เพลง ชนม์ทิดา เปิดหมดเปลือก หลังเลิกรารัก 7 ปี

Milky อีจันบันเทิง

Milky อีจันบันเทิง

2 มีนาคม 2569

เพลง ชนม์ทิดา เปิดหมดเปลือก หลังเลิกรารัก 7 ปี

“อย่าร้องขอความรัก จากคนที่เราเคยรัก” เพลง ชนม์ทิดา เปิดหมดเปลือก หลังเลิกรารัก 7 ปี

เพลง ชนม์ทิดา เปิดใจครั้งแรกแบบละเอียด ถึงการยุติความสัมพันธ์ 7 ปี ผ่านรายการ Club Friday Show ตลอดการสัมภาษณ์ เพลงเล่าด้วยน้ำเสียงนิ่งแต่แฝงความเจ็บปวด ถึงความรักที่ครั้งหนึ่งหลายคนลุ้นไปถึงงานแต่ง แต่สุดท้ายกลับจบลงแบบ “ไม่ทันตั้งตัว”

เพลง ยอมรับว่าในช่วงหลัง ความสัมพันธ์เริ่มมี “ช่องว่าง” จากความคาดหวังที่ไม่ตรงกัน ขณะที่เธอต้องเติบโตเร็วขึ้นเพื่อรับผิดชอบงานของครอบครัว และดูแลคุณแม่ ตู่ นันทิดา มากขึ้น แต่อีกฝ่ายอาจมีมุมมองเรื่องการดูแลครอบครัว หรือหลายๆ เรื่องที่ต่างกันมากขึ้น กระทั่งคำว่า “ไม่พร้อม” และ “ขอเวลา” ถูกพูดขึ้นมา หลังจากที่เธอไปลองชุดแต่งงาน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความไม่มั่นคงในใจเธอ

สิ่งที่ทำให้เพลงตัดสินใจถอย ไม่ใช่แค่ความไม่เข้าใจ แต่คือเรื่อง “ความชัดเจน” หลังจากที่อีกฝ่ายบอกว่าไม่พร้อม และขอเวลา เธอให้เวลากับความสัมพันธ์นี้และตัวเองนานถึง 6 เดือน โดยไม่มีการติดต่อกันเลย เธอกลับมาทบทวนตัวเอง และพบว่า เธอไม่จำเป็นต้องอดทน หรือใช้คำว่าปิดตาข้างเดียว กับพื้นฐานความรักที่เธอควรจะได้รับ

ในช่วงเวลานั้น เป็นช่วงเวลาที่สถานะคลุมเครือ เธอบอกกับทุกคนว่าทุกอย่างเพียงเลื่อนออกไปก่อน แต่เธอกลับรับรู้มาว่าอีกฝ่ายเริ่มสื่อสารกับคนรอบข้าง หรือแสดงออกในที่สาธารณะว่า “โสด” เธอจึงตัดสินใจขอคุย เพื่อที่จะมูฟออนต่อไปข้างหน้า สุดท้ายเขาบอกว่า “ไม่ใช่ว่าไม่รัก แต่วันนี้ไม่พร้อม ขอเวลา แต่ก็ขอให้เก็บชุดแต่งงานไว้ แต่ก็คือขอยุติความสัมพันธ์”

อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้เธอหันกลับมารักตัวเอง นั้นก็คือความเจ็บปวดของคุณแม่ เธอได้เห็นคุณแม่ร้องไห้อย่างเจ็บปวดแบบที่ท่านไม่เคยเป็นมาก่อน เธอจึงต้องรักตัวเองให้มากขึ้นเพื่อไม่ให้คุณแม่เสียใจ หันกลับมารักษาใจตัวเอง เพื่อรักษาหัวใจคุณแม่เช่นกัน ซึ่งประโยคหนึ่งจากคุณแม่ที่เป็นพลังให้เธอเดินออกมาคือ “ไม่มีใครที่เสียใจกับการร้องไห้จนขาดใจตายในเรื่องของความรัก แล้วก็อย่าร้องขอความรักจากคนที่เราเคยรักในเมื่อหมดรักแล้ว หมดคือหมด“

สุดท้าย อีจันบันเทิง เชื่อว่าการเลิกราครั้งนี้ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่คือการเปิดโอกาสให้ เพลง ได้พบสิ่งที่เหมาะสมกว่าในอนาคต และเรื่องราวของเธอถือเป็นบทเรียน ที่ทำให้เราย้อนกลับมามองคุณค่าตัวเอง