสิ่งที่คุณต้อมพาดพิงจนทำให้โรงพยาบาลเกิดความเสียหายมากที่สุดเลยก็คือเรื่อง ผลกระทบจากการผ่าตัดทำให้เขาใช้ชีวิตปกติไม่ได้ ไม่สวย เคี้ยวข้าวไม่ได้ หน้าชา อ้าปากไม่ได้ ซึ่งอันนี้ทำให้คนไข้เข้าใจผิด เพราะว่าข้อเสียหายของเขาที่แจ้งมา มันเป็นอาการที่เขาบอกเราออกมาจากปาก มันไม่มีใครรู้จริงๆว่าข้างในเป็นยังไง ซึ่งมันพิสูจน์แล้วจากผล CT Scan ว่าไม่ได้กระทบ ”
