ต้า เฟ็ดเฟ่ เปิดแผลใจ! ปมร้าวเพื่อน ลั่น ไม่เคยคิดว่าจะมีวันนี้

โอปอ อีจันบันเทิง

โอปอ อีจันบันเทิง

2 มีนาคม 2569

ต้า เฟ็ดเฟ่ เปิดแผลใจ! ปมร้าวเพื่อน ลั่น ไม่เคยคิดว่าจะมีวันนี้

เรียกว่าเปิดใจแบบหมดเปลือกครั้งแรก สำหรับ ต้า เฟ็ดเฟ่ ที่ออกมาพูดผ่านรายการของ นิกกี้ ณฉัตร ถึงมรสุมชีวิต และประเด็นดราม่าการแยกทางกับอดีตเพื่อนร่วมทีม ที่หลายคนยังคาใจ

ซึ่งในรายการ นิกกี้ ได้เริ่มคุยกันว่า…

นิกกี้ : ชีวิตเป็นยังไงบ้างพี่ต้า?

ชีวิตช่วงนี้ เป็นช่วงที่เหมือนเริ่มต้นใหม่ แบบว่าชีวิตผมเหมือนรถไฟเหาะตีลังกา มีขึ้นมีลง มีหวาดเสียว มีหวาดกลัว มีช่วงมีความสุข มีช่วงขึ้นพีค มีช่วงลง บางคนมันอาจจะไปผิดถูกหวาดเสียว จนเขาสำเร็จแล้วก็โอเคจบ

แต่ผมดันเป็นคนที่ขึ้นลง หวาดเสียว แต่ดันไม่จบ งั้นต้องมาขึ้นรอบใหม่ ชีวิตเป็นแบบนี้ตอนนี้ ก็เหมือนมาขึ้นรอบใหม่

นิกกี้ : คนทั่วไปจะเห็นว่า พี่เป็นคนชอบเล่นมุก คนตลก แต่จริงๆแล้วตัวจริงพี่เป็นคนยังไง?

ต้า เฟ็ดเฟ่ : เป็นคนขี้เล่นเล่นตลอดเวลา แบบเวลาออกเดินไปเจอแฟนคลับ ก็ยืนคุยเล่นกับเขา ยอมที่จะเสียเวลาคุยเล่น เพราะว่า เราอยากสนุ กเราเป็นคนติดสนุก เป็นคนไม่ซีเรียส ไม่ชอบเรื่องซีเรียส

นิกกี้ :  พี่รู้สึกยังไงบ้างที่ตอนนี้มีคนไม่เข้าใจเราเลย?

ต้า เฟ็ดเฟ่ : มันเหมือนสงคราม เหมือนผมสู้กับใครอยู่ เหมือนมีปัญหากับอีกที่หนึ่ง เหมือนเขาามีแฟนคลับที่เยอะกว่า มีพวกเยอะกว่า สว่างไสวกว่า ดังกว่า รวยกว่า ผมมันดูหน้าหมั่นไส้ ที่มันเฮิร์ทหนักสุดคือ แบบว่ากูไม่ได้ทำอะไรผิดเลย แบบกูโดนมาด้วยซ้ำ แต่ทำไมแม่งกลายเป็นกูที่เป็นจำเลยสังคมวะ ทำไมกลายเป็นกูที่เป็นคนไม่ดี กูเป็นคนผิดเฉยเลย มันมีช่วงที่ทุกคนคล้อยตามกันหมดเลย

นิกกี้ :  ทุกคนคือแฟนคลับหรือรวมถึงเพื่อนด้วย?

ต้า เฟ็ดเฟ่ : เพื่อนเนี่ย อันนี้ไม่เคยบอก ไม่เคยคุยที่ไหนเลยนะ เพื่อนเฟ็ดเฟ่ ไอ้ประเด็นที่ว่า ( เขาไปกินข้าวกันไม่มีพี่ )

แล้วคนที่ไม่ได้อยู่กลายเป็นคนเหี้X ผมก็กลายเป็นคนเหี้Xในค่ำคืนนั้นเลย แต่มาถามเหตุผลจริงๆ ไม่มีใครรู้ความจริงเลยนะ รู้เพียงแค่ว่า มันเหมือนละครที่แบบ อ้าว เพื่อนไม่คบแสดงว่าไอ้เหี้Xนี่… แค่นั้นเลย โดนด่าแค่นั้นเลย แค่แบบว่าจากความเชื่อค่านิยมของคนไทยที่แบบว่า ใครที่เพื่อนไม่ชวนคนนั้นเหี้X ก็จะสนใจแค่บริบทเดียว แต่ผมก็โอเคนะกับการที่เขาคิดกันอย่างนั้น เพราะว่าเข้าใจว่ามันน่าคิดแหละอะไรอย่างนี้

นิกกี้ :  แล้วพี่มีแบบ ทำไมไม่คิดจะชวนกูเลยเหรอ หรือชวนแล้วเราไม่ไปเอง?

ต้า เฟ็ดเฟ่ : คือ ณ ตอนนั้น เพื่อนทุกคนมันดูชัดเจนแล้วว่า คนนี้อยู่กับคนนี้ไม่ได้แตกกัน มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่จะคนนี้จะอยู่กับคนนี้ เพื่อนรู้ด้วยซ้ำว่า ทะเลาะอะไรกัน เพื่อนก็ไม่รู้ด้วย

ตอนนั้นมันเป็นเพียงแค่งานด้วยนะ ไม่ได้มีความลึกซึ้งว่าแบบ ทุกคนเลิกคบไอ้ต้า อย่างที่เขาด่ากันว่า ทุกคนแม่งเลิกคบไอ้ต้า เพราะไอ้ต้าขายเพื่อน เพื่อนเลยเลิกคบ ก็ไม่ได้มีการทะเลาะกันในจุดนั้นด้วย

ทุกคนก็ยังคุยนะครับ หมายถึงว่า ก่อนหน้านั้นก็คุยกันปกติ แต่พอมีประเด็นนี้ มันเป็นงานงานหนึ่ง ทุกคนไปรวมกันเพราะงาน มันเป็นงานที่เขาชวนกันไป แล้วก็ชวนโอฮาน่า โอฮาน่าเป็นแขก แล้วเขก็วาง concept ว่า เฟ็ดเฟ่ เป็นพิธีกร มันก็แค่งานหนึ่ง คลิปหนึ่งที่ไม่มีผม เพราะว่าผมมีปัญหากับเจ้าของโปรเจ็ค แล้วไม่มีผม จริงๆมันเรื่องแค่นี้เลย

ทั้งเพื่อนก็ไม่ได้มีการโทรมาแบบว่า ด่าไอ้ต้ากูเลิกคบมึงแล้ว ก็ไม่มีแบบนั้นด้วย ก็แค่แบบงานงานหนึ่งที่ผลประโยชน์ลงตัวกันทุกฝ่าย ก็คือทางโน้นเค้าวาง concept แต่ผมก็ไม่รู้นะว่า เป็น concept หรือเป็นการจงใจ จงใจเล่นเกม ผมก็ไม่รู้ด้วย ก็เพียงแค่ว่ามันเป็นงานงานหนึ่งที่ทุกคนได้ผลประโยชน์ร่วมกัน ทั้งได้ตังค์และผลงานและได้แสง ได้เรตติ้ง และเป็นโปรเจ็คที่น่าไปร่วม ถ้าพูดตรงๆก็น่าไปร่วม

ผมดูคลิปนะครับ ถ้าพูดตรงๆ ถามว่าน้อยใจไหม น้อยใจนะครับ เพราะว่าถ้ามันมีการโทรมาด่าผม หรือมันมีการทะเลาะกันเกิดขึ้น ก่อนหน้านี้จนแตกหักกันชัดเจน มันจะไม่น้อยใจเลย แต่อันนี้มันไม่มีด้วย ทุกอย่างก็คือปกติ แต่ว่าเขาต้องรู้ดิว่า การที่พวกเพื่อนที่เหลือ ตอนนี้ผมหมายถึงเพื่อนที่เหลือนะครับ ไม่ได้หมายถึงเขานะครับ ผมกลัวโดนฟ้อง

ผมหมายถึงเพื่อนที่เหลือ ต้องรู้ดิว่า การที่เพื่อนทำอย่างนั้นแล้วไอ้ต้าจะโดนอะไร ทั้งๆที่ไม่ได้ทะเลาะกัน แต่เขาเลือกที่จะทำอย่างนี้ โดยไม่เห็นหัวผมเลย ไม่เห็นแบบ… เนี่ยคนทั้งคน เคยเป็นหัวหน้าพวกเขาอะ ไม่เห็นคุณงามความดีอะไรเราเลย ไม่เห็นสิ่งดีๆที่เราทำ เหมือนเราเป็นหมาตัวหนึ่ง

ที่มันก่อนเหตุการณ์นั้นน่ะ มันมีเหตุการณ์เจ็บมาก่อนอันหนึ่ง คือแม่งมีไลน์กรุ๊ป ไลน์กรุ๊ปเฟ็ดเฟ่ที่ไม่มีผม แล้วมีมานานแล้วด้วย เราไม่รู้เลย แล้วเราก็รู้ด้วยว่าเขาคุยอะไรกัน เขาก่อหวอดอะไรกัน เขาสร้างความคิดอะไรกัน เขาพูดถึงผมว่าอะไร ผมไม่เคยรู้เลย ผมพึ่งมารู้ด้วยว่ามันมีไลน์กรุ๊ปที่ไม่มีผม

แต่ผมก็เคยถามนะว่า ทุกคนเลิกคบกูหรอ แต่เขาก็บอกว่าไม่ใช่นะ เขาบอกว่าเอาไว้แค่คุยงาน ผมก็ถามเขาตรงๆนะว่า นินทาเหรอ เขาก็บอกว่า ไม่มี

แล้วทุกคนมีปัญหากับกูหรอ เขาก็บอกว่าไม่มี

นิกกี้ :  เคยคิดไหมว่าจะมีวันนี้?

ต้า เฟ็ดเฟ่ : ไม่เคยคิดเลยเพราะว่า… ผมรักเขามาก ผมไม่เคยคิดเลยว่าแบบ ผมแม่งเป็นคนโชคดีว่ะ ที่ได้เป็นเพื่อนกับเขา เป็นหุ้นส่วนเขา ผมแม่งเคยนั่งชมตัวเอง แต่ว่าอันนี้มันเป็นในส่วนของแบบความตลกไง แต่มันมีหลายมุม คนเรามันมีหลายบทบาทหน้าที่

นิกกี้ :  ถ้าย้อนเวลากลับไปได้อยากจะแก้อะไรไหม?

ต้า เฟ็ดเฟ่ : อยากเป็นแค่เพื่อนกัน ไม่อยากทำธุรกิจด้วยกัน ทำงานแบบว่าไปแสดงไปเล่นอย่างนี้ด้วยกันได้ แต่ถ้าย้อนกลับไป ไม่อยากเป็นพาทเนอร์ ไม่ต้องพาร์ทเนอร์ จะได้ไม่ต้องทะเลาะกัน

นิกกี้ :  จริงไหมพี่ ที่เขาบอกว่า เพื่อนกันแม่งไม่ควรทำธุรกิจด้วยกัน?

ต้า เฟ็ดเฟ่ : คนที่เขาทำธุรกิจกับเพื่อนแล้วสำเร็จไม่มีปัญหาเลยก็มีเยอะ อันนั้นก็แบบ โอ้โห ต้องขอชื่นชมว่า เขาน่าจะแบบเก่งแล้วก็แยกแยะได้

แต่ในส่วนของผม อาจจะไม่ได้เก่งพอมั้ง หรือที่จะแบบไปพามันรอดอย่างนี้

นิกกี้ :  พี่ก็ต้องเก่งดิ พี่ไม่เก่งพี่จะเป็นต้าเฟ็ดเฟ่ได้ไง มาถึงทุกวันนี้ ? หรือว่าความเชื่อมั่นมันหายไป?

ต้า เฟ็ดเฟ่ : ใช่ ความเชื่อมั่นมันหายด้วย แต่ตอนนี้กลับมาแล้ว หลังจากที่ไปรื้อตัวเองหมด

นิกกี้ :  ตอนพีคๆ เคยคิดไหมว่าวันหนึ่ง จะเป็นวันที่มืดแปดด้านแบบนี้?

ต้า เฟ็ดเฟ่ : ไม่เคยคิดเลย ใช้ชีวิตประมาทมาโดยตลอด

นิกกี้ :  แต่มันเริ่มใหม่ได้พี่ต้า เพราะพี่เพิ่ง 40

แล้วพี่อยากเกษียณตอนเท่าไหร่นะ?

ต้า เฟ็ดเฟ่ : 45…

นิกกี้ :  ไอ้เหี้X ต้องรีบนะ ไม่กี่ปีเองนะ

ต้า เฟ็ดเฟ่ : ไม่เป็นไร เดี๋ยวพอถึง 45 ก็เป็นเหมือนร้านเกม ขอเพิ่มเวลาครับ…