พูดเรื่องนี้! ทราย สก๊อต นอกจากถูกล่วงละเมิด ยังถูกบังคับเสพยา?!

ช็อก เรื่องที่ไม่เคยพูดที่ไหน! ทราย สก๊อต เล่าย้อน นอกจากถูกล่วงละเมิด ในวัยเด็ก ซ้ำร้าย ยังถูกบังคับเสพยา !? ในช่วงอายุ 9-15 ปี ลั่น! วันนี้ขอเลือกชีวิตตัวเอง และพร้อมเดินหน้าสู้คดีเต็มที่

ทำเอาหลายคนที่ติดตามเรื่องราวของ ทราย สก๊อต ถึงกับช็อกอีกรอบ หลังล่าสุดเจ้าตัวออกมาเปิดใจผ่านสื่ออีกครั้ง ภายหลังเข้าพบ อาจารย์ปานเทพ ที่บ้านพระอาทิตย์ พร้อมเล่าย้อนถึงบาดแผลในวัยเด็ก ที่เจ้าตัวยอมรับว่า ไม่เคยพูดเรื่องนี้ที่ไหนมาก่อน

โดยทรายเผยว่า ตนถูกล่วงละเมิดตั้งแต่อายุ 9-15 ปี และในช่วงเวลานั้น ยังถูกกดดันให้เสพยาต่างๆอีกด้วย ซึ่งที่ผ่านมาเลือกเก็บเงียบมาตลอด เพราะไม่อยากกระทบครอบครัว แต่วันนี้ตัดสินใจพูดทุกอย่าง เพื่อปกป้องชีวิตและหัวใจของตัวเอง

ขอบคุณภาพ : มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน

โดย ทราย สก๊อต ได้ให้สัมภาษณ์ว่า…

“ หลังจากที่ได้ทบทวนข้อมูลอย่างลึกๆ ตอนนี้ทรายก็สามารถยืนยันได้ครับว่า

ทรายถูกล่วงละเมิดตั้งแต่ทรายอายุ 9-15 ปี ซึ่งในช่วงนั้นก็มีการกดดันให้เสพยาต่างๆด้วยครับ และเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ทรายยังไม่เคยพูดออกมา แต่วันนี้เราสามารถพูดออกมาได้ ต่อจากนี้ไปทรายจะมอบหน้าที่การเจรจาระหว่างการสื่อสารในเรื่องของคดีต่อให้กับมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน และเราก็จะไปอยู่ด้วยกันในวันที่ 10 มิ.ย. 69 ซึ่งเป็นวันนัดศาล ที่ทรายจะต้องขึ้นศาลนะครับ ”

“ คือตั้งแต่ทรายพูดเรื่องนี้ออกมา เราได้มาเจอบาดแผลของตัวเอง ตอนที่ตัวเองยังเด็ก และในวันนั้นไม่มีใครเข้ามาช่วยเรา แต่ในวันนี้เรารู้สึกว่าเด็กคนนั้นมีคนช่วยแบบเต็มที่ เราเลยรู้สึกสบายใจในทั้งในใจเราด้วยเกี่ยวกับเรื่องนี้ ”

สื่อ : ในการขึ้นศาลเรามีความกังวลอะไรมั้ย?

ทราย : คือทราย กังวลว่าอีกฝั่งจะไม่กล้ามาครับ (ยิ้ม)

สื่อ : ทุกคนช็อกมากกับอีก 1 เรื่องที่เพิ่งทราบเหตุการณ์ที่คุณทรายเล่าว่า ตอนเด็กโดนบังคับเสพยา? ทำไมเราถึงตัดสินใจพูดในวันนี้ได้

ทราย : “ คือบางทีตอนเราเจออะไรแบบนี้ เราไม่อยากยอมรับกับตัวเองหรอก ว่ามันเจอมาเยอะขนาดนั้น เรายังมีความเกร็งๆกลัวๆ เราถูกเก็บเสียงมาเกือบทั้งชีวิตของเรา การที่เราไม่พูด มันไม่ใช่เพราะว่าเราคิดเจาะจงว่าต้องพูดเวลาไหน แต่มันเป็นเพราะว่า เราเองบางทีเกรงใจ เรารู้สึกว่าเราไม่อยากทำร้ายครอบครัวของเรา แต่ในวันนี้เราต้องเลือกแล้ว ระหว่างชีวิตของเรากับภาพลักษณ์ของคนอื่นๆ ”

สื่อ : ในฐานะที่วันนี้คุณทราย ได้ออกมาเปิดทุกอย่างในฐานะเหยื่อ เราอยากจะฝากไปถึงคนอื่นๆ ที่มีปัญหาคล้ายๆกับเรา ในเรื่องของครอบครัวมั้ยครับ?

ทราย : “ ทรายแค่อยากเป็นกำลังใจให้นะครับ กว่าที่ทรายจะตกผลึกว่า การพูดคือวิธีที่บำบัดหัวใจที่ดีที่สุด ทรายผ่านอะไรมาเยอะมากเลย และทรายแค่มีความสุขมากๆที่เห็นว่า เราสามารถลัดขั้นตอนให้กับคนอื่นๆได้รู้วิธีหาทางออก อย่างน้อยอาจจะไม่ได้แบบครบทุกองค์ประกอบสำหรับพวกเขา แต่แค่เขาอยู่แล้วมีความสุขได้ ในใจที่มันอิสระ ทรายว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากเลยครับ

ทรายต้องขอบคุณทุกคนจริงๆ ทรายสามารถไหว้ขอบคุณได้ทั้งวันทั้งคืนเลยจริงๆครับ แต่ทรายอยากขอบคุณทุกคนจริงๆ ว่ามันเหลือเชื่อครับ ถ้าเกิดตอนเด้กทรายรู้ว่าทรายจะได้รับความช่วยเหลือขนาดนี้ ทรายคงไม่ได้รู้สึกทรหดมาทั้งชีวิตหรอกครับ ”

สื่อ : ถ้ามีการติดต่อเข้ามา ขอเจรจาตอนนี้? พร้อมที่จะพูดคุย?

ทราย : “ มันก็เป็นทางที่ถูกต้องครับ ผมพร้อมเสมอนะครับที่จะพูดคุย แต่ดูเหมือนจากพฤติกรรมเขาไม่เคยพร้อม

จริงๆเขากล้านะ กล้าที่จะทำร้ายเด็กตอนเราเป็นเด็ก พอตอนเราโตแล้วไม่กล้ามาเจอหน้าเราเลยครับ ”

สื่อ : คุณทราย ถ้าพูดผ่านไปถึงเขาได้ อยากจะฝากอะไรถึงเขามั้ย?

ทราย : คนไหนครับ?

สื่อ : คนที่ทำกับเราอะค่ะ

ทราย : มันมีหลายคนมากเลย ทรายไม่มีอะไรจะพูดกับเขาครับ

สื่อ : คุณทรายคิดว่า ทำไมตอนนั้น คนในครอบครัวของเราถึงกล้าที่จะออกมาแถลงข่าวแบบนี้ต่อหน้าสังคม ทั้งๆที่รู้อยู่ว่าเรามีอะไรในมือ

ทราย : “ รู้มั้ยครับ คือจากประสบการณ์ทรายนะครับ คนที่ทำร้ายเด็ก เขาไม่มีวันรับรู้ได้ว่าคนๆนั้นจะโตขึ้นมาแล้วไม่ใช่เหยื่อ ตอนที่เขาทำร้ายเรา เขาก็คิดว่าเราด้อยกว่าเขา และเขาก็คงมองเราต่อแบบนั้นว่าเราด้อยกว่าเขา นอกเหนือจากนั้น เขาคนนั้นก็รู้ว่ามีระบบครอบครับปกป้องอยู่ ตระกูลปกป้องเขามาตลอด แม่เขาก็ปกป้องเขา พื้นที่หัวหินที่เขาจะฟ้องร้องที่คนนั้นเขาเป็นพยาน มันก็คือที่ดินที่เขาจะได้เหมือนกัน เขาเกิดมาบนกองเงินกองทองมาเสมอ ทั้งๆที่ทรายเกิดมาบนกองทราย กับกองธรรมชาติ เขาไม่เคยนึกหรอกว่า สักวันหนึ่งสิ่งที่เขาทำในความมืดมันจะเห็นแสงครับ และเขาไม่นึกหรอกว่าเหยื่อคนหนึ่ง จะกลายเป็นนักสู้ครับ ดังนั้นคือสิ่งที่เขาพลาด แต่นั้นคือกรรมของเขาครับ คือทรายคิดว่า คนพวกนี้ คนวิปริตแบบนี้เขาแพ้พิษภัยของตัวเอง เขานึกว่าโลกมันบิดเบียนเหมือนที่เขาเป็น เขาคิดว่าแม่จะปกป้องเขาได้ตลอดชีวิต แต่มันถึงเวลาที่เขาต้องโตขึ้น และรับสิ่งที่เขาทำแล้วครับ ไม่ใช่ให้เมียมารับ ให้คนอื่นมารับ คือเขาต้องรับเอง ”

สื่อ : อยากฝากอะไรถึงคุณมายด์มั้ยคะ

ทราย : “ ทรายคิดว่าเขาก็เป็นเหยื่อที่โดนคนนั้นทำร้ายเหมือนกันครับ ในมิติที่คุณหลอกคนคนหนึ่งเข้ามาแต่งงาน แล้วก็เสียสละวัยของเขา ร่างกายของเขาให้กับคุณ ไม่ต่างกับที่เขาล่วงละเมิดทรายเลยครับ แต่เขาใช้ร่างกายของคนอื่น มาเป็นที่เก็บความลับของเขาต่อ ทรายว่ามันไม่แฟร์ต่อเขาเลยครับ ”

สื่อ : ตั้งแต่วันที่ทางคนคนนั้น ให้คุณมายด์ออกหน้ารับตลอด คุณทรายมีความคิดเห็นยังไงเกี่ยวกับเรื่องนี้?

ทราย : “ ขี้ขลาดครับ แต่เขาไม่มีความเป็นผู้ชายอยู่แล้วคนนั้นนะครับ คนที่เป็นผู้ชายเขาไม่ล่วงละเมิดเด็กครับ ”

สื่อ : โห่ คุณทรายทนมาได้ยังไง มาจนถึงวันนี้

ทราย : “ ทรายก็ไม่รู้ มันอาจจะฟังดูแปลก แต่คือทรายแค่นึกถึงว่า ทรายแค่พยายามทำสิ่งที่มันรู้สึกดีต่อใจทุกวัน จนมันเทเข้ามาในชีวิตเราในทุกๆมุม ทรายรู้สึกขอบคุณทุกวันเลยว่า ทรายเลือกที่จะลงทะเล และทรายเลือกที่จะทำงานอนุรักษ์ ทรายเลือกที่จะออกจากตระกูลตัวเอง เพื่อที่จะไปสร้างชีวิตของตัวเอง เพราะในวันนี้สิ่งนั้นคือสิ่งที่ทรายยืน และยึดกับสิ่งนี้ได้เลย ถ้าเกิดทรายเป็นเด็กไฮโซที่ไร้สาระต่อสังคม แล้วทรายมาเจอเรื่องแบบนี้ ทรายคงตายแล้ว ทรายคงตายในระบบของตัวเอง แต่เราไม่เคยถือตัวเอง เราไม่เคลมว่าเราเก่งกว่าคนอื่น เราเป็นคนที่รักการทำงาน แต่ทรายรู้สึกโชคดีที่ เหมือนคุณแม่บุญธรรมทรายเป็นครูสอนภาษาไทยทราย และเขาก็เป็นผอ.โรงเรียน คือทรายรับความรักจากทุกที่ ทุกวันนี้ที่ทุกคนมากอดทรายในที่สาธารณะ ทรายไม่รู้สึกอึดอัดเลยครับ มันคือสิ่งที่ทรายรู้สึกว่าทรายได้รับพลังจริงๆ ทรายแค่รู้สึกว่ามันใช้เวลานาน เพราะทรายใช้วิธีที่มันไม่ต้องสู้ด้วยการทำร้ายคนอื่น แต่ให้ความจริงพิสูจน์ มันอาจจะใช้เวลานานแต่ทรายว่าตอนนี้มันดูคุ้มมากเลยครับ ”

สื่อ : ได้เห็นคลิปของ ลีน่าจัง มั้ยคะ?

ทราย : “ ทรายไม่รู้ว่าทรายถูกพูดถึงขนาดไหน

คือทรายไม่ได้ฟังสัมภาษณ์เขา เพราะเขาดูเหมือนสติเขาไม่ค่อยนิ่ง และทรายเป็นคนที่เลือกจะฟังความคิดเห็นของคนที่มีธรรมะ และก็จิตที่มในนิ่งครับ เราเลยไม่ฟังอะไรแบบนั้นครับ

ทรายไม่รู้นะ คือมันยากนะครับที่แนะนำวิธีคนที่จะจัดการเรื่องของชีวิตตัวเอง ทรายไม่รู้ว่าเขาเป็นตัวอย่างที่ดีมั้ยสำหรับการถ่ายเทข้อมูลการใช้ชีวิต ”

สื่อ : คุณทราย อยากจะฝากบอกอะไร กับทางด้านของตระกูลบ้างคะ?

ทราย : “ ตามที่ทรายพูดไปเมื่อเช้าครับ ตอนนี้ทรายเข้าใจแล้วว่า คำว่า หัวใจสิงห์

มันเป็นแค่คำโฆษณาครับ  ”

สื่อ : คือหลายคนชื่นชมมาก ทำไมคุณทรายตอบคำถามได้ดีมาก ได้คมมาก ทั้งๆที่ภาษาไทยก็ไม่ค่อยแข็งแรง อย่างตอนตอบคำถาม ลีน่าจัง คือตอบสั้นๆแต่มันคมมาก คุณทรายเรียนรู้ยังไงคะ ในการตอบคำถามแต่ละครั้ง?

ทราย : “ ทรายแค่เอาสิ่งที่ทรายรู้สึก และพยายามพูดให้กระชับที่สุดให้คนเข้าใจ เพราะทรายคิดว่าคนที่เขาไม่ได้มีค่าต่อชีวิตเรา เขาไม่ควรได้ลมหรืออากาศ หรือภาษาจากปากเราไปมากกว่าที่มันควรครับ ”