โกกิ น้องสาว ผญบ.ฟินแลนด์ ร่ายยาว แจงดราม่าแตกหัก-โกงเงิน?! 10 ล้าน
โอปอ อีจันบันเทิง
เมื่อสักครู่

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งประเด็นร้อนที่หลายคนจับตา หลังโลกโซเชียลมีการพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่าง โกกิ น้องสาวของ บิ๊ก ผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์ ที่ดูเหมือนจะสั่นคลอน จนเกิดกระแสดราม่าหนัก ทั้งเรื่องเงินหลักสิบล้าน และข้อสงสัยเกี่ยวกับทรัพย์สินส่วนตัว ที่ชาวเน็ตจับผิด ว่ารวยผิดปกติ?!


ล่าสุด โกกิ ได้ออกมาโพสต์ข้อความยาวเหยียด ชี้แจงในมุมของตัวเองเป็นครั้งแรก โดยยืนยันถึงที่มาของทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นรถหรู มูลค่าเกือบ 4 ล้าน ที่ยังอยู่ระหว่างผ่อน บ้านราคา 6.8 ล้านที่ยื่นกู้เต็มจำนวน รวมถึงธุรกิจคลินิกและเครื่องสำอางที่มีหุ้นส่วนและข้อตกลงชัดเจน
นอกจากนี้ ยังเปิดใจถึงปมความสัมพันธ์กับพี่ชาย โดยโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ไว้ว่า …
“ หนูขอชี้แจงในส่วนของหนูที่เป็นประเด็นในตอนนี้นะคะ
ทรัพย์สินที่หนูมีอยู่ตอนนี้
– รถ(3.95M) หนูวางดาวน์ไปตอนเดือนพฤษภาคม 68 โดยให้พี่เป็นผู้ค้ำประกันให้ (และขณะนี้ก็ยังผ่อนอยู่)
– กิจการคลินิก หนูหุ้นกับเพื่อนสนิท 1 คน และทีมมาม่าซัง (พี่อั้ม พี่อุ้ย พี่ฟาง อดีตผจก.ซีเจ) มีเอกสารร่วมลงทุน พฤศจิกายน 68 และยังผ่อนเครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์อยู่
– ธุรกิจเครื่องสำอางแป้ง หนูได้มีการตกลงกับพี่แก้วว่า พี่แก้วลงทุนให้และจัดส่งสินค้าให้ด้วย หนูเป็นคนขายและประชาสัมพันธ์ (ตัดยอดกันเดือนต่อเดือน ไม่มียอดค้าง) และตอนนี้สต็อคสินค้ายังคงเหลืออยู่ เพราะพึ่งสั่งเพิ่มไปตอน กพ. 69
– บ้าน(6.8M) หนูได้ยื่นกู้100% พร้อมเงินตกแต่ง10% (มีสัญญากู้กับธ.ออมสิน) มีนาคม 69 เนื่องจากเกิดปัญหาไม่เข้าใจกับพี่เริ่มจากเรื่องไม่เข้าใจกัน ด้วยความที่เรามีอีโก้สูง ไม่เข้าไปคุยหรือเคลียร์กับพี่สักที จนเวลาผ่านไปหลายเดือน บวกกับคนรอบข้างปั่น ทำให้ความรู้สึกมันลดลงเรื่อยๆ หนูเลยคิดว่าไม่น่าจะจูนกันได้แล้ว เลยตัดสินใจกู้เพราะน้องสาวกำลังจะเข้าปี 1 ต้องย้ายมาอยู่ด้วย และคุณยายที่เราอยากให้มาอยู่ด้วย จะได้มาอยู่ดูแลกัน (ส่วนคอนโดแค่จองไป5,000 ไม่ได้เอาค่ะเพราะเอาบ้าน)


หนูอยากขอโทษพี่ที่ทำให้ทุกอย่างมันบานปลาย หากมีการกระทำไหนที่หนูพูดหรือทำให้รู้สึกไม่ดี หรือผิดพลาดไป แต่เจตนาของหนูยังคงชัดเจน
หนูยังรักและเคารพพี่เหมือนพ่อ เพราะหนูมาอยู่ตรงนี้ได้ก็เพราะพี่พามา ไม่มีเหตุผลไหนเลยที่หนูจะคิดไม่ดีกับพี่ ตั้งแต่วันที่ทะเลาะกัน หนูก็ไม่ได้มีความสุข และเงียบให้มากที่สุด ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่า ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินตามประสาของเรา และพยายามอยู่ให้ได้ ด้วยความที่หนูไม่เข้าหาพี่สักที และแรงปะทะจากคนรอบข้างมันแรงจนทำให้เป็นแบบนี้

หนูเป็นเด็กบ้านนอก ไม่ได้มีต้นทุนชีวิตอะไรเลย มันจริงอย่างที่ทุกคนพูด หนูมาถึงจุดที่สูงสุดในชีวิตได้ก็เพราะพี่ แต่ถ้าวันนี้ชีวิตหนูจะต้องกลับไปอยู่ในจุดที่เรียกว่าต่ำสุด หนูก็ต้องยอมรับมัน เพราะหนูยังมีคนข้างหลังที่ต้องรับผิดชอบ ขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็น
หนูอายุพึ่งจะ24 หากเหตุการณ์นี้มันจะสอนให้หนูโตขึ้น และรู้จักคนมากขึ้น หนูก็ยินดีเรียนรู้และยอมรับมัน ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องหรือไม่ได้เป็น สุดท้ายแล้วหนูยังยืนยันคำเดิมว่า หนูพยายามช่วยเหลือพี่น้องและทุกคนที่อยู่รอบข้างแบบเต็มที่เท่าที่คนๆนี้จะทำได้แล้ว หากแต่ว่ามันจะมีข้อเสียอยู่บ้าง หนูก็จะน้อมรับ มันอาจจะเป็นแค่ช่วงที่แย่ที่สุดในชีวิต แต่วันนี้มันก็ทำให้หนูได้รู้ว่าใครที่อยู่ข้างๆเราบ้าง สักวันหนูจะผ่านมันไปให้ได้ค่ะ ”
