ครูเงินเดือน4,750 สู้เพื่อฝันเด็กผอ.แบกหนี้หลักแสน ก่อนพิมรี่พายยื้อ42ชีวิต
โอปอ อีจันบันเทิง
13 เมษายน 2569

เรียกว่าเป็นอีก 1 เรื่องราวดีๆ ที่เห็นแล้วใจฟูตามเลยค่ะ เมื่อ พิมรี่พาย ได้ออกมาเล่าเรื่องราวสุดดีๆ ที่เธอได้ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ ผ่านช่องยูทูบของตัวเอง เมื่อโรงเรียนเล็กๆแห่งหนึ่ง ที่กำลังจะปิดตัวลงในอีกเพียง 7 วัน พร้อมเด็กนักเรียน 42 คน ที่กำลังจะหมดโอกาสทางการศึกษา


โดย พิมรี่พาย ได้เล่าเรื่องราวใจฟูนี้ ไว้ในช่องยูทูบของตัวเองไว้ว่า…
เด็ก 42 คน กำลังจะไม่ได้เรียนหนังสือ เพราะโรงเรียนกำลังจะปิดตัวลงใน 7 วัน
ความยากจนของเด็กเหล่านี้ ทำให้เขาต้องเดินทางไกลมากกว่า 50 กิโล
โดยรถรับส่งของโรงเรียน เพื่อมาเรียนหนังสือที่นี่ เพราะมันเรียนฟรีจริงๆ
ไม่น่าเชื่อโรงเรียนที่ใหญ่ขนาดนี้ จะเป็นแหล่งรวมของเด็กยากจนเกือบครึ่งร้อย
ที่ไม่มีแม้แต่ค่ารถที่จะมาโรงเรียน…


และนี่คือเหตุผลที่พิมมาที่นี่วันนี้ ที่นี่คือโรงเรียนอุดมศิลป์ อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี เมื่อ 10 ปีที่แล้ว โรงเรียนนี้ เคยมีนักเรียน กว่า 500 ชีวิต
โรงเรียนนี้ก่อตั้งมา 88 ปี ปัจจุบันปี 2569 ปีการศึกษานี้ เหลือเด็กนักเรียนยุคแค่ 42 คน…
และคนที่รับหน้าที่ดูแลค่าใช้จ่าย ดูแลครูอีก 13 คน คือ ผอ.คนนี้ค่ะ


ค่าใช้จ่ายแทบทุกอย่าง จะเอามารวมกัน เป็นเงินที่ผอ.จะต้องหา แต่ที่มากที่สุดเลยคือ ค่ารถรับส่งเด็ก ทุกบ้านจะมีรถไปรับส่ง ซึ่งผอ. จะต้องหาเงินมาจ่ายสัปดาห์ละ 8,000 บาท เพราะถึงแต่ละคนอยู่บ้านใกล้บ้านไกลไม่เท่ากัน ถ้าไม่มีรถรับนักเรียน เด็กๆพวกนี้ จะไม่สามารถมาโรงเรียนได้เลย บางเดือนมันหนักมากกว่านั้น ผอ.บัตรเครดิตไปรูดเป็นเงินสด เพื่อมาจ่ายค่ารถให้เด็กๆ
แล้วได้ฟังแล้วตกใจที่สุดคือ คือผอ. ติดค่ารถรับส่งเด็กเด็ก 120,000 บาท ทำให้บางครั้งเด็กมาโรงเรียนไม่ได้…
มาถึงคุณครูอีก 1 ท่าน และคนนี้ชื่อครูตาล เป็นครูพละ มีภาวะป่วยเป็นโรคประจำตัวเธอเงินเดือน 5,000 บาทต่อเดือน ด้วยอายุเพียง 24 ปี
โดย พิมรี่พาย ได้มีการพูดคุยกับครูตาลว่า…
พิมรี่ : เงินเดือน 5,000 บาท ครูตาลทำยังไงกับเงินเดือนนี้ บริหารยังไง?
ครูตาล : ตอนนี้มันเหลือแค่ 4,750 บาทแล้วค่ะ แล้วก็น่าจะลงไปอีก
ถ้าเด็กม.3 รุ่นนี้จบไป เพราะว่าค่าหัวเด็กจะลดลงไปอีก หนูไม่สามารถที่จะผ่อนอะไรเองได้เลย เพราะเงินเดือนแค่นี้มันน้อยใช่ไหมคะ ตอนแรกหนูก็เริ่มถอดใจจะไม่อยู่แล้ว เพราะเงินมันไม่พอ แล้วเราก็เด็กด้วยใช่ไหมคะ แล้วก็เห็นเพื่อนเราประสบความสำเร็จไปอีกระดับหนึ่ง แต่เรายังอยู่ที่เดิมอยู่เลย ยังไม่ไปไหนเลย ก็อยากจะออก แต่มีเด็กมาพูดกับเราว่า ครูอยู่ส่งหนู อยู่เล่นกับหนูก่อนนะ อย่าเพิ่งไปนะ อย่าเพิ่งทิ้งพวกหนูไปนะ….


พิมรี่ : เธอแพ้สิ่งเด็กที่บอกว่าให้อยู่ด้วยกันก่อน เธอสะท้อนไปถึงภาพที่ไปเยี่ยมบ้านค่ะ เห็นสภาพบ้านเด็ก เห็นว่ายาเสพติดรายล้อมตัวเด็ก เธอเลยไม่กล้าทิ้งเด็กพวกนี้ไป เธอใช้เงินไปกับการให้เด็กกินขนม และเก็บเงินสำหรับให้เด็กไปแข่งฟุตบอล เหตุผลที่อยากให้เด็กไปแข่งฟุตบอล ก็เพราะว่าเธออยากให้เด็กเห็นโลกกว้าง
พิมรี่ : ครูตาลทำได้ยังไง เด็กไม่มีแม้กระทั่งรองเท้าใส่ ต้องใส่นันยางไปเตะบอล ชุดก็ไม่มี แต่ได้ถ้วยมาด้วย ฝีมือจริงๆแล้วเด็กพวกนี้ก็เก่งมาก!?
ครูตาล : อันนี้ก็เป็นความตั้งใจครั้งสุดท้าย ที่หนูเองแล้วก็คณะครู จะส่งเด็กเป็นรุ่นสุดท้าย ส่งเด็กไปให้ถึงฝันค่ะ
ทั้งนี้ พิมรี่พาย ได้เล่าต่อว่า หลังจากที่ได้เห็นสภาพปัญหาของนักเรียนที่อยู่ในโรงเรียน ก็ได้ขอให้ทีมงานประสานกับเจ้าอาวาส แล้วก็ขอประชุมกับคุณครูที่อยู่ในโรงเรียนนี้ เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาร่วมกัน
พิมรี่ : แล้วถ้าเกิดว่า มันมีคำสั่งให้ยุบ แล้วครูจะทำต่ออีกปีหนึ่ง แล้วปีหน้าจะทำยังไง?
ผอ. : พวกเราทุกคนก็ยอม ยอมที่จะยุบตรงนี้ เราไม่ยื้อ ก็คือต้องยอมยุบ ที่นี่มันสิ้นสุดต้องมีนาคมปีหน้า
พิมรี่ : โอเค มีนาคมปีหน้า เราจะค่อยๆทำใจกันไปนะ….


แต่ผลสรุปสุดท้าย พิมรี่พาย เธอได้บอกว่า
ปีการศึกษาหน้าอีกหนึ่งปี เธอจะเป็นคนออกค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นค่ารถ ค่าเดินทางของเด็ก และค่าจิปาถะ ทั้งหมดรวมทั้งสิ้น 300,000 กว่าบาท ทั้งหมดเอง
แต่การให้ของเธอครั้งนี้ไม่ได้ให้ฟรีๆ มีเงื่อนไขบางอย่างที่ขอแลกกับคุณครูทั้ง 13 คน และเด็ก 42 คน
เธอรู้สึกว่า เด็กที่โตเป็นสาว เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ครูจะต้องให้ความรู้ แล้วก็เป็นชีวิตจริงที่เด็กควรต้องเรียนรู้ว่า แบบนี้คือไม่ใช่ลักษณะที่ดี คือสุขลักษณะเบื้องต้น เดี๋ยวพิมจะช่วยความทุกข์ของครูให้ยกภูเขาออกจากอกนะ
การช่วยครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การให้เงิน แต่คือการยกภูเขาทั้งลูกออกจากอกของครู
และเติมความหวัง ให้กับเด็กทั้ง 42 ชีวิต
เรื่องนี้อาจไม่ได้ยิ่งใหญ่ในสายตาใครบางคน แต่สำหรับเด็กที่กำลังจะหมดโอกาส
มันคือทั้งชีวิตจริงๆค่ะ

