มรสุมชีวิต! หมิว สิริลภัส แม่โดนหลอก สูญเงินล้าน ซ้ำ พ่อเจอเนื้อร้าย
โอปอ อีจันบันเทิง
15 มกราคม 2569

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราว ที่ทำเอาหลายคนอ่านแล้วต้องสะเทือนใจ เมื่อ หมิว สิริลภัส กองตระการ ออกมาเปิดใจถึงมรสุมชีวิตครั้งใหญ่ ที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกันแบบไม่ทันตั้งตัว ทั้งเรื่องคุณแม่ที่ถูก สแกมเมอร์หลอก สูญเงิน ไปกว่าล้านบาท จนเคยคิดสั้น ขณะที่คุณพ่อก็มาตรวจพบ เนื้อร้าย ซ้ำเติมด้วยปัญหาสุขภาพและภาระทางการเงิน จนวันนี้เธอต้องยอมรับตรงๆว่า เงินที่เหลืออยู่ อาจใช้ได้ไม่ถึง 2 เดือน
แต่ท่ามกลางความเจ็บปวดทั้งหมด หมิวเลือกไม่ล้ม และประกาศพร้อมคัมแบ็กกลับมารับงานในวงการบันเทิงอีกครั้ง เพื่อพยุงครอบครัวให้เดินต่อไปให้ได้


“ ความคืบหน้าของคดี ก็มีการประสานกับทางสถานีตำรวจแล้วค่ะ หากถามว่าตามเส้นเงินได้ไหม ก็หวังได้ยาก แต่ก็มีพี่ๆช่วยประสานทาง MOC ให้ด้วย เอาจริงๆตอนนี้เราก็ได้เห็นแล้ว ว่าบัญชีม้าคือใครบ้าง เส้นเงินไปตรงไหนบ้าง และอย่างที่บอกไปเส้นเงินมันตามได้ยากเพราะมันไปเร็วมาก ตอนนี้ผ่านมาประมาณเดือนหนึ่งแล้ว ตั้งแต่ 11 ธันวาคม ก็รู้สึกว่าตัดตรงนั้นออกไปดีกว่า แล้วก็ค่อยเริ่มใหม่ เซ็ตซีโร่ หางานใหม่ดีกว่าค่ะ ซึ่งมูลค่าความเสียหายทั้งหมดที่คุณแม่เสียไป ตีกลมๆ ก็ประมาณ 1,260,000 บาท ”

“ เขาบอกว่าเขาไม่เหลืออะไรแล้วสักอย่าง ปัญหานี้มันคือปัญหาที่หนักมาก หนูก็ถามว่าตอนแรกหายไปไหน เขาบอกว่าไปนั่งอยู่ร้านอาหาร แล้วเพื่อนบ้านรู้ว่ามันคือร้านไหน หนูก็ถามว่าถ้าไม่มีใครไปเจอล่ะ เขาบอกว่าเขาจะทิ้งรถ ทิ้งข้าวของไว้ที่นั่น แล้วก็มีจดหมายเขียนลาไว้แล้วด้วย เขาบอกว่า เดี๋ยวจะเดินไปที่สะพานนวลฉวี สะพานแถวบ้าน แล้วก็จะไปจบปัญหาตรงนั้น
ซึ่งหลังจากที่ฟังคุณแม่เล่า เธอก็รู้สึกว่า ทำไมเราช่วยอะไรไม่ได้เลย หนึ่งคือคุณแม่เป็นซึมเศร้าอยู่แล้ว ตัวหมิวเองก็เป็น และหมิวรู้ว่าเวลาเกิดปัญหา สำหรับหมิวจะรับมือได้ยังไง แต่เราไม่รู้ว่าแม่รับมือกับปัญหาที่มันหนักมากขนาดนี้ได้ยังไง เขาก็คงมีแวบหนึ่ง ที่รู้สึกว่าไม่อยากเป็นภาระกับใครอีกแล้ว ก็อยากจะไปจบ ทีนี้ต่มันโชคดีที่ว่า หมิวรีบกลับมาบ้าน แล้วก็มาค่อยๆคุยกัน ว่าเราจะแก้ปัญหาแบบนี้นะ ก็เลยโอเคตกลงกันว่า อย่าเพิ่ง… เราแก้ปัญหาให้จบก่อน ได้ไม่ได้ยังไงค่อยว่ากัน ”

ทั้งนี้ เธอยังเล่าอีกว่า ตอนนี้ปัญหาค่อนข้างที่จะรุมเร้ามาหลายเรื่อง เมื่อวานก็เพิ่งทราบอาการป่วยของคุณพ่อ ว่าตรวจเจอเนื้อร้าย ตัวเธอเองสุขภาพก็ไม่ได้แข็งแรง เลยรู้สึกว่าตอนนี้เป็นหินก้อนใหญ่ ที่ต้องผ่านไปให้ได้ มรสุมชีวิตเข้ามาตู้มเดียว คือเธอก็ไม่คิดว่ามันจะเข้ามาทีเดียวขนาดนี้ แต่มันก็ต้องฮึบและก็ไปต่อ เพราะถ้าสมมติว่า เธอล้มไปอีกคน มันจะไม่มีใครดูที่บ้านแล้ว
สุดท้าย หมิว เธอยังบอกอีกว่า เรื่องของการเมือง ตอนนี้ขอพักเบรกมาซ่อมร่างกายจิตใจก่อน ใช้ความสามารถ สกิลการเป็นนักแสดง การพูด มาทำตรงนี้ก่อน อยากมีงานเยอะๆอยากมีรายได้เข้ามา เพื่อเอาไปเติมสิ่งที่หายไป เชื่อไหมว่าพอเสร็จจากที่จัดการเอาเงินเก็บทุกอย่าง ให้แม่ไปไถ่ทองคืนมาบางส่วน หมิวเหลือเงินใช้จ่ายได้น่าจะไม่ถึง 2 เดือน เพราะฉะนั้นเลยรู้สึกว่ามันไม่ได้แล้ว เราต้องหาช่องทางทำงาน หารายได้ใหม่ๆ แล้วตอนนี้ก็พร้อมรับทุกงานนะคะ นี่เป็นครั้งแรกในชีวิต เราไม่ใช้แบรนด์เนมเลยมีเงินเก็บค่อนข้างเยอะพอสมควร แต่เราไม่เคยคิดว่าจะมีอุบัติเหตุทางการเงินแบบนี้ มันก็เลยค่อนข้างที่จะต้องปรับตัวกับมันเยอะพอสมควร
